แฉสืบนครบาลจับมือ ป.ป.ส.ซุ่มเปิดปฏิบัติ การปิดล้อมตรวจค้น จับกุมนักธุรกิจชื่อดังชาวเมียนมา “ตุน มิน ลัต” พร้อมสมุน 3 คน มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดผู้มีอำนาจในประเทศเมียนมาและนักการเมืองไทย อายัดทรัพย์ 200 ล้านบาท ตรวจสอบหลังสืบสวนขยายผลคดีจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ 4-5 ครั้งตั้งแต่ปี 2562 พบเส้นทางการเงินเกี่ยวพันไปถึง ส่งศาลฝากขังไม่ให้ประกันถูกขังในคุก ด้าน ส.ว. “อุปกิต” ยอมรับสนิท “ตุน มิน ลัต” ร่วม 20 ปี ทำธุรกิจขายไฟฟ้าร่วมกัน การันตีไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด ขอความเป็นธรรมให้เพื่อนกรณี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ชี้แจงกรณีชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย.จำนวน 4 คนโดยไม่แจ้งชื่อนามสกุล ระบุเพียงว่า เป็นชายสัญชาติเมียนมาอายุ 53 ปี ชายไทยอายุ 38 ปี หญิงไทยอายุ 44 ปี และหญิงไทยอายุ 50 ปี ข้อหาร่วมกันสมคบกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ ข้อหาร่วมกันช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และข้อหาร่วมกันสมคบการฟอกเงินฯ พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ฝากขังศาลอาญาไปแล้ว เบื้องต้นตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาชาวเมียนมาคือ นายตุน มิน ลัต (Tun Min Latt) อายุ 53 ปีนักธุรกิจชื่อดัง มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองเมียนมาและนักการเมืองไทยหลายคนความคืบหน้าที่ ป.ป.ส.ดินแดง เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 ก.ย. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.เผยว่า การจับกุมขยายผลกรณีดังกล่าวเป็นความร่วมมือกับ บช.น. สืบเนื่องจากคดีปี 2562 มีการขยายผลนำไปสู่การจับกุมและยึดทรัพย์ ส่วนจะไปเกี่ยวข้องกับใครต้องสอบถามจากตำรวจนครบาล เพราะ บช.น.อยู่ระหว่างสืบสวน ส่วนพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นไปตามข้อหาคือ ร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนการตรวจสอบ เส้นทางการเงินต้องใช้เวลาตรวจสอบ เบื้องต้น ป.ป.ส.ยังไม่มีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมืองชาวไทยเพราะตรวจสอบเรื่องการยึดอายัดทรัพย์เท่านั้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.กล่าวถึงกรณีจับกุมนักธุรกิจชาวเมียนมาสบคบค้ายาเสพติดรายใหญ่และเกี่ยวข้องฟอกเงินค้ายานรกว่า ตำรวจ บก.สส.บช.น.ร่วมกับ ตำรวจ บช.ปส. จับกุมตัวได้และส่งตัวไปดำเนินคดีที่ บช.ปส. สำหรับรายละเอียดข้อมูลคดี บช.ปส.อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไปมีรายงานว่า ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.จับกุมนายตุน มิน ลัต อายุ 53 ปี นักธุรกิจชาวเมียนมา ฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และความผิดฟอกเงิน จับกุมที่ คอนโดมิเนียมหรู เบ็ล แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 41 ช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่นายตุน มิน ลัต ซื้อห้องพักอยู่อาศัยรวม 3 ห้อง สนนราคาห้องละกว่า 30 ล้านบาท นอกจากนี้นำกำลังตรวจค้นพื้นที่ จ.