ตามแผนล่มองค์ประชุมรัฐสภา ล้มกระดานสูตรหาร 500 ร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.เกมโอเวอร์ กลับไปใช้สูตรหาร 100 ส.ส.พปชร.ผนึก พท. และ ส.ว.อีกร่วมร้อยไม่แสดงตน ขณะที่ ภท.-ปชป.-ก้าวไกลมากันพรึบพรับ พรรคเล็กงามไส้ ดอดรับหน้า “บิ๊กป้อม” ถึงสระบุรี “ลุงป้อม” ตบมุกไม่รู้ๆ “สภาล่มแล้วเหรอ” พปชร.ขู่ฟ้อง “พีระพันธุ์-สมชัย” ให้ร้าย เจ้าตัวปัดไม่ได้หมายถึงใคร ลั่นก็มาสิครับฟ้องมาฟ้องกลับ กมธ.กฎหมายลูกรอส่ง กกต. เชื่อจะไม่เห็นแย้ง “วิษณุ” ชี้ปม 8 ปีบันทึก กรธ.มีน้ำหนักแต่น้อย เพื่อไทยเตือน ครม.ต้องร่วมรับผิดชอบถ้าเกิดอะไรขึ้น “พิมพ์รพี” ท่องคาถาไม่โกงชนภูมิใจไทย “สะสมทรัพย์” ปักหลักอยู่ ชทพ.ต่อ ศาลสั่งจำคุก “เมธี-พอร์ท ไฟเย็น” แต่ให้ประกันสู้อุทธรณ์เป็นไปตามคาดองค์ประชุมรัฐสภานัดพิเศษมีผู้มาแสดงตนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ส่งผลให้องค์ประชุมล่ม ทำให้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีการแก้ไขเนื้อหาวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยสูตรหาร 500 มีอันตกไป ต้องกลับไปใช้ร่างต้นฉบับที่ ครม.เสนอให้ใช้สูตรหาร 100 ตามเดิม อลเวงไม่เลิกเดดไลน์ ก.ม.ลูกเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ส.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อหลังเกิดเหตุองค์ประชุมล่ม เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และถือเป็นวันสุดท้ายที่ครบกำหนด 180 วัน ต้องพิจารณาร่างกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จ หากไม่สามารถพิจารณาได้ทันต้องกลับไปใช้เนื้อหาร่างกฎหมายตามร่างที่เสนอโดย ครม. โดยใช้วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 แทนหารด้วย 500 ที่มีการแก้ไขในวาระ 2 ก่อนจะเข้าสู่วาระการพิจารณานายชวนแจ้งต่อที่ประชุมว่า มีสมาชิกมาลงชื่อเพียง 111 คน ยังไม่ครบองค์ประชุมคือ 364 คน ขอรอองค์ประชุมให้ครบและเดินลงจากบัลลังก์ไป หลังรอนานกว่า 50 นาที ยังมีองค์ประชุมแค่ 325 คน ทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายชวนมาทำหน้าที่ กระทั่งเวลา 10.00 น. นายชวนจึงขึ้นทำหน้าที่พร้อมแจ้งที่ประชุมว่าองค์ประชุมยังไม่ครบ แต่จะให้โอกาส ให้เวลาอีก 10 นาที ถ้าองค์ประชุมไม่ครบจะปิดประชุมเส้นยาแดงเปิดประชุมฉิวเฉียดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แย้งว่าในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายชวนบอกว่าหากถึงเวลา 10.00 น. องค์ประชุมไม่ครบจะปิดประชุม ขอให้ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ต่อที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย นายชวนชี้แจงว่า พูดแบบนั้นในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายจริง แต่วันนี้ยังไม่ได้ตกลงกันเรื่องเวลา ขอโอกาสให้สมาชิกทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์คนไม่มา เพราะไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่เป็นสิทธิ ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นความเห็นทางกฎหมาย จนกระทั่งเวลา 10.08 น. ก่อนถึงเส้นตายสุดท้ายที่นายชวนกำหนดไว้ มีองค์ประชุมครบ 364 คนแบบฉิวเฉียดเกมโอเวอร์องค์ประชุมล่มจากนั้นนายชวนแจ้งว่าขณะนี้องค์ประชุมครบแล้ว ขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ขั้นตอนหลังจากนี้จะเริ่มลงมติมาตรา 24/1 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว ที่ลงมติไม่ได้เพราะองค์ประชุมไม่ครบและกดออดเรียกสมาชิกรัฐสภามาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ใช้เวลานานเกือบ 10 