เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมามี “ดราม่า” ระหว่างประเทศทางออนไลน์เกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง ได้แก่ “ดราม่าดอกลำดวน” ซึ่งมีการโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ระหว่างชาวเน็ตไทยกับชาวเน็ตกัมพูชา...ว่า “ดอกลำดวน” เป็นดอกไม้ของใครกันแน่?เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากโปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส 2” ของ GDH ที่จะออกฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วไปในวันที่ 28 ก.ค.นี้...มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ดอกลำดวน...แทนความรักที่ยั่งยืน” อยู่ในภาพของพระเอก โป๊ป-ธนวรรธน์ และนางเอก เบลล่า-ราณี พร้อมทั้งล้อมกรอบด้วย “ดอกลำดวน” สีเหลืองจำนวนหนึ่งทันทีทันใดนั้นเองก็มีชาวเน็ตกัมพูชารายหนึ่งเข้ามาแสดงความเห็นว่า “ขอบคุณสำหรับการส่งเสริมดอกไม้ประจำชาติของเรา (กัมพูชา) ให้โลกรู้ แต่ครั้งหน้าอย่าลืมให้เครดิตเจ้าของด้วย”ชาวเน็ตไทยอ่านเจอเข้าก็ตอบโต้ทันที เกิดสงครามตอบโต้เรื่อง “ดอกไม้ประจำชาติ” ยาวเหยียด และโต้ไปยาวๆเข้าก็ชักรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจริงๆแล้วพืชพันธุ์ธัญญาหารหรือพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ยืนต้นต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เหมือนๆกันนั่นแหละ เพราะอยู่ในเขตภูมิศาสตร์เดียวกันต้น “ลำดวน” ต้นแรกจะขึ้นที่ประเทศไหนก่อนไม่ทราบ แต่ในที่สุดแล้ว ผมก็พบว่าปลูกและขึ้นอยู่ทุกประเทศในย่านนี้นอกเหนือจากคำชี้แจงจากกองเชียร์ฝ่ายไทยที่บอกว่า จังหวัด ศรีสะเกษใช้ดอกลำดวนเป็นสัญลักษณ์มานานแล้ว ผมเองก็เห็นดอกลำดวนและต้นลำดวนที่นครสวรรค์บ้านเกิดผมมาตั้งแต่เด็กๆ และกินขนมดอกลำดวนมาตั้งแต่เด็กๆเช่นกันโตขึ้นมาหน่อยผมยังรู้จักคนไทยที่ชื่อ “ลำดวน” อีกหลายๆราย มีอยู่รายหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทผมเลย ชื่อ ลำดวน ภวัครานนท์ จบอักษร ศาสตร์เกียรตินิยมจากจุฬาฯ ด้านคณิตศาสตร์ มาทำงานที่ สภาพัฒน์ รุ่นใกล้ๆกัน โต๊ะทำงานติดกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปในภายหลังที่สำคัญวรรณคดีไทยอย่างเรื่อง “ลิลิตพระลอ” ที่แต่งไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น (กว่า 500 ปีแล้ว) ก็ได้เอ่ยถึง “ดอกลำดวน” ไว้เช่นกันผมก็หวังว่าชาวเน็ตกัมพูชาที่ตั้งข้อสังเกต คงจะยอมรับฟังคำชี้แจงจากผู้มีใจเป็นกลางและเข้าใจในวัฒนธรรมตลอดจนพืชพันธุ์ธัญญาหาร ต่างๆ ที่กรุณามาช่วยโพสต์ชี้แจงในระหว่างถกเถียงว่า...พืชพันธุ์หรือวัฒนธรรมเหล่านี้ มีอยู่ทั่วไปใน “อุษาคเนย์” หากจะมีอะไรทับซ้อนกันบ้างก็อย่าไปคิดอะไรมากโดยส่วนตัวแล้วผมมีความคุ้นเคยกับกัมพูชาพอสมควร ไปกินไปเที่ยวพนมเปญหลายหน โดยการชักชวนของ “คุณอ๊อด” สุภชัย วีระภุชงค์ ทายาทคนโตของ บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด เจ้าของยาแก้หวัด “ทิฟฟี่” ซึ่งไปลงทุนในธุรกิจหลายๆอย่างที่โน่นผู้ใหญ่ทางการเมืองของกัมพูชาที่ผมเคยคุยด้วย เคยสัมภาษณ์นับ 10 ครั้ง ได้แก่ ท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม เตียบัญ หรือ สมเด็จพิชัยเสนาเตียบัญ ผู้มีบารมีเป็นอันดับ 2 รองจากท่าน ฮุน เซนท่านน่ารักมากคุยสนุกความเข้าใจและเป็นมิตรกับคนไทยอย่างยิ่ง รวมทั้งชาวกัมพูชาอื่นๆที่ผมมีโอกาสพบก็ล้วนมีความรู้สึกที่ดีต่อเราแต่ก็คงจะมีชาวกัมพูชาส่วนน้อยอยู่บ้างที่ไม่รักไม่ชอบคนไทย ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่พยายามยุยงให้เกิดความเข้าใจผิดอยู่เสมอผมก็หวังว่า “ดอกลำดวน” และคำพูดไม่กี่วลีในแผ่นโปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์เรื่องบุพเพสันนิวาส 2 แผ่นเดียวที่ว่า จะไม่กลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” นะครับในทางตรงข้ามกลับจะกลายเป็น ดอกลำดวน แห่งมิตรภาพระหว่าง 2 ประเทศ ให้รักกันยั่งยืนสืบไป ทำมาหากินและค้าขายกันตลอดไปอนึ่ง สําหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ “คุณเก้ง-จิระ มะลิกุล” โปรดิวเซอร์ ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์มาเชิญผมไปดูด้วยในรอบพิเศษสำหรับสื่อมวลชน แต่ด้วยความหวาดกลัว “โควิด–19” ทำให้ผมไม่กล้าเข้าโรงหนังมา 2 ปีแล้ว จึงตอบฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปว่าผมยังไม่พร้อมแต่มาถึงตอนนี้ชักอยากดูเสียแล้วซี ตั้งใจว่ารอให้เข้าฉายสักพักหนึ่ง และผู้คนเริ่มบางลงแล้ว โดยเฉพาะรอบบ่ายๆ ผู้คนไม่มากนัก...ผมจะสวมแมสก์พกแอลกอฮอล์ขวดเล็กไปดูสักรอบขอให้ภาพยนตร์ “บุพเพฯ 2” ประสบความสำเร็จไม่แพ้ “บุพเพฯ 1” ตอนที่เป็นละครทีวีนะครับ...คุณเก้งครับ.“ซูม”