ฝนถล่มกรุงเทพฯ น้ำท่วม 23 จุด “ชัชชาติ” ยอมรับน้ำท่วมหนักสุดตั้งแต่รับตำแหน่ง เร่งเดิน เครื่องสูบน้ำระบายทุกข์ชาวกรุง ส่วนเรือคลองแสนแสบหยุดชั่วคราว โคราชน้ำทะลักท่วมนาข้าวหลายร้อยไร่ ชาวนาหวั่นต้นกล้าตาย ปภ. พังงา แจ้งเตือนชาวบ้านอยู่พื้นที่ลาดเชิงเขาเสี่ยงน้ำท่วม ฉับพลัน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมสวนทุเรียน จ.ชลบุรี น้ำซัดรถกระบะตกฝายตาย 1 สูญหายอีก 1 คน สถานการณ์ฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน โดยเมื่อช่วงดึกวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฝนกระหน่ำตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันที่ 20 ก.ค.ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 21 ก.ค. ปรากฏว่าหลายพื้นที่ กทม. มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมขังระบายไม่ทัน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ขาออก ฝั่งมุ่งหน้าสะพานข้ามแยกอโศก แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. พบว่าน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจรทุกช่องทาง ระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนและการระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ ที่ศูนย์ควบคุมระบบน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม.2 ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักสุดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง พร้อมกับดูปริมาณน้ำฝนในแต่ละเขตพบว่า เขตสะพานสูงมีปริมาณฝน 132 มิลลิเมตร (มม.) เขตวังทองหลางปริมาณฝน 110.5 มม. เขตห้วยขวางปริมาณฝน 107.5 มม. ส่วนปริมาณน้ำท่วมขังพบว่าถนนประชาสุข ย่านอินทามระ ระดับน้ำท่วมสูงถึงหัวเข่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมยืนยันว่า สถานีสูบน้ำไม่มีปัญหา ไฟไม่ดับ และไม่ลืมกุญแจขณะที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. รายงานน้ำท่วมขังในถนนสายหลัก 23 จุด ได้แก่ 1.ถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกเทียมร่วมมิตร เขตดินแดง 2.ถนนประชาสงเคราะห์ บริเวณหอนาฬิกา เขตดินแดง 3.ถนนประชาสุขบริเวณปั๊มน้ำมัน-ซอยอินทามระ 45 เขตดินแดง 4.ถนนลาดพร้าว บริเวณเจ้าคุณสิงห์-ซอยลาดพร้าว 122 เขตวังทองหลาง 5.ถนนพัฒนาการ บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทยเขตสะพานสูง 6.ถนนนวมินทร์ บริเวณซอยนวมินทร์ 105 เขตบึงกุ่ม 7.ถนนสุขุมวิทบริเวณสุขุมวิท 39- ซอยพร้อมศรี เขตวัฒนา 8.ถนนพระราม 4 บริเวณสุขุมวิท 26-ซอยแสนสบาย เขตคลองเตย 9.ถนนสุขุมวิท บริเวณสุขุมวิท 71-คลองบางมะเขือ เขตพระโขนง 10.ถนนอโศกมนตรี บริเวณชอยชิโนทัย- สุขุมวิท 23 เขตวัฒนา เป็นต้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำ ต่อมาเวลา 06.00 น. วันที่ 21 ก.ค. นายชัชชาติไลฟ์ขณะลงพื้นที่ถนนสุขุมวิทบริเวณปากซอยทองหล่อ ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม หลังฝนตกหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ฝนตกหนักในพื้นที่เขตห้วยขวาง เช้านี้อาจมีปัญญาเรื่องของการเก็บขยะเพราะรถขยะเข้าพื้นที่ไม่ได้ ส่วนในซอยทองหล่อน้ำยังท่วม จากนั้นผู้ว่าฯ กทม.นั่งรถ จยย.รับจ้างสำรวจพื้นที่จากซอยทองหล่อไปตามถนนสุขุมวิท ขาออกมุ่งหน้าสถานีสูบน้ำพระโขนง ซอยสุขุมวิท 50 เพื่อสำรวจการระบายน้ำ แจ้งว่าเครื่องสูบน้ำทำงานเต็มที่ 35 เครื่อง สถานีสูบน้ำพระโขนงคือหัวใจหลักที่รับน้ำจากพระราม 9 คลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบ เป็นเส้นเลือดใหญ่ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาด้านผู้บริหารบริษัท ครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ แจ้งว่า ขณะนี้เรือคลองแสนแสบไม่สามารถออกให้บริการได้ชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้เรือไม่สามารถรอดสะพานวัดศรีบุญเรืองได้ จะหยุดเดินเรือตั้งแต่สถานีวัดศรีบุญเรือง-สะพานผ่านฟ้า เวลา 06.00-12.00 น.