ควันหลงจากคำสั่งศาลปกครองกลาง ใช้เวลาพิจารณาแค่ 2 เดือน คืนความเป็นธรรมให้ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8มีคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ “นายพล” วาระประจำปี 2565 และให้พิจารณาแต่งตั้ง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ขึ้นเป็น ผบช.ด้วยเหตุผลให้ “นายพลตำรวจปักษ์ใต้คนดัง” เป็นผู้ชนะในการฟ้องคดีในเวลาอันรวดเร็ว ว่ากันว่าเพราะมีการเพิ่มเติมระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562ใจความว่า หากตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่า คำฟ้องสมบูรณ์ และหากกระบวนการพิจารณาแบบเดิมล่าช้า อาจเกิดความเสียหายร้ายแรงแก่ผู้ฟ้องคดี ยากต่อการเยียวยาแก้ไขในภายหลังขออนุมัติอธิบดีศาล ใช้วิธีไต่สวนแบบศาลอาญาในวันเดียวหรือต่อเนื่อง และพิจารณาคดีเสร็จภายในวันเดียวหรือตามสมควรต่างจากหลายปีก่อนที่ พ.ต.อ.คนหนึ่ง “ดับเครื่องชน” ฟ้องผู้เป็นนาย แต่งตั้งโยกย้ายคนอื่น “ข้ามหัว” ทั้งที่เขามีคุณสมบัติครบถ้วนและดีกว่าคนอื่นที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งต้องใช้เวลาต่อสู้เรียกหาความยุติธรรมนานถึง 5 ปี กว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาให้ “เพิกถอนคำสั่ง” เฉพาะส่วนที่ไม่แต่งตั้งเขาขึ้นดำรงตำแหน่งรอง ผบก.ทำเขาเสียโอกาสในชีวิตถูกดึงเกมจนเกษียณตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. ไม่ได้นั่งเก้าอี้ “นายพลหลัก”คำสั่งแต่งตั้ง “เยียวยา” ครั้งนั้นมีผลย้อนหลังให้ไปประจำ บก.อก. แต่ก่อนหน้าแอบพยายาม “เช็กบิล” ผู้ที่เคยฟ้องศาล ปกครองด้วยการจับย้ายกลับภูมิลำเนาไม่ถามความสมัครใจเจ้าตัวสักคำคือความเลวร้ายของ “ผู้เป็นนายบางคน” ในกองทัพปทุมวัน.สหบาท