คดี พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 พร้อม บก.ปส.4 บก.ข่าวกรองยาเสพติด บก.สกัดกั้น บก.ทล. ป.ป.ส.ภาค 9 จับกุม 7 ผู้ต้องหา นายลุกมัน หรือมัน อายุ 39 ปี นางสาววนิดา หรือดา อายุ 40 ปี นายดากี หรือกี อายุ 37 ปี นายอาลาดิง หรือหวัง อายุ 32 ปี นายมะเปาซี หรือนูซี อายุ 24 ปี นายนครินทร์ หรือมีน อายุ 33 ปีพร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 14 กระสอบ น้ำหนักรวม 631 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ด้านท้ายกระบะบรรทุกรถยนต์ 1 คัน รถกระบะ 2 คัน รถเก๋ง 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่องจับกุมได้ที่ริมทางหลวงสาย 4 ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ต่อเนื่องบริเวณด่านตรวจตำรวจทางหลวงพรุพ้อ ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และริมถนนเพชรเกษม ขาล่อง ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาขณะลำเลียงลงภาคใต้พล.ต.ต.พรศักดิ์รายงาน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.และ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. เกี่ยวกับข้อมูลเครือข่าย นายแม็ง หรือนายนครินทร์ นักค้ายาเสพติดภาคใต้ จะมีการลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคกลางไปส่งให้กับเครือข่ายพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซุกซ่อนยาเสพติดมากับรถกระบะ และมีรถนำทางตรวจการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่เพื่อหลบเลี่ยงการถูกจับกุมพล.ต.ท.สรายุทธสั่งให้ พล.ต.ต.พรศักดิ์จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 41 ตั้งแต่รอยต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช-พัทลุง อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง จนถึงจุดตรวจทางหลวงรัตภูมิ อ.รัตภูมิ จ.สงขลาพบรถยนต์ต้องสงสัย 3 คัน จึงได้สะกดรอยติดตาม ก่อนเข้าตรวจค้นรถทั้ง 3 คัน จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดพร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 631 กิโลกรัมซึ่งถูกซุกซ่อนอำพรางอยู่ภายในรถอย่างดีนายลุกมันรับสารภาพว่า นายนครินทร์ว่าจ้างให้ขับรถบรรทุกยาเสพติดจาก อ.บางเลน จ.นครปฐม ไปส่งที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มาด้วยกัน 3 คัน นายมะเปาซีและนายนครินทร์ ขับรถนำคันที่ 1 นายดากีและนายอาลาดิง ขับรถนำคันที่ 2 คันที่ 3 นายลุกมัน นางสาววนิดาและนายแวแม ใช้ติดต่อสื่อสารสอบถามผ่านแอปพลิเคชันไลน์หลบเลี่ยงด่านตรวจตำรวจพล.ต.ท.สรายุทธเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของขบวนการขนลำเลียงยาเสพติดตลอด 1 เดือน มีข้อมูลการขนลำเลียงยาเสพติดผ่านออกไปทางประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งออกไปจำหน่ายที่ประเทศออสเตรเลียบช.ปส.ควบคุมการส่งยาเสพติดที่ท่าเรือและสนามบินอย่างเข้มงวด ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดเปลี่ยนมาใช้เส้นทางถนนลำเลียงส่ง หากยาไอซ์ลอตนี้หลุดออกไปขายต่างประเทศมูลค่ากว่า 600 ล้านบาทจ่อขยายผลจับหัวหน้าขบวนการและเครือข่าย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th