กอนช.เกาะติดฝนถล่มหนักภาคอีสาน สั่งเฝ้าระวัง 2 ลุ่มน้ำ “ชี-มูล” รวมทั้งลำน้ำสาขา ระดับ น้ำเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 1 เมตร จ่อทะลักท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำชุมชนริมน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมหลายจังหวัด ส่วนลุ่มเจ้าพระยาน่าห่วงไม่แพ้กัน หลังฝนเทภาคเหนือเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจนต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ พ่อเมืองจังหวัดท้ายเขื่อนทั้งอ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา สั่งระดมป้องกันเต็ม พิกัด ทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเสริมแนวกระสอบทรายพนังกั้นน้ำริมตลิ่ง ขณะที่เมืองปากน้ำพร้อมรับมือน้ำทะเลหนุนสูง ชี้ชาวบ้านเคยชินกันอยู่แล้วเพราะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดเป็นประจำสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง หน่วยงานภาครัฐเตรียมแผนการรับมืออย่างเต็มกำลัง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่สำนักงานชลประทานที่ 7 อุบลราชธานี นายสราวุธ ชีวะประเสริฐ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 พร้อมเร่งรัดผลศึกษาแผนหลักแนวผันน้ำชี-เซบาย-เซบก-ตุงลุง-แม่น้ำโขง แก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง ลุ่มน้ำชีล่างและมูลล่างอย่างยั่งยืน ก่อนลงพื้นที่วัดเสนาวงศ์ ชุมชนท่าบ้งมั่ง ริมฝั่งแม่น้ำมูล อ.วารินชำราบ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ นายสราวุธเผยว่า ลุ่มน้ำมูลตอนล่าง จ.อุบลราชธานี บริเวณสถานี M7 ปัจจุบันยังต่ำกว่าระดับเตือนภัยประมาณ 1 เมตร กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำและจัดจราจรน้ำในแม่น้ำชีและลุ่มน้ำมูลในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยการลดน้ำหลากจากตอนบน ชะลอการระบายน้ำ เร่งระบายน้ำท้ายน้ำล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงเกิดอุทกภัยในพื้นที่ขณะที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. ติดตามสถานการณ์ฝนตกบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงวันที่ 24-29 ส.ค. หลายพื้นที่จะมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมมากกว่า 150 มม. คาดว่าสถานการณ์น้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.50-1.00 เมตร ให้เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาไหลหลากเข้าท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเกษตรกรรม พื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ และพื้นที่ชุมชน 2 ลุ่มน้ำคือ ลุ่มน้ำชี เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำชี บริเวณ อ.เขื่องใน และ อ.เมืองอุบลราชธานี ลำน้ำยัง บริเวณ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ลำปะทาวบริเวณ อ.เมืองชัยภูมิ และลุ่มน้ำมูล เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำมูลบริเวณ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.พิบูลมังสาหาร อ.วารินชำราบ และ อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ลำเซบกบริเวณ อ.ม่วงสามสิบ อ.ดอนมดแดง และ อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี ลำโดมใหญ่ อ.น้ำยืน อ.นาจะหลวย อ.บุณฑริก อ.เดชอุดม อ.นาเยีย และ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานีที่ จ.ลำปาง นายชาญ จูดคง นอภ.แจ้ห่ม นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอ่างเก็บน้ำแม่ต๋าง หมู่ 3 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม หลังได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนว่าใต้สันอ่างมีน้ำรั่วซึมออกมาหลายจุด หวั่นเกรงว่าอ่างเก็บน้ำจะพังทลายส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน จากการสำรวจพบว่า บริเวณใต้สันอ่างมีรอยรั่วซึมและมีน้ำไหลซึมออกมาหลายจุด เจ้าหน้าที่เทศบาลนำท่อน้ำพีวีซีมาให้ชาวบ้านช่วยกันขุดเป็นร่องน้ำเพื่อให้น้ำที่รั่วซึมไหลลงไปตามท่อ ป้องกันน้ำกัดเซาะดินฐานรากโครงสร้างใต้สันอ่าง และจะประสานเจ้าหน้าที่ชลประทานมาตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อซ่อมแซมอุดรอยรั่ว ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,558 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 4.37 เมตร ส่วนระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 15.47 เมตร ควบคุมการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 1,500 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนยังคงที่ 12.83 เมตร ทั้งนี้มีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนบริเวณจังหวัดเเพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ จะส่งผลให้แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และลำน้ำสาขาไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น กรมชลประทานจำเป็นต้องทยอยปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไปถึงอัตรา 1,550 ลบ.