“ผมเชื่อว่าตำรวจนักสืบหน้าใหม่ทั้งชายหญิงเหล่านี้ จะกลายเป็น “นักสืบ” และ “ทีมสืบสวน” จนกลายเป็น “ดรีมทีมประเทศไทย” ร่วมกันคลี่คลายคดีสำคัญในอนาคตต่อไป” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พูดถึงแนวทางการทำงานของหน่วยงานหลักกองบัญชาการสอบสวนกลางหลังพิธีปิด “โครงการพัฒนาประสิทธิภาพทีมงานผู้ปฏิบัติงานสืบสวน กองบังคับการปราบปราม” ของหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือ “โรงเรียนสืบสวนกองปราบ รุ่นที่ 5”พร้อมกับมอบวุฒิบัตรให้กับตำรวจผู้เข้าอบรมทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตร 108 นายโครงการพัฒนาประสิทธิภาพทีมงานสืบสวนกองปราบปราม ได้เปิดการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 27 มิ.ย. ถึงวันที่ 11 ก.ค. รวมระยะเวลา 15 วัน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 87 นาย กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 21 นาย รวมทั้งสิ้น 108 นายเพื่อผลิตนักสืบรุ่นใหม่ออกมากองปราบปราม เป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นให้รับผิดชอบคดีสำคัญ ทำหน้าที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และสะสางคดีที่มีความสลับซับซ้อนมากมายหลายคดีปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของ พล.ต.ท.จิรภพ อดีต ผบก.ป. คือ การขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการ การนำเครื่องมือทันสมัย การสร้างเครือข่ายของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านสืบสวน มีวิสัยทัศน์ในการทำงาน และเท่าทันเทคโนโลยี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายจนประสบความสำเร็จทำให้กองปราบฯมีผลงานมากมายคาดหวังผลที่ได้จากการฝึกอบรม “นักสืบ” และ “ทีมสืบสวน” ซึ่ง ผ่านการฝึกอบรมจาก “โรงเรียนสืบสวนกองปราบปราม” จะก่อให้เกิดการพัฒนาความรู้ความสามารถตำรวจผู้ปฏิบัติงานสืบสวนอย่างแท้จริงเนื่องจากหลักสูตรมีการเน้นเนื้อหาทั้งด้านวิชาการควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติโดยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน เน้นการบริหารงานสืบสวนเป็นทีม เพิ่มขีดความสามารถในการนำซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยมาใช้ในการทำงาน และมีจริยธรรมในการใช้วิชาสืบสวนด้วยสร้างเครือข่ายระหว่างนักสืบให้มีการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานระหว่างกันมีการแบ่งปันข้อมูล เกิดเป็นความร่วมมือกัน โดยยกระดับงานสืบสวนในภาพรวมเป็นผลงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็น...ดรีมทีมประเทศไทย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th