เชียงราย ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเป็นผู้ชายไทย 1 คนและผู้หญิง 2 คน นำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ก่อนนำตัวไปฝากขังศาลอาญาผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวต่อศาล แต่ศาลไม่อนุญาตส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง คดีนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.จับผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ 4-5 คดี จากการสืบสวนขยายผลเส้นทางธุรกรรมการเงินพบว่า ทุกคดีเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนายตุน มิน ลัต ผู้มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา และเป็นผู้จัดหาอาวุธให้กองทัพเมียนมา นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท Allure ทำธุรกิจหลายอย่าง อาทิ โรงแรม พลังงาน เหมืองแร่ รีสอร์ต และบ่อนกาสิโนชื่อดังในท่าขี้เหล็ก ติดชายแดน จ.เชียงราย ทางการสืบสวนพบว่า มีการนำเงินที่ได้จาก การค้ายาเสพติดไปฟอก เส้นทางการเงินพบว่าส่วนหนึ่งนำไปจ่ายค่าไฟฟ้าในเครือธุรกิจบริษัทเป็นเงินกว่า 135 ล้านบาท ก่อนถูกจับกุมนายตุน มิน ลัต หนี ภัยการเมืองในประเทศเมียนมาเข้ามากบดานในไทย กระทั่งถูกจับกุมหลังพบว่าอยู่เบื้องหลังเครือข่ายผู้ค้า ยาเสพติดรายใหญ่หลายรายที่ถูกจับกุมในประเทศไทยที่รัฐสภา นายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อเชื่อมโยงทางธุรกิจกับนายตุน มิน ลัต ถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับกุมข้อหายาเสพติดและฟอกเงินว่า รู้จักนายตุน มิน ลัต ทำธุรกิจกันมานับ 10 ปีเพราะเป็นนักธุรกิจใหญ่เมียนมา สนิทสนมผู้นำเมียนมาจริง กล้ารับประกันว่าไม่มีเรื่องยาเสพติด ตนและครอบครัวก็ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องนี้ ตนเคยเป็นเจ้าของโรงแรมที่ท่าขี้เหล็กทำธุรกิจด้วยความสุจริตไม่เคยเกี่ยวข้องยาเสพติด หลังจากรับแต่งตั้ง ส.ว. ขายโรงแรมทิ้งเพื่อเคลียร์ทุกอย่างไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรที่ชายแดนแล้ว ที่ผ่านมาทำธุรกิจขายไฟฟ้ากับนายตุน มิน ลัต อาจมีปัญหาตอนปิดด่าน 2-3 ปีที่แล้ว ปกติตอนด่านเปิดการไฟฟ้าพม่าจะเอาเงินสดมาให้ที่โรงแรมจากนั้นเอาเงินข้ามด่านมาเข้าธนาคารกสิกรไทยออกเป็นแคชเชียร์เช็คจ่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทำเช่นนี้มาหลายปีจนด่านปิดตนก็เลิก แต่นายตุน มิน ลัต ยังทำธุรกิจต่อ ไม่รู้ว่าเอาเงินจ่ายให้การไฟฟ้าฯอย่างไรนายอุปกิตกล่าวต่อว่า กรณีนี้ต้องให้ความเป็นธรรม คนที่สถานทูตเมียนมารับประกันว่านายตุน มิน ลัต ไม่มีประวัติด่างพร้อย ถ้าทำเรื่องยาเสพติดต้องมีประวัติ แต่กลับกลายเป็นยักษ์มาร ทั้งที่เขาเป็นตัวแทนประเทศอิสราเอลขายยุทโธปกรณ์อย่างถูกต้องให้รัฐบาลเมียนมา และมาทำธุรกิจไฟฟ้าที่เมืองไทย มีเงินทองและทรัพย์สินที่โอนจากต่างประเทศสามารถพิสูจน์ที่มาที่ไปได้ เพิ่งซื้อคอนโดมิเนียมเตรียมมาอยู่เมืองไทย แต่ตอนนี้โดนยึดหมด เป็นเรื่องคดีที่ต้องไปพิสูจน์กับศาล ยืนยันว่ารู้จักกันมา 20 ปี นายตุน มิน ลัต ไม่ได้ขายอาวุธเถื่อน ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด แต่ไม่มั่นใจเรื่องความเชื่อมโยงระบบโอนเงิน เห็นข่าวที่ออกมาก็ตกใจเพราะพาดพิงมาถึงตน