สูตร 500 คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พลิกหักสูตร 100 ส่งผลให้อนาคตการเมืองสดใสหรือเติมชนวนขัดแย้ง ติดตามมุมคิดเหลียวหลังแลหน้าฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่คัดค้านเริ่มจาก นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จุดประเด็นทั้งใน ปชป. รัฐสภา เป็นระยะตั้งแต่ตอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ระบบเลือกตั้งใหม่จากบัตรใบเดียว เป็นบัตร 2 ใบใช้ระบบนับคะแนนอย่างไร หัวใจของมันคือ วิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และ ส.ส.เขต เพราะเห็นประสบการณ์การเลือกตั้งปี 44-48-54 ว่ามีปัญหาอย่างไรโดยเฉพาะ รธน.40 ที่ใช้ระบบคู่ขนาน มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ครั้งแรก มันดี แต่มีปัญหา เช่น พรรคที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุด แต่ได้ ส.ส.เกินกว่าสัดส่วนจำนวนที่ควรได้ พรรคได้อันดับสอง ได้ ส.ส.ต่ำกว่าสัดส่วนจำนวนที่ควรได้เลือกตั้งปี 48 เช่นเดียวกัน ก็เอะใจ...เกิดอะไรขึ้น!!เลือกตั้งปี 50 เกิดขึ้นอีก ก็นำมาเทียบการออกแบบวิธีเลือกตั้งปี 62 ตาม รธน.60 มีคำว่า “ส.ส.พึงมี” หรือ “จัดสรรปันส่วน” ผ่านบัตรเลือกตั้งใบเดียว มันคุมจำนวนที่ว่าไม่เกินสัดส่วนจำนวนที่ควรเป็นรอบนี้เช่นเดียวกันเลือกตั้งระบบคู่ขนาน บัตร 2 ใบ ผมอภิปรายในรัฐสภาปลายปี 64 ก็มีรัฐมนตรี (รมต.) คนหนึ่งจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินมาหาผมหลังอภิปรายว่า“เห็นด้วยกับพี่สาทิตย์นะ ผู้ใหญ่โทร.มาคุยกับผมว่า ประเด็นที่พี่พูดน่าสนใจ คือ ต้องคิดระบบพึงมีในระบบพึงมีมันหารด้วย 100 เฉพาะ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ได้ แต่ต้องหารด้วย ส.ส.ทั้งหมด คือ 500 ปรากฏว่าผู้ใหญ่คนนั้น ได้ติดต่อผ่าน รมต.คนนี้มาบอกผมว่า ให้ส่งรายละเอียดไปไม่ทราบว่าผู้ใหญ่คนไหนน่ะ เพราะไม่ได้เอ่ยชื่อกัน ผมก็ส่งรายละเอียดให้ท่านไป สุดท้ายสูตร 100 ผ่านฉลุยแต่มี ส.ว.หลายคนมาคุยด้วยกับผม...เอ้ย!! ใช่สาทิตย์ ที่คุณพูด ผมกลับไปค้นข้อมูล...มันใช่!!” พอในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมายลูก (กมธ.) ก็คิดสงวนคำแปรญัตติ แต่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ปชป. จ.ราชบุรี กมธ.เสียงข้างน้อยคุยกับผมที่เห็นตรงกันเป๊ะต้องมี ส.ส.พึงมีหาร 500เลยให้นายอัครเดชสู้ใน กมธ. ถ้าสู้ไม่ได้ขอให้สงวนคำแปรญัตติไว้ แล้วผมจะช่วยคุณเองในวาระ 2 ระหว่างนั้นมีหลายคนในสภาพูดคุยว่า ผมเคยพูดเรื่องนี้เอาไว้ ผมบอกอย่างนั้นคุณลองเอาไปคิดดูว่าเรื่องเป็นอย่างไรในเวลานั้นพรรคเล็กเคลื่อนทัพเต็มที่แล้ว“สาทิตย์คิดว่าหารเท่าไหร่?” นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ถามผม ก็บอกว่าหารเท่าไหร่ไม่สำคัญ ที่สำคัญต้องมีจำนวน “ส.ส.พึงมี” แต่พึงมีมันหาร 100 ไม่ได้ ต้องหาร 500จุดนี้เป็นสารตั้งต้นความคิดแลกเปลี่ยนกันหลายพรรคใน ปชป.คนเสนอร่างแก้ รธน. และกฎหมายลูกก็ต้องยืนหลักหาร 100 แต่เราไม่รู้ว่าช่วงหลัง ส.ว.คุยกันอย่างไร รู้เพียงว่า “พี่เจี๊ยบ” พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ที่คุ้นเคยกันดี เพราะเรียนปริญญาโทนิด้าด้วยกัน โทร.มาคุยว่า “พี่สงวนคำแปรญัตติเอาไว้แล้วนะ”ตอนนั้นกระแส 100 ยังแรงไม่มีตก สักพัก 500 ชักแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังทุกคนได้รับทราบข้อมูล มันได้ ส.ส.เกินกว่าสัดส่วนจำนวนที่ควรได้ เลยงง จู่ๆกระแสไปทุกพรรค และไปถึงบิ๊กตู่ด้วย ซึ่งผมก็ไม่รู้มาก่อน“บิ๊กเจี๊ยบ” เป็นเพื่อนสนิทของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นายสาทิตย์ บอกว่าผมจะไปรู้หรือว่าพี่เจี๊ยบไปคุยกับบิ๊กตู่ตอนไหนคนอื่นจะไปรู้กับท่านหรือไม่ ผมไม่รู้กับใคร มีหน้าที่เคลื่อนไหวขยายความคิดไป แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็นสูตรหาร 500 ส่อขัดเจตนารมณ์ รธน. และขัดหลักการกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. นายสาทิตย์ บอกว่า ความเห็นตาม รธน. มันเป็นไปได้หมด แม้คำว่า “พึงมี” ถูกตัดออกไปบางมาตรา แต่ก็ยังคงอยู่ในบางมาตราฉะนั้นตามขั้นตอน กฎหมายลูกถูกบังคับให้ต้องส่งกลับไปที่ กกต. แม้ กกต.แย้งกลับมาว่าไม่เห็นชอบด้วยรัฐสภาต้องยืนยัน-สุดท้ายจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ“มั่นใจจะผ่านไปได้ แต่ประเทศนี้ไม่อาจคาดเดาได้ เชื่อว่าศาล รธน.คงทำงานท่ามกลางแรงกดดันมากเพราะเห็นอาการของพรรคเพื่อไทย มันเป็นประเด็นการเมืองมากกว่าเรื่องแก้กฎหมายลูกธรรมดา และยังมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ของลุงตู่จะเข้ามาด้วยนับว่าจะเป็นเกมหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกอย่างปั่นป่วนวุ่นวายมาก การเมืองระอุช่วงปลายรัฐบาลแน่”ขณะที่ฝ่ายคัดค้านสูตร 500 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกมาตั้งแต่แรกหลังมีผลให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่ง รธน.ฉบับแก้ไขมีบทบัญญัติส่งทอดให้ต้องทำระบบการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เรียกว่าให้มีสัดส่วนสัมพันธ์หาร 100ก็เฝ้าจับตามาตลอดที่จะมีการบิดกฎหมายที่ต่างไปจากนี้ แต่ถึงอย่างไรไม่มีทางเป็นอย่างอื่น ต้องหาร 100 เท่านั้น เพราะร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส.ทุกฉบับไม่มีใครแย้งตรงนี้ และใน กมธ.