อีเวนต์โหมโรง ชวนระทึกยิ่ง หลังเพิ่งข้ามขั้วมาผสมโรงกับค่ายเพื่อไทยในปีกฝ่ายค้าน “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ตีฆ้องร้องป่าวรายวันได้อึกทึกครึกโครมถึงแม้เรื่องสิทธิร่วมวงอภิปรายยังต้องตีความ เพราะไม่ได้ลงชื่อในการยื่นญัตติซักฟอก แต่ทีเด็ดของค่ายเศรษฐกิจไทยของผู้กอง อาจไม่ได้อยู่ที่ขึ้นชกบนเวทีผู้คนจับจ้องไปที่คิวยกมือโหวต “กดแต้ม” ให้คะแนนในสภาฯมือของค่ายเศรษฐกิจไทยเกือบ 20 เสียง มีความหมายแน่ๆไม่เท่านั้น ผู้กองยังโหมโรงขู่ก่อนเปิดเวที เขย่าขวัญรัฐบาลเป็นระลอก ทั้งพาทีมเศรษฐกิจไทยเข้ากราบลา “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ข้ามขั้วไปเป็นฝ่ายค้านอีกทางก็นัดหารือกับกลุ่มพรรคจิ๋วนาโน กลุ่ม 16 ส่งสัญญาณเปิดดีล รวบรวมเสียงไว้คว่ำรัฐบาลเรียกว่าย่างก้าวของผู้กองน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง ในวงเล็บที่ว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ช่วงที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังตั้งหลักไม่ทัน แต่เพราะวันนี้ผู้นำมีบทเรียนมาแล้ว จากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบก่อนต้องระดมกล้วยกะทันหัน หอบกระเป๋าเอกสารเข้าสภาฯ ฉุกละหุก กองกำลังพิเศษต้องไล่บล็อกเสียงโหวตล้ม ก่อนลงดาบสำเร็จโทษ ปลดแกนนำกลุ่มเฮี้ยว ทั้ง “ผู้กอง” และ “มาดามบิ๊กอาย” ตกเก้าอี้รัฐมนตรีรอบนี้ “ทีม เสธ.ตึกไทย” ฝ่ายยุทธการของ “ผู้นำ” เร่งทำการบ้าน เตรียมตั้งรับมาดีเพราะประเมินเส้นทางวิบากผู้นำแล้ว เจอหนักแน่ ต้องงัดกลยุทธ์สารพัดล็อกเสียงหนุนจนอยู่หมัด ไล่ตั้งแต่คิวพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2566 ผ่านฉลุย มีบำเหน็จรางวัลเก้าอี้ใน กมธ.งบฯ ให้ได้ไปร่วมวงแชร์เค้กตามด้วยคิวล่าสุด การพิจารณาร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส่งสัญญาณเล่น “สูตรแก้” ทำเอาตะลึง กับอภินิหารกฎหมายแปลงสูตรหาร 100 เป็นหาร 500นอกจากบล็อกแผนแลนด์สไลด์ของ “โทนี่ ดูไบ” ยังได้ใจพรรคเอสเอ็มอี ค่ายจิ๋วนาโน ยอมอยู่ในคอนโทรลไม่แปลกที่วันนี้ถ้าชั่ง ตวง วัด “ดุลอำนาจ” ไหลกลับมาอยู่ที่ “บิ๊กตู่” และเออออเอาด้วยโดย “พี่ใหญ่”ทำเอากองกำลังกบฏของ “ผู้กองนัส” เสียทรงศึกอภิปรายฯรอบนี้ จึงไม่ใช่แค่สงครามครั้งสุดท้ายของเพื่อไทย ไม่ใช่แค่เดิมพันใหญ่ของรัฐบาล “บิ๊กตู่” แต่อาจเป็นลูกเฮี้ยวเที่ยวสุดท้ายของ ร.อ.ธรรมนัสยิ่งเมื่อนับนิ้วเช็กตัวเลขขุมกำลังกบฏของผู้กอง เอาแค่ลูกค่ายเศรษฐกิจไทยที่ว่าชัวร์ๆ 16–17 เสียง สุดท้ายจะไปไหนไปด้วยกันเท่าไหร่ ขณะที่แนวร่วม กลุ่ม 16 ค่ายจิ๋วนาโน แค่ตอนนี้สุ้มเสียงก็ดูเหมือนจะโดนแบ่งไปกว่าครึ่งเริ่มยึกยักลังเลที่จะร่วมขบวนการกับผู้กองเป็นแถวที่หวังจะใช้ 30-40 เสียง โหวตคว่ำนายกฯ กลายเป็นงานยากไม่เท่านั้น ยังมีสัญญาณไม่สู้ดีสำหรับ “ผู้กองธรรมนัส” โดนไล่บี้เป็นระลอก จากขุมทรัพย์กองสลากฯ มาจนถึงคิวสถานบันเทิงใหญ่ กลางกรุงถูกล็อกเป้าโดนจับโยงเป็นโปรแกรมโหด ปราบเฮี้ยวส่อเป็นวิบากกรรมอีกครั้งของ “แมวเก้าชีวิต” อย่าง ร.อ.ธรรมนัส ถึงขั้นโวย โดนทีม เสธ.ตึกไทยไล่ทุบเมื่อกลับมาประเมินสถานการณ์อำนาจ ในฝั่งผู้ถือดุลอย่าง “บิ๊กตู่” เอง ที่หวังยืม “จมูกหนู” ไว้หายใจ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ทำได้เข้าเป้างูเห่าในเพื่อไทยเลื้อยมาสวมเสื้อสีน้ำเงินแล้ว 7-8 ราย ยังไม่รวม ที่รอลอกคราบโชว์ตัวอีกพอสมควรฉะนั้นศึกซักฟอกหนนี้ ตอนจบเช็กเสียงโหวตแล้วคงจืดชืด เพียงแต่ที่น่าสนใจคือเนื้อหาสาระในการ “เด็ดหัว” และ “สอยนั่งร้าน”จะสร้างบาดแผลให้ผู้นำและรัฐมนตรีได้แค่ไหนเพราะเอาเข้าจริงขุนพลเอกโหมโรงเดือด แต่อีกทางก็เหมือนปากโป้งแพลมข้อสอบล่วงหน้าประเภทใจถึงทุ่มทุนสร้าง ก็น่าจะสบายตัวจะมีที่ได้ลุ้นมีทีเด็ด น่าจะอยู่ที่พรรคก้าวไกลที่ยังอุบไต๋มิด อาจมีของขายนอกเหนือความคาดหมายนาทีนี้หวังเซอร์ไพรส์ได้จริงๆที่ค่ายสีส้มเท่านั้นเอง.ทีมข่าวการเมือง