เครือข่ายสำคัญของสหรัฐฯหลุดจากวงจรการเมืองโลก 2 คนในระยะเวลาใกล้เคียงกัน คนแรกคือนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่เป็นคอหอยลูกกระเดือกกับสหรัฐฯในทุกเรื่อง จอห์นสันเป็นผู้นำสำคัญที่ดันให้นายเซเลนสกีซัดกับรัสเซีย ถึงขนาดลงทุนเดินทางไปอุจจาระปัสสาวะที่กรุงคีฟ เมืองหลวงของอูเครนด้วยตนเอง แถมตะโกนก้องร้องยืนยันว่าจะให้อังกฤษสนับสนุนโน่นนี่นั่นแก่อูเครนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเพื่อทำสงครามกับรัสเซียบั้นปลายท้ายที่สุด ไม่ใช่ปูตินดอกครับที่หลุดจากตำแหน่ง ผู้ที่ต้องลงจากเวทีการเมืองก็คือนายกรัฐมนตรีจอห์นสันที่หมดสถานะหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม จากการที่แกไปจัดงานปาร์ตี้ภายในทำเนียบนายกรัฐมนตรีที่บนถนนดาวน์นิ่งในช่วงล็อกดาวน์เมื่อ ค.ศ.2020 การจัดปาร์ตี้เป็นการละเมิดกฎที่รัฐบาลตั้งไว้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทว่าภาพของงานปาร์ตี้เพิ่งหลุดออกมาและมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้ทำให้รัฐมนตรีหลายคนยกขบวนลาออก และบั้นปลายท้ายที่สุดนายจอห์นสันก็ต้องลาออกตามอีกคนหนึ่งซึ่งหนุนสหรัฐฯมาตลอดก็คือนายชินโซ อาเบะ นักการเมืองฝ่ายขวาอนุรักษนิยมที่เป็นนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น แม้จะลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะมีปัญหาสุขภาพไปแล้ว ทว่านายอาเบะก็ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองญี่ปุ่นความมุ่งหวังตั้งใจของนายอาเบะคือการให้ญี่ปุ่นมีกองทัพที่เกรียงไกรแข็งแกร่ง แกต้องการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 9 เพื่อเลิกข้อที่ห้ามญี่ปุ่นมีกองทัพของตนเอง ญี่ปุ่นในยุคอาเบะจึงทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างแสนยานุภาพความมั่นคงให้แข็งแกร่ง ที่น่าตกใจและทำให้หลายคนรับไม่ได้คือความมุ่งมาดปรารถนาของอาเบะที่ต้องการให้สหรัฐฯติดตั้งขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น อาเบะเดินตามนโยบายของสหรัฐฯหลายอย่าง ภายหลังแกสร้างนโยบายอาเบะโนมิกส์ มีการพิมพ์เงินเยนปริมาณมากโดยทำคิวอีและไม่มีทองคำค้ำประกันผู้คนบนโลกของเราเหงาเศร้าจากเศรษฐกิจที่มีปัญหาในแทบทุกประเทศ ราคาพลังงานและอาหารแพงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การเดินทางท่องเที่ยวลดน้อยถอยลงไปจนอุตสาหกรรมการบินและโรงแรมล่มสลายหายไปเกินครึ่ง แถมโลกยังมีสงครามรัสเซีย-อูเครนที่คร่าชีวิตผู้คนให้ตายกลายเป็นผีนับหมื่นคนผู้นำจากประเทศมหาอำนาจหลายคนพูดจาโผงผาง ไม่ให้เกียรติประเทศอื่น แต่ญี่ปุ่นไม่ใช่ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้นำแข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้าง มีความสุภาพ และกระบวนการตัดสินใจที่ขึ้นอยู่กับเหตุผลและความเป็นจริง การที่อดีตนายกฯของประเทศที่เป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจโลกถูกลอบสังหาร ทำให้โลกอยู่ในภาวะไม่มั่นคง ถึงแม้อาเบะจะเป็นอดีตนายกฯ แต่ก็เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อการเมืองและเศรษฐกิจญี่ปุ่นมุมมองของนักวิเคราะห์รัสเซียและจีน นอกจากแสดงความเสียใจตามธรรมเนียมแล้ว ต่างก็วิเคราะห์ทำนองว่าพลังของสหรัฐฯจะลดน้อยถอยลง เพราะประเทศสำคัญที่ล่มหัวจมท้ายกับสหรัฐฯทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ทั้งอังกฤษและญี่ปุ่นขณะกำลังนั่งเขียนคอลัมน์รับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพ มีข่าวการหนีของประธานาธิบดีศรีลังกา หลังจากที่โดนประชาชนคนนับพันพยายามพังประตูทำเนียบ ความอดอยากยากแค้นแสนสาหัสของประชาชนคนในหลายประเทศจะนำไปสู่ลัทธิเอาอย่างทั้งการลอบฆ่าผู้นำและการบุกบ้านผู้นำเพื่อจะเข้าไปกดดันและทำร้ายภาวะวิกฤติที่รุมเร้าเข้ามาสร้างปัญหาให้ประเทศเป็นเครื่องทดสอบความรู้ความสามารถของผู้นำ บางประเทศเจอเรื่องหนัก แต่ได้ผู้นำดีมีความสามารถ มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบประเทศก็ยังพอขยับเขยื้อนไปได้ หลายประเทศที่ผู้นำขาดความสามารถและประสบการณ์ก็พาประเทศไปไม่ไหว สุดท้ายอาจจะถูกสถานการณ์กดดันให้ลาออกอย่างนายจอห์นสันและประธานาธิบดีศรีลังกาผู้นำหรืออดีตผู้นำบางคนโชคร้ายอาจเจอหายนภัยถึงแก่ชีวิตอย่างนายชินโซ อาเบะ สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนายอาเบะอีกครั้งครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com