นาที แต่ยังไม่มีการประกาศผลการแสดงตน ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวทักท้วงว่า ประธานกดออดมาสักพักแล้ว ตนเดินไปดูที่หน้าจอมีสมาชิกมาแสดงตนเพียง 320 คน จะรออีกนานแค่ไหน นายชวนตอบว่า รอต่ออีกนิดอย่าให้เขามากล่าวหาฉวยโอกาสรีบปิด รออีกนิดไม่ต้องรีบ กระทั่งเวลา 10.27 น. นายชวนแจ้งว่า หากไม่สามารถพิจารณาร่างกฎหมายได้ทัน 180 วัน ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าวที่เสนอมาโดย ครม. ในวาระ 1 ตอนนี้มีผู้มาลงชื่อ 355 คน ไม่ครบองค์ประชุม ขอปิดประชุม ทำให้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พิจารณาไม่ทันตามกรอบเวลา 180 วัน ต้องกลับไปใช้ร่างต้นฉบับที่ ครม.เสนอให้ใช้สูตรหาร 100 คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพปชร.-พท.ตามแผนไม่แสดงตนผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในห้องประชุม มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่ประปราย ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.กทม. และนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้มี ส.ส.โทร.หา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เมื่อคืนวันที่ 14 ส.ค. สอบถามความชัดเจนการร่วมประชุมในวันที่ 15 ส.ค. ได้รับแจ้งว่าให้ ส.ส.พลังประชารัฐเข้าร่วมประชุมเพื่อให้เปิดประชุมได้ แต่ไม่ต้องแสดงตนเป็นองค์ประชุมตอน ลงมติ เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย มี ส.ส.นั่งกันอยู่บางตา มีเพียงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย คอยนั่งรักษาการอยู่ในห้องประชุม ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคก้าวไกล นั่งกันอยู่เกือบครบ ขณะที่ ส.ว.มาประชุมประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น ภท.-ปชป.-กก.มากันพรึบพรับสำหรับรายชื่อผู้ไม่มาแสดงตนเป็นองค์ประชุมจนเป็นเหตุให้เกิดสภาล่ม พบว่าพรรคเพื่อไทยไม่มาแสดงตน 120 คน จาก 132 คน มีผู้มาแสดงตน 12 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มงูเห่าที่เตรียมย้ายพรรค ส่วน ส.ส.พลังประชารัฐมีผู้ไม่มาแสดงตน 88 คน จาก ส.ส.ทั้งหมด 97 คน มาแสดงตนแค่ 9 คน ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.กทม. ขณะที่พรรคเศรษฐกิจไทยมี ส.ส.ไม่มาแสดงตน 13 คน จาก 16 คน พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มาแสดงตน 5 คน จาก 12 คน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมาแสดงตนกันพร้อมเพรียง 59 คน จาก ส.ส. 62 คน โดย 3 คนที่ไม่มาแสดงตน คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ที่ติดภารกิจ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์มาแสดงตน 42 คน จาก 52 คน พรรคก้าวไกลมาแสดงตน 43 คน จาก ส.ส. 54 คน ไม่มาแสดงตน 11 คนส.ว.เอาด้วยโดดร่มเกือบร้อยสำหรับ ส.ว.มาแสดงตน 150 คน ไม่มาแสดงตน 99 คน จาก 249 คน โดยผู้ไม่มาแสดงตน อาทิ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร นายวันชัย สอนศิริ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส่วน ส.ว.ที่มาแสดงตน อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร พรรคเล็กดอดรับหน้า “ลุงป้อม”วันเดียวกันเวลา 09.00 น. ที่ศาลากลาง จ.สระบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามสถานการณ์น้ำ ความคืบหน้าเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง โดยมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อาทิ น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย นายสมบัติ อำนาคะ ส.ส.