เมื่อวันที่ 4 ส.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนักวิชาการมองว่าการปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐานเป็นนโยบายหาเสียงว่า เป็นวาทกรรมที่พูดกันไป ตนไม่อยากให้เรื่องของการศึกษาเป็นเรื่องการเมือง เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายหลายเรื่องที่จะช่วยขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมถึงการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท ตามโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็เป็นนโยบายที่ช่วยเหลือ และบรรเทาภาระผู้ปกครองด้วยรมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า การปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวตามความจำเป็นพื้นฐานตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ครอบคลุมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาทางเลือก โดยปรับเพิ่มแบบขั้นบันไดต่อเนื่อง 4 ปี งบประมาณตั้งแต่ปี พ.ศ.2566-2569 นั้นเป็นการดำเนินการที่สภาการศึกษา (สกศ.) ได้ทำวิจัยมา 2 ปี อีกทั้งไม่ได้ปรับเพิ่มมากว่า 10 ปีแล้ว เราต้องการทำให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระผู้ปกครอง ยืนยันว่าการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของ ศธ.ไม่ใช่นโยบายหาเสียงแต่อย่างใด.