ไขปริศนาออกมาแล้ว วาทะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ว่า “ต้องทำการเมือง ไม่ใช่เล่นการเมือง” ขยายความว่า ได้แก่การทำการเมืองให้ถูกต้อง สุจริต โปร่งใส ทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่มาทำเล่นๆ วันนี้มี 3 อำนาจ คือ อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ แล้วจะเล่นตรงไหน?แต่จากการติดตามเส้นทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา สามารถพูดได้หรือไม่ว่า เป็นการทำการเมืองที่ถูกต้อง สุจริต และโปร่งใส พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วยคณะรัฐประหาร คสช. เข้าสู่อำนาจด้วยรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ขณะนี้ยังยืนยันจะทำแบบเดิมอะไรคือความถูกต้อง สุจริต โปร่งใส หรือชอบธรรม จะต้องยึดหลักสากล ที่นานาประเทศประชาธิปไตยยอมรับ ไม่ใช่ตั้งกติกาขึ้นมาเองแล้วชี้นิ้วว่า “ถูกต้อง” พระพุทธศาสนาสอนว่าต้องเริ่มต้นด้วย “อริยมรรค” ยึดแนวทางที่ถูกต้องยึดความเห็นที่ถูกต้อง คือ “สัมมาทิฐิ” หรือ “สัมมาทฤษฎี” ทิฐิกับทฤษฎีคือสิ่งเดียวกันต่างกันตรงที่ว่า “ทิฐิ” เป็นภาษาบาลี ส่วนทฤษฎีเป็นคำสันสกฤต รัฐธรรมนูญไทยเขียนไว้ชัด “ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ต้องเข้าสู่อำนาจด้วยความยินยอมของประชาชน ผ่านการเลือกตั้ง ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ยึดหลักนิติธรรมและตรวจสอบถ่วงดุลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ จะต้องมาจากประชาชน หรือตัวแทนประชาชน ไม่ใช่ผู้มีอำนาจเขียนเอง หรือสั่งให้เนติบริกรเขียน เพื่อสืบทอดอำนาจ หรือเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่อำนาจ ที่ได้มาโดยไม่ชอบ และต้องมีการถ่วงดุลอำนาจนิติ บัญญัติ บริหารและตุลาการพล.อ.ประยุทธ์และกลุ่ม 3 ป. นอกจากจะได้มาซึ่งอำนาจ โดยไม่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตยแล้ว ยังพยายามรักษาอำนาจต่อ แม้จะอยู่มากว่า 8 ปี เลยเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด และยังขัดขวางกลุ่มผู้ที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย โดยร่วมมือกับ ส.ว.ที่แต่งตั้งนอกจากจะ “ทำการเมือง” ที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยแล้ว ยังพยายามจูงใจ กดดัน หรือบีบบังคับ ให้ประชาชนทั้งประเทศ ยอมรับการกระทำของตน โดยอ้างว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง การเมืองระบอบประชาธิปไตย คือการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และการสืบทอดอำนาจ ตามวิถีประชาธิปไตย ที่สากลโลกยอมรับ.