สระบุรี นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และบรรดา ส.ส.พรรคเล็ก อาทิ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย มารอต้อนรับด้วย มีการเรียก ส.ส.พรรคเล็กปิดห้องพูดคุยเป็นเวลา 5 นาที นายพีระวิทย์กล่าวว่า พรรคเล็กที่มาได้ยื่นใบลากิจ ไม่เข้าประชุมร่วมรัฐสภาแล้วไม่รู้ๆ “สภาล่มแล้วเหรอ”ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภา ที่เกิดเหตุองค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้สภาล่มว่า “ผมไม่รู้เรื่อง” เมื่อถามว่าต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ไม่รู้ ก่อนย้อนถามอีกรอบว่า สภาล่มแล้วเหรอ เมื่อถามว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่ามีนักเล่นเกม หัวหน้าทีมสั่งลูกทีมให้ไปลงชื่อแล้วไม่ต้องลงสนาม รอให้กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาตามกติกา พล.อ.ประวิตรถามผู้สื่อข่าวกลับว่า ใครนะ พร้อมกล่าวว่า “ก็ให้ไปถามพีระพันธุ์สิ จะมาถามอะไรผม พีระพันธุ์รู้ก็ถามพีระพันธุ์” เมื่อถามว่าก็มีการตีความว่าหมายถึง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตรถึงกับร้อง “เฮ้ย คุณมาพูดอย่างนี้ได้อย่างไร”พปชร.ขู่ฟ้อง “พีระพันธุ์-สมชัย”นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ตามที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์พรรคเสรีรวมไทย โพสต์ลงโซเชียลในลักษณะเป็นการใส่ความกล่าวหา ส.ส.พปชร. และพรรค พปชร. ให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง เป็นการกระทำด้วยมีเจตนาแอบแฝงเพื่อให้ได้เกิดประโยชน์กับพรรคการเมืองที่บุคคลทั้งสองสังกัดอยู่ และบุคคลทั้งสองไม่ได้เป็น ส.ส.และ ส.ว. จึงไม่มีเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 คุ้มครอง เพื่อรักษาหลักการแห่งกฎหมายจะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลทั้งสองจนกว่าคดีถึงที่สุดเจ้าตัวปัดไม่ได้หมายถึงใครนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้หมายถึงใครเฉพาะเจาะจง แต่จากประสบการณ์การเมือง การที่ ส.ส.จำนวนมากมีพฤติกรรมไปใน แนวทางเดียวกัน ต้องมีการสั่งการแน่นอน ส่วนใครเป็นคนสั่งไม่ทราบ ต้องไปสืบไปเช็กกันเอง “ที่มีสื่อไปถาม พล.อ.ประวิตรว่าผมหมายถึงท่านหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ใช่ เพราะ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์เองว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวข้อง ไม่เคยไปสั่งการใดๆ ฉะนั้นไม่ได้หมายถึงท่าน แต่ผมหมายถึงใครก็ได้ที่มีลักษณะเช่นนี้” เมื่อถามว่าคนสั่งน่าจะเป็นระดับบิ๊กพอสมควรใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบว่า ไม่จำเป็น ใครคนใดคนหนึ่งในวิปอาจเป็นคนสั่งก็ได้ แต่การไปทำให้สภาวุ่นวายไม่ถูกต้อง เหตุการณ์สภาล่มซ้ำซากกระทบต่อภาพพจน์รัฐสภา อาจมีผลในการเลือกตั้ง ถ้าฟ้องมาก็ฟ้องกลับ ต่อมานายพีระพันธุ์โพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะท้าทายว่า “ก็มาสิครับ”รอส่งให้ กกต.ทำความเห็นแย้งนายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า เมื่อร่างกฎหมายลูกพิจารณาเสร็จไม่ทันในเวลาที่กำหนด ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบเนื้อหาร่างแรกที่เสนอโดย ครม.คือการกลับไปใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 ประเด็นองค์ประชุมไม่ครบเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยกลไกรัฐสภา หวังกลับไปใช้ร่างเดิมหารด้วย 100 วิธีวอล์กเอาต์เป็นเรื่องทำได้ เพราะไม่เห็นชอบด้วย ต้องการกลับไปใช้ร่างเดิม ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องส่งให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นกลับมาภายใน 10 วัน เชื่อว่า กกต.