นอกจากนี้ยังเกิดฝนตกหนักส่งผลให้น้ำท่วมหลายพื้นที่ ที่ ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เกิดน้ำไหลหลากลงมารวมกันที่บ้านสระผักโพด หมู่ 2 และทะลักเข้าท่วมถนนและนาข้าวหลายร้อยไร่ ในช่วงนี้ชาวนาเพิ่งเริ่มทำการเพาะปลูกหวั่นต้นกล้าตาย ขณะที่นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รอง ผวจ.บุรีรัมย์ ประกาศเตือนประชาชนทั้ง 23 อำเภอ ให้ระมัดระวังอันตราย หรือผลกระทบจากพายุฝนและลมกระโชกแรงในช่วงระหว่างวันที่ 20-25 ก.ค. ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.นางรอง, อ.ละหานทราย, อ.ประโคนชัย, อ.เฉลิมพระเกียรติ, อ.โนนดินแดง, อ.โนนสุวรรณ, อ.ลำปลายมาศ และ อ.บ้านด่าน จ.พังงา เกิดฝนตกหนักในหลายอำเภอ ส่งผลให้แหล่งน้ำหลายพื้นที่มีน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นเหลืองประกอบกับคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ ปภ.แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่านและพื้นที่เสี่ยงภัยระวังน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และยานพาหนะเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านนายอนันต์ นาคนิยม รอง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วยนายอิทธิพงษ์ จักษ์ตรีมงคล นายอำเภอวังจันทร์ นายประสาน ขาวสะอาด นายก อบต.พลงตาเอี่ยม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เดินทางไปตรวจสอบพื้นประสบภัยน้ำท่วมที่หมู่ 4 และหมู่ 6 ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง หลังน้ำป่าไหลบ่าลงมาท่วมสวนทุเรียน และบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 4 หลัง ขณะที่อาสากู้ภัยปลวกแดงรับแจ้งชายถูกน้ำซัดติดอยู่ที่ฝายน้ำล้นของนิคมอุตสาหกรรมสยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์คสะพานสี่ หมู่ 3 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ไปตรวจสอบพบนายไพรวัลย์ ขันติวงษ์ อายุ 56 ปี เป็น รปภ.ยืนจับรถ จยย.ติดอยู่คันปูนกลางฝายน้ำล้น ขณะนั้นน้ำไหลเชี่ยวมากหากไม่มีคันปูนที่อยู่กลางฝายร่างของนายไพรวัลย์และรถ จยย.คงจะถูกน้ำซัด จากนั้นอาสากู้ภัยฯ จำนวน 4 คน พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเดินลุยน้ำช่วยชีวิตนายไพรวัลย์ได้สำเร็จ และใช้เชือกผูกยึดรถ จยย.ลากขึ้นฝั่งขณะที่ ร.ต.อ.สมพร ปานจันทร์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งรถกระบะถูกน้ำซัดมีคนจมน้ำสูญหายภายในซอยโรงน้ำแข็งสุขสวัสดิ์ หมู่ 10 ต.เขาคันทรง ไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง จุดบ่อวิน ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ และทีมประดาน้ำ ที่เกิดเหตุเป็นฝายน้ำล้นพบรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ยข 7590 ชลบุรี จมน้ำพลิกหงายท้อง มีนายสมชาย นามรัตน์ อายุ 47 ปี คนขับว่ายน้ำหนีตายออกมาจากตัวรถอย่างปลอดภัย สอบถามนายสมชายทราบว่า ขับรถไปส่งน้ำแข็งพร้อมกับคนงานชาวเมียนมา 2 คน ขณะขับรถกลับเกิดน้ำไหลเชี่ยวซัดรถตกถนนลงไปในฝาย ตนพยายามว่ายน้ำลอยคอไปเกาะต้นไม้แล้วรีบขึ้นฝั่ง ส่วนคนงาน 2 คนสูญหายไป ขณะนี้พบแล้ว 1 ศพ ยังสูญหายอีก 1 คน ส่วนพื้นที่ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนสุขุมวิทน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน ประกอบกับเป็นช่วงทำงานและเปิดเรียน ส่งผลให้การจราจรติดขัดที่ถนนช่วงแยกสัตหีบ หรือแยกปลาหมึก และหน้าสวนกรมหลวงชุมพร เกิดน้ำท่วมขังสูง ส่งผลให้รถเก๋งและรถ จยย.จอดเสียหลายคัน ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดฝนตกอย่างหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้น้ำท่วมในตัวเมืองระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า ส่วนที่ตลาดสดบ่อบัวเป็นแหล่งการค้าอาหารสดที่ใหญ่ที่สุดน้ำท่วมสูงทะลักเข้าไปในร้านค้าได้รับความเสียหาย ที่ อ.แปลงยาว น้ำท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก ชาวบ้านต่างเก็บข้าวของไม่ทัน เจ้าหน้าที่เร่งเข้าไปช่วยเหลือกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า วันที่ 22-23 ก.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่กับมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลางโดยทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร