นโยบายกัญชาเสรีพ่นพิษ นักเรียนหญิง ม.6 โรงเรียนดังใน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พกกัญชาแห้ง-กัญชาน้ำมาขายให้เพื่อนนักเรียนแอบสูบ-เสพกันในโรงเรียนจนเมาปลิ้น นั่งสะลึมสะลือไม่เป็นอันเรียนหนังสือ ครูจับได้เรียกผู้ปกครองมาพบเพื่อให้โอกาสเด็กกลับตัวกลับใจ แต่พ่อเด็กขอรับผิดชอบย้ายลูกไปเรียนที่อื่น ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองแนะโรงเรียนควรมีมาตรการเข้มงวดกว่าเดิม วอนรัฐบาลเร่งออกกฎหมายควบคุมเร่งด่วนกลายเป็นประเด็นกระทบต่อสังคม กรณีผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ร้องเรียนผ่านนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง เขต 2 พรรคเพื่อไทย ว่า ขณะนี้มีนักเรียนโรงเรียนห้างฉัตรวิทยาติดกัญชาจำนวนมาก เวลาเข้าห้องเรียนมีอาการอ่อนเพลียสะลึมสะลือนั่งหลับทั้งวัน เสี่ยงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หลังได้รับการร้องเรียน นายไพโรจน์ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพนักเรียน แม้กัญชาจะถูกถอดจากยาเสพติดประเภท 5 ตามนโยบายกัญชาเสรีของรัฐบาล แต่ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ห้ามมีการซื้อขายและห้ามสูบกัญชาในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเข้าพบนายใจชาย ปุณนะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนห้างฉัตรวิทยา อ.ห้างฉัตรจ.ลำปาง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 ก.ค. เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น นายใจชายได้ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า มีนักเรียนแอบลักลอบขายกัญชาให้นักเรียนในโรงเรียนจริง หลังทราบเรื่องครูฝ่ายปกครองได้แจ้งตำรวจสภ.ห้างฉัตร และเชิญผู้ปกครองของนักเรียนหญิงชั้น ม.6 ที่แอบขายกัญชามารับทราบข้อมูลแล้ว มีการบันทึกภาพของกลางไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดนายใจชายกล่าวต่อว่า ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการสั่งห้ามไม่ให้ขายและสูบกัญชาในโรงเรียน ตนได้สั่งให้ครูเวรและครูประจำชั้น ตรวจเข้มนักเรียนทั้งหมดจำนวนกว่า 500 คน นักเรียนทุกคนก่อนเข้ามาในพื้นที่ของโรงเรียน รวมทั้งขณะเข้าแถวเคารพธงชาติ จะถูกตรวจค้นกระเป๋ากางเกงและกระเป๋าหนังสือ ส่วนรถรับส่งนักเรียนให้จอดส่งและรับด้านนอกทุกคัน แต่ยอมรับว่ายังมีการลักลอบนำกัญชามาขายให้กับนักเรียนเป็นกัญชาแห้ง คนขายเป็นนักเรียนหญิง ม. 6 คนเดิม ได้ประชุมกับฝ่ายครูและผู้ปกครองจนข่าวแพร่สะพัดออกไป ทําให้ผู้ปกครองติติงโรงเรียนว่าละเลยไม่เอาใจใส่ ยืนยันว่าโรงเรียนไม่ได้ปล่อยปละละเลย พยายามเข้มงวดกวดขันแล้วน.ส.จันทนา วงษ์คำ ครูชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคลและกิจกรรมนักเรียน กล่าวว่าหลังจากพบว่านักเรียนหญิงชั้น ม.6 คนเดิม ยังแอบลักลอบขายกัญชาอีก ล่าสุดนำกัญชาสกัดเป็นน้ำมาขาย ได้แจ้งให้ผู้ปกครองมารับทราบ พ่อเด็กยอมรับว่าจะให้ลูกย้ายไปเรียนที่ใหม่ โรงเรียนไม่ได้ไล่ออกตามที่เป็นข่าว เพราะโรงเรียนยังให้โอกาสกลับใจ แต่ผู้ปกครองยืนยันจะรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองเพื่อให้ครูและผู้ปกครองนักเรียนคนอื่นสบายใจ ตอนนี้นักเรียนคนดังกล่าวอยู่ระหว่างหาสถานศึกษาใหม่ขณะที่ผู้ปกครองนักเรียนคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกตกใจและไม่สบายใจมาก โรงเรียนควรมีมาตรการที่เข้มแข็ง ตรวจเข้มบุคคลที่เข้าออกโรงเรียนทั้งหมด เชื่อว่านักเรียนต้นเหตุอาจซ่อนกัญชามากับรถ ก่อนแอบขายในห้องน้ำโรงเรียน เพื่อให้เพื่อนนักเรียนเสพกัญชาในโรงเรียนจนไม่มีสมาธิในการเรียน หากโรงเรียนไม่มีมาตรการป้องกันที่ดี อาจย้ายบุตรหลานไปเรียนที่อื่น ยอมรับว่าการย้ายโรงเรียนจะต้องมีรายจ่ายเพิ่ม แต่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพของบุตรหลานคงต้องยอม อยากให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายมาควบคุมอย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยให้ขายกัญชากันเสรีแบบนี้จะเป็นบ่อเกิดของปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมาด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปตรวจสอบและรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนแล้ว เบื้องต้นในทางกฎหมายคงไม่สามารถไปดำเนินการอะไรได้ แต่ในแง่ของกฎระเบียบของโรงเรียน หากนักเรียนมีพฤติกรรมดังกล่าวจริงถือว่าผิดระเบียบ โรงเรียนต้องดำเนินการตามระเบียบ ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกัญชา ได้ออกประกาศกระทรวง 6 ข้อ ห้ามมิให้นำกัญชาเข้าไปใช้ในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดเป็นแนวปฏิบัติและกำชับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียนไปแล้ว ดังนั้น ทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นนี้โรงเรียนละเลยหรือไม่ต้องรอรายงานผลการตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดก่อน