จะไม่มีความเห็นแย้ง ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรี รอไว้ 5 วัน รอดูใครจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ขอแนะนำนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ รวบรวมรายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อประชาชน จะได้สิ้นข้อสงสัย เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ก็นำเสนอขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อไป “สมคิด” ตอก “ระวี” ทำเพื่อตัวเองนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องชัยชนะของพรรคเพื่อไทย เราไม่ได้ขี้เกียจไม่ได้ตีรวน เพราะยืนยันเรื่องนี้มาตลอด ไม่ปิดบังและเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง ส่วนที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุว่าเพื่อไทยเปิดดีลใหญ่กับพลังประชารัฐ ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะทั้ง 2 พรรคเอาสูตรหาร 100 ตั้งแต่แรก ไม่มีดีลอะไรทั้งนั้น เพียงแค่ความประสงค์ตรงกัน และ ส.ว.บางส่วนเห็นว่าขัดหลักกฎหมาย ที่ นพ.ระวีพูดแบบนี้เพื่อประโยชน์ตนเอง เราจะดีลกันทำไม กฎหมายนี้ไม่ได้ใช้กับพรรคใดพรรคหนึ่ง ฝากถึงพรรคเล็กว่าท่านดำรงอยู่ได้ ถ้าทำงานขยายฐาน ขยายเขต หรือถ้าสู้ไม่ได้ก็ไปรวมกับพรรคอื่นห่วง “ประวิตร” เป็นเป้าถล่มนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคเล็กทำสุดความสามารถแล้ว เชื่อว่าหอกดาบจะทิ่มไปที่ พล.อ.ประวิตรมากกว่าพรรคเพื่อไทยแน่นอน รู้สึกห่วงท่าน เมื่อถามถึงกระแสข่าวการจับมือของ 2 พรรคใหญ่ นพ.ระวีตอบว่า จนถึงตอนนี้ยังถือว่าเป็นการกล่าวหา พล.อ.ประวิตรอยู่ ต้องดูภายภาคหน้าว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาพลังประชารัฐถือเป็นพรรคทหาร ที่ประชาชนไว้วางใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ หากมีการจับมือกันจริงคำถามคือมวลชนของทั้ง 2 ฝ่ายจะรับได้หรือไม่ เชื่อว่าหากเป็นเรื่องจริง ประชาชนอาจตัดสินลงโทษพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน“วิษณุ” ชี้ส่ง กกต.ปลอดภัยสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 101 หากกฎหมายลูกไม่ผ่านการพิจารณาใน 180 วัน หากมีฉบับเดียวให้นำฉบับนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ แต่หากมีหลายฉบับให้ใช้ฉบับหลักนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งรัฐสภามีมติใช้ร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นร่างหลักจึงจะใช้ฉบับนี้ขึ้นทูลเกล้า ขั้นตอนหลังจากนี้รัฐสภาจะเป็นผู้ดำเนินการ เห็นว่าทางที่ปลอดภัยที่สุดคือส่งให้ กกต.แต่เร่งให้ทุกอย่างเร็ว เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกต หากไม่มีกฎหมายเลือกตั้งอาจทำให้รัฐบาลรักษาการได้ยาวนาน นายวิษณุตอบว่า ไม่เกี่ยวเป็นคนละเรื่อง รัฐบาลต้องอยู่รักษาการในช่วงรอ กกต.ประกาศผลใน 2 เดือน และอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อรอการจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะถวายสัตย์ฯ จากนั้นรัฐบาลรักษาการจะพ้นหน้าที่บันทึก กรธ.มีน้ำหนักแต่น้อยนายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีวาระการดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า ไม่มีความเห็น ให้ผู้รู้ทั้งหลายพูดไป เพราะอาจกลายเป็นการชี้นำ เมื่อถามว่าบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีน้ำหนักหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากบันทึกของ กรธ.