ท่ามกลางสถานการณ์สั่นคลอนของเก้าอี้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีมั่นใจในความแข็งแกร่งของตำแหน่ง “ผู้นำประเทศ” ถึงนัดเคาะประชุม ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนที่ 13 ในประวัติศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติบ่ายวันที่ 29 ส.ค.2565แทนการเกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข“เจ้าสำนักปทุมวันคนใหม่” เป็นใครขึ้นอยู่กับ “แม่ทัพคนเดิม” จะนำรายชื่อเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธาน ก.ต.ช.เห็นชอบบรรยากาศอาจแตกต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก้าวขึ้นนั่งบัลลังก์สูงสุดของกองทัพด้วยสภาพแวดล้อมทางการเมืองกำลังฉกฉวยช่วงชิงโอกาสยึดฐานคะแนนเสียงใกล้ฤดูกาลเลือกตั้งจำเป็นต้องเลือก “ผู้นำตำรวจ” ที่ต้องอยู่ภายใต้อาณัติของขั้วอำนาจพรรคการเมืองใหญ่ไปใช้วางตัวขุมกำลัง “นายกอง” ทั่วประเทศสุดท้ายผู้ที่เป็น “แคนดิเดต” มารับบท “แม่ทัพ” มีเพียงแค่ 3 คนพล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ดีกรีนักเรียนนอก เกษียณอายุราชการปี 2566 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. นรต.38 เกษียณอายุราชการปี 2566 และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. นรต.40 เกษียณอายุราชการปี 2567ทุกคนล้วนมีประวัติการทำงานตามเส้นทางที่ “ไร้มลทิน” ไม่เช่นนั้นคงไม่ขยับขึ้นมาติดยศ พล.ต.อ.น่าหนักใจแทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ต้องเลือก “เพียงหนึ่งเดียว” ไปสานต่อภารกิจตามมาตรฐานที่ตัวเองสร้างเอาไว้อย่างไม่บกพร่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเมื่อมองเกมจิ้มชื่อ “ผู้นำลักกี้นัมเบอร์” ต้องเจอคลื่นใต้น้ำสารพัดไม่พ้นบ่วงอำนาจของนักการเมือง.สหบาท