ในท่ามกลางข่าวใหญ่เรื่องศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีตัวจริงหยุดการทำงานในระหว่างพิจารณาคดี “8 ปี” นั้นเอง ก็มีข่าวการเมือง “เล็กๆ” โผล่ออกมาแซมอยู่ 2–3 ข่าว รวมทั้งข่าวว่าด้วยการกลับมาของ “2 กุมาร” จากทีม “4 กุมาร” ที่ผมจะเขียนถึงในวันนี้ที่ต้องใช้คำว่า “ข่าวเล็กๆ” ก็เพราะสื่อต่างๆโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ให้พื้นที่ข่าวน้อยนิดเหลือเกิน บางฉบับก็แค่คืบเดียว บางฉบับก็ 2 คืบเท่านั้นนั่นก็คือการแถลงเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ที่โรงภาพยนตร์เอสเอฟซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์...ที่มีชื่อว่า “พรรคสร้างอนาคตไทย” ซึ่งมี ดร.อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และคุณ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคท่านผู้อ่านคงจำได้ในยุค พลังประชารัฐ ที่เป็นแกนหลักในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์มาตั้งแต่ต้น กำลังโด่งดังสุดขีดทั้งในแง่นโยบายและการปฏิบัติที่ทันสมัยอย่างยิ่งนั้น จะมี “4 กุมาร” ตามที่สื่อตั้งให้เป็น “มันสมองหลัก” ของพรรคที่สำคัญยิ่ง“4 กุมาร” อันประกอบด้วย ดร.อุตตม สาวนายน, คุณ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ภายใต้การชักนำเข้าสู่พรรคโดย “ท่านฤาษี” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่นเองพรรคนี้มิใช่หรือที่เป็นผู้นำคำว่า “4.0” มาใช้ พร้อมกับให้คำจำกัดความว่า เป็นจุดหมายปลายทางอันสูงสุดของการพัฒนาที่ประเทศไทยจะต้องไปถึงให้จงได้มีการออกมาอธิบายออกมาขับเคลื่อนจนหมายเลข 4.0 เป็นเลขเด็ดที่ข้าราชการทุกหน่วยท่องได้อย่างขึ้นใจ และปรากฏอยู่ทั้งในเอกสารงบประมาณและแผนพัฒนาในยุคนั้นนโยบาย “4.0” จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากของท่านอาจารย์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ 1 ใน 4 กุมารพรรคนี้อาจมิใช่เจ้าตำรับโครงการ EEC หรือการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกที่ต่อยอดจากการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกยุคป๋าเปรม แต่ ก็น่าจะเชื่อได้ว่าเป็นพรรคที่ทุ่มเทให้กับโครงการนี้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่แรกพรรคนี้อาจไม่ใช่ผู้เริ่มต้นในการคิดค้น แต่คนสำคัญของพรรคหลายคนที่อยู่กับพลเอกประยุทธ์มานาน ล้วนมีส่วนในการนำความทันสมัยของระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ผ่านกระทรวงการคลังตั้งแต่บัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปจนถึงแอปฯเพื่อแจกเงินให้แก่ประชาชนอย่างทันสมัย ที่เรียกว่า “แอปฯเป๋าตัง” ฯลฯความทันสมัยในการใช้ ระบบดิจิทัลทางด้านการคลัง ผมไม่ชัดเจนว่าใครเป็นหัวเรือใหญ่ แต่จำได้ว่าท่านรัฐมนตรีที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดการระบบ “บัตรคนจน” ท่านแรกก็คือ รัฐมนตรี อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับทั้ง 4 กุมารและพระฤาษีสมคิดอย่างยิ่งส่วน EEC นั้นต้นเรื่องจะมาจากใครผมไม่ทราบเช่นกัน ผมทราบแต่ว่าวันที่ ดร.กอบศักดิ์ จะขอลาออกชั่วคราวจากธนาคารกรุงเทพไปเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผมมีโอกาสเจอท่านในงานเลี้ยงงานหนึ่งของธนาคารกรุงเทพท่านเป็นคนบรีฟโครงการ EEC ให้ผมฟังแบบรวบยอดตั้งแต่ต้นจนจบชนิดผมเข้าใจและรู้แจ้งใน 30 นาที ผมก็ต้องเดาไว้ก่อนว่าท่านมีส่วนเป็นผู้ก่อการเรื่องนี้อย่างแน่นอนต่อมาเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ในพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ทั้ง 4 กุมารและพระฤาษีหลุดออกจากพรรคไปคนละทิศคนละทางแต่ผลงานที่ท่านฝากไว้หลายๆเรื่องยังคงอยู่ และเป็นนโยบายและโครงการที่รัฐบาลนี้ยังเดินหน้า โดยเฉพาะ EEC หรือนโยบายบัตรคนจน และโครงการแจกเงินต่างๆ เป็นต้นในการเปิดตัวพรรคใหม่ที่ว่าเมื่อวานนี้กลับมาเพียง 2 กุมารเท่านั้น คือ ดร.อุตตม และคุณสนธิรัตน์ แต่ท่านก็ฝากนโยบายใหญ่ๆ และสำคัญๆไว้ถึง 10 ข้อ เรียกว่า “นโยบาย 5 แก้ 5 สร้าง” ที่ผมคงไม่มีเนื้อที่พอจะเขียนถึง และคงต้องเชิญชวนให้ไปหาอ่านกันเอาเองก็ขอทำหน้าที่เพียงบันทึกไว้ว่า “4 กุมาร” กลับมาแล้ว “2 กุมาร”...กลับมาด้วยความตั้งใจและเจตนาดีที่จะบริหารประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าว่างั้นเถอะผมขอต้อนรับการกลับมาสู่ยุทธภพการเมืองอีกครั้งของทั้ง 2 ท่าน ขอคารวะและขอให้โชคดีนะครับ 2 กุมาร.“ซูม”