เป็นบันทึกขณะร่าง แต่บันทึกการประชุมครั้งที่ 500 เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 เพื่อทำตำราขึ้นมา 1 เล่ม คือบันทึกการประชุม น้ำหนักจึงมีบ้างแต่ก็น้อย เมื่อทำเป็นหนังสือเรียงมาตราบอกเจตนารมณ์ ก็ไม่มีข้อความที่พูดอยู่ในมาตรา 158 เลย เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญสามารถตีความตามบันทึกการประชุมของ กรธ.ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ปล่อยให้ศาลเป็นคนตี แต่เขาไม่ตีตามหนังสืออยู่แล้ว เขาใช้ตามหลักเตือน ครม.ต้องร่วมรับผิดชอบนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การนัดประชุมร่วมของรัฐสภาวันนี้มาจากผู้มีอำนาจนอกสภาสั่งการ ต้องการให้การออกกฎหมายเป็นไปตามที่ตนเองต้องการ ปัจจัยหลักคือภายในพรรคร่วมรัฐบาลเกิดรอยร้าว ตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้สูตรหาร 100 หรือหาร 500 การแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติของผู้มีอำนาจในรัฐบาล เป็นการทำลายเกียรติภูมิสภาครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ ทำทุกทางเพื่อหวังสืบทอดอำนาจยาวนาน และประเด็น 8 ปี หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังคงเอาสีข้างเข้าถูทำตัวเหนือกฎหมาย ขอส่งสัญญาณไปยังรัฐมนตรีร่วมคณะว่าตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.หากเกิดอะไรขึ้น ครม.ทั้งคณะต้องรับผิดชอบ หากมีการตัดสินใจผิดพลาดภายใต้รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม ปลายทางอาจเดินทางสู่คดีอาญาและอาจส่งผลให้ติดคุกได้“เฉลิมชัย” กล้าพูดเพราะมั่นใจนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโอกาสที่จะมีการประกาศยุบสภา หลังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ผ่านวาระสามว่า ตอบไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ ต้องไปถามนายกฯ รวมถึงเรื่องวาระ 8 ปีของนายกฯ สุดท้ายต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามถึงการขับเคี่ยวระหว่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยในภาคใต้จะส่งผล ต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ประชาธิปัตย์ไม่ปะทะด้วย เราทำการเมืองสร้างสรรค์ไม่ทะเลาะกับใคร มั่นใจในเสียงตอบรับที่ประชาชนมีให้กับพรรค เรามีคนครบแล้ว 58 เขต ส่วนการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้มีปัญหาอะไร ประชาธิปัตย์มีวุฒิภาวะเราแยกแยะได้ เมื่อถามย้ำว่ากังวลถึงอนาคตทางการเมืองของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคหรือไม่ ที่ประกาศจะเลิกเล่นการเมืองหากได้ ส.ส.ต่ำกว่า 52 ที่ นายจุรินทร์ตอบว่า นายเฉลิมชัยพูดเพื่อย้ำแสดงความมั่นใจ ว่าประชาธิปัตย์ ในยุคที่ท่านเป็นเลขาธิการพรรคและตนเป็นหัวหน้าพรรคจะทำได้สำเร็จปชป.ท่องคาถาไม่โกงชน ภท.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พังงาและกระบี่ว่า การเริ่มต้นด้วยการโจมตีพรรคอื่นไม่ควรเกิดขึ้น การเมืองยุคใหม่ต้องสู้ด้วยนโยบาย และผลงาน คนปักษ์ใต้ทราบดีที่นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ กล่าวหาว่าประชาชนให้โอกาสพรรคเก่า 30 ปี ไม่มีผลงานนั้น เป็นการเมืองย้อนยุคจุดความขัดแย้ง พรรค ภท.เปิดตัวใครก็ว่ากันไป เราไม่เคยพาดพิง นายสฤษฏ์พงษ์ระบุเรื่องราชสีห์กับหมาดูถูกคนอื่นก่อน ตนไม่เคยพูดถึงคำว่าหมาแม้แต่คำเดียว ยืนยัน ปชป.พร้อมชนกับพรรค ภท.ทุกเขต ผลงานพรรคเราชาวปักษ์ใต้รู้ดีว่าทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ทำการเมืองยุคนี้อย่าดูถูกประชาชน 30 ปี ผลงานมีจับต้องได้ ปชป.