เกิดเป็นผู้นำโลกยุคใหม่ต้องทนมือทนเท้า ทนรับทุกแรงเสียดทาน ลำพังแค่รับมือกับวิกฤติโควิด-19 ก็แทบกระอักเลือดอยู่แล้ว แต่ยังมาเจอปัญหาปากท้อง ข้าวของ และน้ำมันขึ้นไม่หยุด เพราะเงินเฟ้อพุ่งกระฉูด ต่อให้เป็นเทวดาหน้าไหนก็คงเอาไม่อยู่!!ล่าสุด เก้าอี้นายกฯอังกฤษของ “บอริส จอห์นสัน” กำลังสะเทือนหนัก หลังรัฐมนตรีและผู้ช่วยลาออกไปแล้วอย่างน้อย 41 คน เพราะทนความล้มเหลวในการบริหารประเทศไม่ไหว นำทีมก่อกบฏโดยรัฐมนตรีสาธารณสุข, รัฐมนตรีคลัง, รัฐมนตรีกระทรวงเคหะและชุมชน, รัฐมนตรีด้านมาตรฐานโรงเรียน และรัฐมนตรีช่วยกระทรวงยุติธรรม ไม่เฉพาะเหล่า ครม.ที่หันหลังให้นายกฯจอมโฉ่งฉ่าง แต่รองประธานพรรคอนุรักษนิยมและผู้แทนการค้าหลายประเทศก็ชิงลาออกหนีความโกลาหล“บอริส จอห์นสัน” เจอมรสุมถาโถมใส่อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากโดนตำรวจปรับฐานละเมิดกฎหมายล็อกดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดหนักของโควิด-19 ตามมาด้วยพฤติกรรมของพวกพ้องในทำเนียบนายกฯที่ฝ่าฝืนกฎล็อกดาวน์เป็นว่าเล่น แต่ที่ร้ายสุดคือ การขาดภาวะผู้นำลักปิดลักเปิด เปลี่ยนนโยบายกลับไปกลับมาจนประชาชนงงเต็ก แถมยังไร้ความสามารถในการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อพุ่งทะยาน ปล่อยให้ประชาชนจำนวนมากต้องผจญปัญหาปากท้อง ราคาข้าวของและน้ำมันพุ่งไม่หยุด สวนทางกับรายได้ที่ตกต่ำลงสาเหตุที่รัฐมนตรีสาธารณสุขและคลังประกาศลาออกเป็นรายล่าสุด เนื่องจากทนความไร้หลักการของนายกฯไม่ได้ที่ตาถั่วเลือก ส.ส.พรรคอนุรักษนิยม “คริส พินเชอร์” เข้ามาเป็นรองประธานวิปรัฐบาล ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเคยต้องคดีประพฤติผิดทางเพศ กระทั่งถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง นายกฯถึงยอมรับว่าตัดสินใจผิดงานนี้แม้จะโดนบีบจนหน้าเขียว แต่ “บอริส จอห์นสัน” ก็ยังไปร่วมการตอบกระทู้ถามนายกฯเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าประชาชนอาจไม่ต้องการการเลือกตั้งในตอนนี้ พร้อมบอกปัดความเป็นไปได้ในการยุบสภาหรือลาออกจากตำแหน่งนายกฯ โดยบอกว่าวันที่เร็วที่สุดที่จะเห็นการเลือกตั้งทั่วไปคือ ในอีก 2 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดี สื่อใหญ่ๆของอังกฤษต่างฟันธงว่า การปรับคณะรัฐมนตรีมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ โดยนายกฯยืนยันกับคณะรัฐมนตรีว่า เขาจะไม่ลาออก เพราะกลัวจะเกิดความโกลาหลและอาจทำให้พรรคอนุรักษนิยมของเขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมัยหน้าย้อนไปสมัยเป็นนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน “บอริส จอห์นสัน” มีผลงานโดดเด่น เป็นที่รักของประชาชน กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศก็ปะฉะดะได้เก่ง จนกลายเป็นความหวังของพรรคอนุรักษนิยมส่งเข้ามารับไม้ต่อแทน “คุณป้าเทเรซา เมย์” ที่พลาดท่าเสียทีการเมืองประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมทั้งน้ำตา เปิดทางให้มีการสรรหานายกฯคนใหม่มาบริหารประเทศ ส้มเลยหล่นใส่มือ “บอริส จอห์นสัน” เต็มๆ ซึ่งโค้งแรกของการเป็นนายกฯ เขาทำผลงานเข้าเป้าสามารถผ่าทางตันกู้วิกฤติเบร็กซิตที่เป็นตัวตั้งตัวตีมาแต่แรก นำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปตามสัญญา ถือเป็นชัยชนะของพรรคอนุรักษนิยมความห้าวของ “บอริส จอห์นสัน” ได้รับการฟูมฟักตั้งแต่สมัยเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ เขาเติบโตมาในสายข่าวการเมืองเข้มข้น เคยรั้งตำแหน่งรองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “The Daily Telegraph” และบรรณาธิการนิตยสารการเมืองทรงอิทธิพล “The Spectator” ก่อนผันตัวมาเล่นการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.ครั้งแรก เมื่อปี 2001 โดยสังกัดพรรคอนุรักษนิยม ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง กล้าคิดกล้าพูด ทำให้คว้าเก้าอี้นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนในปี 2008 และกลายเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ที่เบื่อการเมืองน้ำเน่ายุคเก่า ตลอดสองสมัยที่เป็นพ่อเมืองกรุงลอนดอน เขาริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้ชาวลอนดอนมากมาย รวมถึงการออกกฎห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถโดยสารสาธารณะและริเริ่มสร้างระบบขนส่งสาธารณะใหม่ด้วยจักรยาน โดยจัดทำสถานีเช่าจักรยานกระจายตัวทั่วกรุงลอนดอนและชานเมืองมากกว่า 839 สถานี มีจักรยานให้เช่า 13,600 คัน มีสมาชิกกว่า 10 ล้านคน ใครๆก็เรียกติดปากว่า “บอริส ไบค์” แทนชื่อจริง “Santander Cycles”“บอริส จอห์นสัน” ใฝ่ฝันอยากทำงานการเมืองตั้งแต่เยาว์วัย เกิดและโตในนิวยอร์ก ครอบครัวมีฐานะดี ความที่เป็นคนปากกล้า นิสัยโผงผาง ทำให้มีทั้งคนรักและคนชังพอกัน กองเชียร์ชื่นชมเขาที่สนุกสนาน, มีอารมณ์ขัน, กล้าคิดกล้าทำ และฉลาดมีไหวพริบ ขณะที่คนชังกล่าวหาว่าเขาหลงตัวเอง, ปากร้าย, ไม่จริงใจ, เกียจคร้าน และมีทัศนะเหยียดผิว กดขี่คนรักร่วมเพศ.มิสแซฟไฟร์