น้องใหม่ไฟแรง...เอาเป็นว่าถึงวันนี้คงพอจะมองเห็นแนวโน้มการเมือง หลังการเลือกตั้งแล้วว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไรพรรคไหนจะจับขั้วกับใคร...พรรคใหม่อย่างรวมไทยสร้างชาติ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วคงเห็นหน้าเห็นตาว่าใครเป็นใครกันบ้าง“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเต็มตัว “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” เลขาธิการพรรค เหรัญญิก นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณกรรมการบริหารพรรค เช่น นายวิทยา แก้วภราดัย นายชื่นชอบ คงอุดม นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร เป็นต้นนายปองพล อดิเรกสาร และ นพ.ปรีชา มุสิกุล คณะที่ปรึกษานี่เป็นส่วนหนึ่งที่เปิดเผยตัวตนให้เห็น แต่ยังมีอีกหลายคน ที่ยังซ่อนอยู่ในมุมคงรอจังหวะและสถานการณ์ที่เหมาะสมแน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นนักการเมืองจากค่ายประชาธิปัตย์ที่ออกมาจากพรรคแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็พวก กปปส.นายพีระพันธุ์ปฏิเสธว่า พรรคนี้ไม่ใช่ ปชป. 2 และไม่ใช่ พรรคสาขาของพลังประชารัฐ ไม่ได้ตั้งพรรคมาหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯตั้งเป้าจะกวาด ส.ส.ภาคใต้ให้ได้ทั้งหมดนั่นแสดงว่าจะมีนักการเมืองจากภาคใต้ที่ผิดหวังจาก ปชป.มาเข้าร่วมด้วยไม่น้อย โดยเฉพาะพวกที่ผิดหวังหัวอกเดียวกันอย่างหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ พรรคการเมืองนี้ถูกมองว่ามีความเกี่ยวพันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จนมีข่าวว่าจะถอยจากพลัง ประชารัฐมาอยู่พรรคนี้ อีกทั้งมีกลุ่ม กปปส.ที่เคยอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็จะมาอยู่ในพรรคนี้ด้วยเพียงแต่ไม่ใช่พรรคแตกแบงก์พัน แต่เป็นพรรคคู่ขนานกัน เป็นแนวร่วมกันหลังเลือกตั้งคงจะเกาะกลุ่มร่วมรัฐบาลเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการต่อท่ออำนาจแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ตัวบุคคลล้วนมีสายสัมพันธ์ที่ผูกติดกัน อย่างนายพีระพันธุ์ก็เคยเป็นที่ปรึกษาและร่วมงานกับพลังประชารัฐมาแล้วนัยหนึ่งเป็นพรรคที่สนับสนุนซึ่งกันและกันแล้วยังเป็นการรวมพลบุคคลที่มีแนวคิดตรงกันให้มาอยู่ด้วยกันหลังจากเลือกตั้งความจำเป็นอย่างหนึ่งของ “3 ป.” คือการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องรวมเสียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุดแม้จะจับมือหลวมๆกับภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ แต่การเมืองนั้นไม่มีอะไรแน่นอน เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะได้มีส่วนสำคัญกับการตัดสินใจต่างๆที่สำคัญก็คือ พลังประชารัฐกับการเป็นแกนนำรัฐบาลคือหัวใจสำคัญของ “3 ป.” ที่พลาดไม่ได้ เพราะมิฉะนั้นจะต้องไปเป็นฝ่ายค้านทันทีพูดง่ายๆว่าจะต้องชนะเลือกตั้งแล้วยังต้องตั้งรัฐบาลให้ได้ดูจากความเคลื่อนไหวทั้งหมดแล้ว “3 ป.” ได้มีการวางแผน เอาไว้หมดทุกขั้นตอนอยู่ที่ผลการเลือกตั้งจะสามารถชนะเพื่อไทยได้หรือไม่จึงไม่แปลกที่การปรับเปลี่ยนกฎกติกาจึงวุ่นวายไปหมด!“สายล่อฟ้า”