มีวิถีของเรา ยึดหลักสุจริต ไม่โกง ถึงอยู่มาได้ทุกวันนี้“พิมพ์รพี” ไม่หวั่นต้านพายุเงินน.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. กล่าวว่า ตนและนายสาครเกี่ยวข้อง รวมถึงนายธนวัช ภูเก้าล้วน พร้อมสู้ในสนาม จ.กระบี่ ไม่หนักใจกับคำประกาศกวาดยกจังหวัดของพรรคภท. แต่ขอให้เล่นตามกติกา อย่าเล่นใต้ดิน ใช้พายุเงินซื้อตัว ส.ส. เราไม่บิดเบือนหลอกลวงใช้โครงการที่ไม่อนุมัติงบฯไปวางศิลาฤกษ์สร้างข่าวลวงตา ขอสู้ด้วยความจริง มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเกิดบนหลักการที่ถูกต้องชอบธรรม เรารู้ดีว่าสู้กับอำนาจเงินไม่ง่าย แต่เชื่อมั่นในเสียงประชาชน “สะสมทรัพย์” ปักหลัก ชทพ.ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายอนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ ว่า ตนและนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พรรค ชทพ. จะนำนายศุภโชค ศรีสุขจร หรือ ส.จ.ฟิล์ม มาสมัครเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม ในวันที่ 16 ส.ค. มี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ชทพ. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ชทพ. ร่วมเปิดตัว ครอบครัวศรีสุขจรนับว่าคลุกคลีการเมืองในนครปฐมมายาวนาน นายศุภโชคจบจากนิวยอร์ก เป็นคนเก่งโปร์ไฟล์ดี ได้รับเลือกตั้งเป็น อบจ. ควรโตได้มากกว่านี้ นครปฐมควรมีเด็กรุ่นใหม่มาเสริมทัพ ไม่ใช่ว่าต้องสะสมทรัพย์เสมอไป ขณะนี้พรรคอื่นมีเหนือ มีใต้ มีอีสาน ตระกูลสะสมทรัพย์ก็อยากมีกลางเล็กๆ มีสุพรรณ นครปฐม อ่างทอง ไว้ให้คนในพื้นที่ได้อาศัยเราให้ช่วยเหลือบ้าง ขอสัก 40 คนพอ เมื่อถามว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม แสดงว่าตระกูลสะสมทรัพย์ ยังอยู่กับ ชทพ. นายอนุชาตอบว่า ใช่ ตนรักพรรค อยากให้เป็นพรรคภาคกลางเล็กๆให้ประกัน “เมธี-พอร์ท ไฟเย็น”ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงาน อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายเมธี อมรวุฒิกุล หรือณชิต อำนาจเดชานนท์ อายุ 51 ปี อดีตนักแสดงชื่อดังและอดีตแนวร่วม นปช. เป็นจำเลยตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน กรณีร่วมชิงปืนกลทาโวร์ (TAVOR-21) 13 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 50 ซอง จากทหารสังกัดกองทัพบกผู้เสียหาย ที่เข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่ม นปช.ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ศาลพิพากษามีความผิด จำคุก 3 ปี มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี ไม่รอ ลงอาญา ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 1 แสนบาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรอีกคดี ศาลมีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายปริญญา ชีวินกุลปฐม หรือพอร์ท ไฟเย็น อายุ 37 ปี กลุ่มราษฎร และศิลปินนักร้องวงไฟเย็น เป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ตาม ป. อาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีวันที่ 27 เม.ย.-16 ก.ค.2559 จำเลยโพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน รวมทั้งโพสต์ภาพข่าวรัฐประหารในตุรกีพร้อมข้อความพาดพิงสถาบันฯ และเนื้อหาเพลงเกี่ยวกับสถาบัน สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันตำรวจ ลงโทษจำคุกกรรมละ 3 ปีรวม 3 กรรม แต่ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 จำคุกกรรมละ 2 ปี รวม 6 ปี อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 3 แสนบาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร