อาวุธสำคัญที่จะชนะศึกเลือกตั้ง คือ “นโยบาย”!! พรรคที่เสนอนโยบายโดนใจประชาชน มีโอกาสดึงดูดคะแนน เสียงประชาชนได้เป็นกอบเป็นกำช่วงโค้งสุดท้ายก่อนศึกเลือกตั้ง 180 วัน พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเร่งคิดนโยบายเด็ดๆ ที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้งกันอย่างสุดฝีมือหลายพรรคเตรียมปล่อยนโยบายมาทดสอบคะแนนนิยมแต่พรรคก้าวไกลของ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นเสือปืนไว ชิงเปิดนโยบายหาเสียง ชุดใหญ่ครบวงจรชูนโยบายผ่าตัดใหญ่ 9 ด้าน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไกลเน้นจุดขายกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นเป้าหมายหลักดูดคะแนน!!ปรากฏว่ามีคนที่เห็นด้วย และมีทั้งคนต่อต้านนโยบายหลายด้านของพรรคก้าวไกลเพราะความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องนานาจิตตัง“แม่ลูกจันทร์” เจาะโฟกัสไปที่ นโยบายปฏิรูปกองทัพ ไม่ให้ผู้นำกองทัพเข้าไปแทรกแซงอำนาจการเมืองเพื่อตัดวงจรการสืบทอดอำนาจเผด็จการที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาแล้วกว่า 80 ปี!!โดยปรับบทบาทกองทัพให้เป็นกองทัพของประชาชนกองทัพต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย“แม่ลูกจันทร์” มองว่านโยบายปฏิรูปกองทัพของพรรคก้าวไกลเป็น “นโยบายเกาถูกที่คัน”เช่น กำหนดห้าม ทหารระดับนายพล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งการเมือง หลังเกษียณอายุราชการไม่น้อยกว่า 7 ปีคืนอำนาจให้รัฐมนตรีกลาโหมควบคุมสั่งการกองทัพโดยตรงรัฐมนตรีกลาโหมมีอำนาจพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งกำลังพลในกองทัพไม่ใช่ให้ผู้นำกองทัพผูกขาดอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายกันเองยกเลิก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ “กอ.รมน.” ซึ่งเป็นช่องทางให้กองทัพแทรกแซงการเมืองยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ซึ่งบังคับให้คนวัยทำงานต้องไปเป็นทหารปีละหนึ่งแสนคนเปลี่ยนเป็นการรับสมัครทหารด้วยระบบสมัครใจเพื่อลดขนาดกองทัพไม่ให้ใหญ่โคร่งคร่างเกินความจำเป็นลดจำนวนนายพลที่มากเกินความจำเป็นกว่า 700 คน เพื่อนำงบกองทัพไปเพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย และผู้ที่สมัครเป็นทหารด้วยความสมัครใจผู้สมัครใจเป็นทหารจะได้รับรายได้สูงขึ้น และได้รับทุนไปประกอบอาชีพหลังครบกำหนดรับราชการยกเลิกระบบกินหัวคิวทหารชั้นผู้น้อย ยกเลิกระบบเส้นสายที่ทำให้กำลังพลในกองทัพไม่เจริญเติบโตตามผลงานและข้อสุดท้าย...ที่ดินของกองทัพที่มากเกินความจำเป็น ต้องโอนคืนให้กรมธนารักษ์ เพื่อนำไปจัดสรรให้ประชาชนดุเดือดจริงๆ พรรคก้าวไกล!“แม่ลูกจันทร์”