ม./วินาที เริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นราว 0.10 เมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบบริเวณชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ดังนี้ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)ขณะที่จังหวัดพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาต่างเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผวจ.อ่างทอง กล่าวว่า ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำและแนวกระสอบทรายป้องกันจุดเสี่ยงพร้อมประกาศเตือนชาวบ้าน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก พื้นที่เป็นแอ่งกระทะตอนนี้มีน้ำท่วมขัง 27 หลังคาเรือนและ 1 แพพัก ระดับน้ำสูง 20-30 ซม. และพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จะประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นแห่งแรกของจังหวัด มีบ้านเรือนพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่นอกคันกั้นน้ำถูกน้ำท่วมแล้ว 57 หลังคาเรือนนายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผวจ.สิงห์บุรี ไปตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พรหมบุรี และเตรียมความพร้อมป้องกันการเกิดอุทกภัยจากจุดฟันหลอของเขื่อน 3 จุด ได้แก่ บริเวณจุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะที่ 1 หมู่ 3 ต.โรงช้าง จุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะที่ 2 หมู่ 3 ต.โรงช้าง ผู้รับเหมาตอกเสาเข็มใส่แผ่นพนังกั้นดิน ผ้าใบกันดิน และอัดถมดินให้แน่นหลังแนวกำแพงเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วมระยะที่ 1 แล้ว ส่วนระยะที่ 2 เป็นแนวเขื่อนต่อจากของเดิมออกไป กำลังเร่งอัดถมดินหลังแนวเขื่อน และจุดที่สาม จุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.พระงาม ได้ตอกเสาเข็มและใส่แผ่นพนังกั้นดิน ผ้าใบกันดินป้องกันน้ำท่วม และเร่งถมอัดดินหลังแนวเขื่อน พร้อมปิดรอยรั่วเสร็จเรียบร้อยแล้วนายวีระชัย นาคมาศ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า ประชาชนได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านและพื้นที่การเกษตร 6 อำเภอคือ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.บางปะหัน และ อ.พระนครศรีอยุธยา รวม 63 ตำบล 263 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 7,943 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 2,793 ไร่ น้ำเริ่มเอ่อท่วมถนนในหมู่บ้านบางพื้นที่ แต่ยังสัญจรไปมาได้ ยังดำเนินวิถีชีวิตบ้านริมแม่น้ำใต้ถุนสูง มีเรือทุกบ้าน แนวทางช่วยเหลือตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม.ตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญ 3 พื้นที่ คือพื้นที่เขตพระราชฐาน โบราณสถาน และวัดที่สำคัญ พื้นที่เขตเศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน รถยนต์ขนย้ายผู้ประสบภัย มอบถุงยังชีพและเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เผยว่า เตรียมเปิดศูนย์ป้องกันอุทกภัยที่วัดศาลาปูน ส่วนมาตรการป้องกันน้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่งจะบล็อกพื้นที่ทั้งหมด 12.5 กิโลเมตร วางแนวกระสอบทรายตามถนนอู่ทอง จุดที่ลุ่มตามริมคลองเมือง ทำเขื่อนดินตลอดแนว มีสถานีสูบน้ำที่หัวท้ายคลองท่อ คลองมะขามเรียง วัดสระมณฑล วัดประสาท และตลาดหัวรอ มั่นใจว่าจะสามารถป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมในเกาะเมืองได้แน่นอนด้านนายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ กล่าวถึงกรณีที่น้ำทะเลหนุนช่วงวันที่ 24-29 ส.ค.เวลา 17.00-20.30 น.จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นว่า อาจทำประชาชนที่อยู่ตามแนวนอกเขื่อนริมแม่น้ำย่าน ต.บางปู อ.เมืองสมุทรปราการ และ อ.พระประแดง ได้รับผลกระทบ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านยกของขึ้นที่สูงและติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ธรรมชาติน้ำทะเลหนุนเกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วนใหญ่ชาวสมุทรปราการทราบกันดีอยู่แล้ว มีผลกระทบเป็นเวลาสั้นๆเท่านั้น แต่ได้สั่งให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบท่อระบายน้ำ ประตูเขื่อนกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ เพื่อเร่งระบายน้ำออกให้ทันหากมีน้ำล้นขึ้นมา