นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมพร้อมจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ทำหนังสือถึงนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภา กทม. เพื่อหารือการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยเสนอแนวทางการจัดเก็บค่าโดยสารตามสูตรการคำนวณ 14+2x จะจัดเก็บอัตรา 14-44 บาท สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นายวิรัตน์เห็นว่าค่าโดยสารดังกล่าวสูงเกินไป พร้อมแนะนำให้เก็บค่าโดยสารอัตรา 15-25 บาท สำหรับส่วนต่อขยาย 2 หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ เพราะระยะทางไกล ส่วนต่อขยาย 1 ตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง เก็บ 15 บาทเท่าเดิมนายวิศณุกล่าวว่า กทม.จะนำความเห็นดังกล่าวมาปรับแก้และเสนอกลับไปใหม่เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมสภา กทม. วันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยจะเสนอแนวทางการจัดเก็บค่าโดยสาร 2 แนวทางตามสูตรคำนวณเดิมกับตามความเห็นของนายวิรัตน์ เพื่อให้สภา กทม.ลงมติ ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์รายได้จากการจัดเก็บค่าโดยสารทั้ง 2 แนวทางใกล้เคียงกัน โดยแนวทางแรก เก็บ 14-44 บาท มีรายได้เฉลี่ย 1,940 ล้านบาท/ปี แนวทางที่ 2 เก็บ 15-25 บาท มีรายได้เฉลี่ย 1,900 ล้านบาท/ปี หากสภา กทม.เห็นชอบแนวทางใดแนวทางหนึ่งตามที่เสนอ ผู้ว่าฯ กทม.จะลงนามประกาศการจัดเก็บค่าโดยสาร เพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าภายใน 30 วันนอกจากนี้ จากการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด เรื่องขอยกเว้นค่าแรกเข้าระบบรถไฟฟ้าบีที่เอสเส้นทางหลักสัมปทานสายสุขุมวิท หมอชิต-อ่อนนุช และสายสีลม สนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ทางบริษัทบีทีเอสซีแจ้งว่า บริษัทไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว ต้องรายงานต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาลงความเห็น อย่างไรก็ตาม กทม.เตรียมทำหนังสือถึงบริษัทบีทีเอส แจ้งเรื่องอย่างเป็นทางการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัทต่อไปรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้มีการประชุมพิจารณาปรับแก้ไขการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายตามที่นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภา กทม. ท้วงติง โดยมีนางสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้าร่วมการประชุมพิจารณาครั้งนี้ด้วย.