ยืน 100 หมดพอเข้าสู่วาระ 2 ยังระแวดระวังอยู่ว่ามีใครแหลมมาหรือเปล่า ในที่สุดแหลมมาจริงๆ ทั้งยื่นแปรญัตติบ้าง สงวนความเห็นบ้างว่าขอเป็นสูตร 500เพื่อไทยประเมินแค่เป็นสีสัน-เป็นไปได้ยากคงไม่มีใครกล้ากลับทิศทางพลิกใช้สูตร 500 โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลมีท่าทีชัดเจนมาโดยตลอด แม้แต่ก่อนลงมติชี้ขาด วิปรัฐบาลมีมติเอาหาร 100“เท่าที่ทราบผู้ยิ่งใหญ่ 2 คน ยังไม่ลงตัวกัน บิ๊กตู่อยากได้บัตรใบเดียวและสูตร 500 มานานแล้ว ส่วนบิ๊กป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร.) อยากได้บัตร 2 ใบ และหาร 100สุดท้ายแม้บิ๊กตู่อยากได้แบบนี้ แต่ใครจะยอม เพราะขัด รธน. บิ๊กตู่พยายามอย่างไร บิ๊กป้อมก็ไม่ยอม เรารู้ระแคะระคายมาตลอด แต่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้พอวันสุดท้ายจะลงมติ ถึงรู้ว่าบิ๊กป้อมเสร็จบิ๊กตู่ แต่เรายังเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่ยืนยัน 100 ไม่น่าจะกล้า เอาเข้าจริงๆ เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย”จงใจกระทำขัด รธน. ต้องยื่นศาล รธน. ขอรอดูท่าทีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้า พปชร. ซึ่งเป็นประธาน กมธ.แก้ไข รธน. ยืนจุด 100 ตลอด เขาอาจรับไม่ได้ และพูดในสภาว่าจะยื่นศาล รธน.หากเขาไม่ยื่น พวกเราก็ยื่น หรืออาจยื่นพร้อมกัน หากปล่อยให้ลอยนวลโดยไม่มีการหาข้อยุติและสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เราก็บกพร่อง และเท่ากับยอมจำนนต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องวันนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลรู้แก่ใจว่าขัด รธน.ชัดๆ พอไปถึงศาล รธน. ถูกตีตก ช่วงนั้นใกล้เลือกตั้งพอดี แก้ไขใหม่ก็ไม่ทันกาล อาจเกิดการยุบสภารัฐบาลอาจอาศัยช่องนี้ออก พ.ร.ก.เลือกตั้ง ส.ส.แทนมาถึงวันนี้การเมืองต้องหาทางออกให้สังคม ไม่ให้เกิดความขัดแย้งตามปณิธานของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เข้ามายึดอำนาจ เอาเข้าจริงๆ กลับสร้างเงื่อนไขให้ขัดแย้งต่อ ตรงนี้น่าห่วงมากกว่าพรรคไหนจะแลนด์สไลด์หรือไม่ที่สำคัญที่สุดจุดนี้อาจเป็นผลพวงให้แลนด์สไลด์มากกว่าเดิม โดยประชาชนกับพรรคการเมืองคิดตรงกัน ต้องการหลุดพ้นจากรัฐบาล กลายเป็นพลังมหาศาล ระบบเลือกตั้งที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา อาจจะเอาไม่อยู่ก็ได้ชนวนนี้ยังอาจเป็นแรงบันดาลใจทำให้เราทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะเป็นข้อหาใหม่ จงใจกระทำขัด รธน.เป็นประเด็นใหญ่สำหรับซักฟอกรัฐบาล พร้อมเตรียมยื่นถอดถอนต่อ ป.ป.ช. และฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อจัดการกับนายกฯ และทุกคนที่โหวตหาร 500เหมือนเพื่อไทยโดน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยมาแล้วฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตสูตร 500 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการล้างบางทางการเมืองอย่างไรบ้าง นายสุทิน บอกว่า มันมองไปได้ แต่ขอมองกรอบแคบๆ ว่า สูตรนี้เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของนายกฯ ต้องการอยู่ต่อเอาเปรียบคู่ต่อสู้ทุกรูปแบบ เพื่อสืบทอดอำนาจต่อกำลังดึงไปสู่จุดความขัดแย้งที่ใหญ่หลวงในอนาคต.ทีมการเมือง