กระทรวงสาธารณสุขลงนาม เปลี่ยนวัคซีนแอสตราฯเป็นแอนติบอดีสำเร็จรูป LAAB รวม 2.5 แสนโดส ใช้ป้องกันติดเชื้อกลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำ โดยไม่ต้องเพิ่มงบเพราะใช้วงเงินเดิม คาดเข้ามาเดือน ก.ค. 7 พันโดส “อนุทิน” ย้ำไม่เคยพูดให้ปลดหน้ากากอนามัย “หมอยง” เผยเด็กต่ำกว่า 2 ปีเสี่ยงอันตรายสุด หลังเปิดเทอมและเด็กกลับไปเรียนในโรงเรียน สุดอาลัย “ปราชญ์แผ่นดิน” ส.พลายน้อย โควิดคร่าชีวิตอำลาแวดวงวรรณศิลป์ไปอย่างน่าเสียดายในวัย93ปี เหลือเพียงผลงานอันทรงคุณค่าที่มีคุณูปการยิ่งต่อสังคมไว้เป็นอนุสรณ์ ส่วนนักแสดงสาวคนดัง “เมย์-พิชญ์นาฏ” และนักร้องหนุ่ม “คชา-นนทนันท์อัญชุลีประดิษฐ์” ไม่รอดซีซันนี้ ประกาศแจ้งติดโควิดแล้ว ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาจัดหาแอนติบอดีสำเร็จรูป Long Acting Antibodies (LAAB) เพื่อป้องกันโควิด-19 ระหว่าง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กับนายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) จำกัด นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้ลงนามจัดหาวัคซีนโควิดของแอสตราฯ ชนิดไวรัลเวกเตอร์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในประเทศ แต่จะมีประชากรบางกลุ่มที่ร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี หรือภูมิคุ้มกันตกลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิดแล้วป่วยอาการหนักเสียชีวิต ได้แก่ ผู้สูงอายุมากๆ กลุ่มผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือปลูกถ่ายไขกระดูกและได้รับยากดภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่เสียชีวิตจากโควิดทุกวัน ศบค.จึงให้กระทรวงจัดหา LAAB มาใช้ดูแลกลุ่มเสี่ยงนี้ เพื่อป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตนายอนุทินกล่าวด้วยว่า สำหรับ LAAB เป็นแอนติบอดีที่ออกฤทธิ์ยาว มีส่วนประกอบ 2 ชนิด คือ Tixagemab 150 มิลลิกรัมและ Cilgavimab 150 มิลลิกรัม ผ่านการรับรองใช้แบบภาวะฉุกเฉินที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษแล้ว อย.ไทยได้อนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินเช่นกัน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. มีข้อบ่งใช้ในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 40 กิโลกรัม ให้ก่อนการสัมผัสโรคด้วยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อทุก 6 เดือน มีประสิทธิผลร้อยละ 83 ในการลดความเสี่ยงอาการรุนแรงของโควิด จากการศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การลงนามครั้งนี้จะจัดหา LAAB เข้ามา 2.5 แสนโดสโดยไม่ต้องใช้งบเพิ่ม แค่ปรับสัญญาเพื่อเปลี่ยนวัคซีนบางส่วนมาเป็น LAAB ในงบเดิมที่ ครม.อนุมัติ ทำให้ใช้งบลดลง 125 ล้านบาท โดยจะทยอยเข้ามาในเดือน ก.ค. 7 พันโดส ทำให้เรามีทั้งวัคซีนและแอนติบอดีสำเร็จรูปมาดูแลประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้นด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมฯ โรงเรียนแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ หารือถึงการให้ LAAB คนกลุ่มใด เดิมได้ศึกษาการให้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องฟอกไต หรือผู้ที่เปลี่ยนไต ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนแพทย์ ได้ขอเพิ่มในกลุ่มที่ปลูกถ่ายอวัยวะด้วย ทั้งนี้จะขอรายชื่อผู้ป่วยโรคไตที่มีประวัติการรักษาในทุกจังหวัดทั้ง รพ.ใหญ่ หรือ รพ.ศูนย์ จาก สปสช. เพื่อจัดส่ง LAAB ไปให้จังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการ ส่วนสถานการณ์โรคฝีดาษลิง ข้อมูลถึงวันที่ 3 ก.ค. มีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 6,178 คน ผู้ป่วยยืนยันเพิ่มเป็น 56 ประเทศ ส่วนใหญ่ระบาดในแถบทวีปยุโรป 5 อันดับประเทศที่มีผู้ป่วยสูง ได้แก่ สเปน 1,196 คน อังกฤษ 1,185 คน เยอรมนี 1,054 คน ฝรั่งเศส 498 คน สหรัฐอเมริกา 459 คน เป็นชายกว่าร้อยละ 99 สำหรับไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยัน ส่วนกรณีที่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ศบค.ออกมาตรการบังคับสวมหน้ากากในพื้นที่ปิดนั้น นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงประชุมอีโอซีทุกเช้า มีคณบดีแพทย์จากสถาบันต่างๆร่วมด้วย ขั้นตอนการนำเสนอมีอยู่แล้วหากอีโอซีเสนอขึ้นมาผ่าน ศบค.เสนออะไรรับหมด การ ได้รับคำแนะนำข้อชี้แนะดีๆจากผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นบุญของกระทรวง ที่มีคนเข้ามาช่วยคิดช่วยทำงานมากมาย พร้อมอยู่แล้วถ้าเป็นประโยชน์ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม ศบค.วันที่ 8 ก.ค. จะมีการเสนอมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก่อนประชุม ศบค.ชุดใหญ่ จะประชุม ศปก.ศบค.หรือ ศบค.ชุดเล็ก จะเสนอมาตรการต่างๆ ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็เร่งลดหย่อน ถ้าสถานการณ์ตึงก็จะดูเป็นจุดๆ ว่าควรแก้ไขอย่างไร ศบค.และกระทรวงไม่เคยพูดเลยว่า ถึงเวลาปลดหน้ากาก มีแต่หน่วยงานอื่นพูด รัฐมนตรี ปลัด นายกรัฐมนตรี ศบค. พูดแต่ว่าถ้าใส่ได้ใส่เถอะ อย่าไปถอด หากอยากถอดก็ประเมินสถานการณ์ พอถึงเวลาถ้ามีปัญหาขึ้นมาจะเป็นความเคลือบแคลงสงสัยและหาคนรับผิดชอบ ช่วงนี้ใส่ได้ก็ใส่เพื่อตัวเราเอง ส่วนข้อกังวลการติดเชื้อในโรงเรียนเพิ่มขึ้น ติดได้ทุกที่ที่มีการสัญจรไปมาและการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก ฉีดวัคซีนแล้วช่วยได้มาก ถึงแม้ติดจะไม่เป็นอะไร ถ้าป้องกันตนเองอย่างเต็มที่ ถึงจะเดินหน้าเป็นโรคประจำถิ่นหรืออะไร ในกฎหมายไม่มีโรคประจำถิ่น มีแต่โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อเปิดเทอม ทำให้การกระจายของโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น ความรุนแรงของโรคในเด็กนักเรียนและวัยรุ่นน้อยมาก แต่จะติดต่อกันเองและนำเชื้อกลับบ้าน ทำให้เกิดการ ติดต่อทั้งครอบครัว จะโยงไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุ อัตราการเสียชีวิตในเด็กนักเรียนที่แข็งแรงดี โดยเฉพาะที่อายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จะมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ ประมาณ 1 ในหมื่น การเสียชีวิตหรือรุนแรงในเด็ก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง หรือ กลุ่มเสี่ยงในเด็ก กลุ่มที่จะเป็นอันตรายส่วนใหญ่จะอายุน้อยกว่า 2 ปี การเรียนการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่ง ชีวิตต้องเดินหน้า มาตรการในการป้องกันและ ลดการแพร่กระจายของเชื้อมีความสำคัญยิ่งในโรงเรียน เช่น สุขอนามัย การล้างมือเป็นนิจและถูกวิธี ลดการ ทานอาหารร่วมกัน ใส่หน้ากากอนามัย กำหนดระยะห่าง ช่วงที่มีการระบาดมากไม่ควรปิดโรงเรียนโดยไม่จำเป็น ควรมุ่งเน้นมาตรการป้องกันโรคในโรงเรียนมากกว่าด้าน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทย ว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 2,428 ราย ป่วยอาการหนัก 727 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 318 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 22 ราย เป็นชาย 13 ราย หญิง 9 ราย เป็นผู้เสียชีวิต ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 18 ราย มีโรคเรื้อรัง 4 ราย ผู้ติดเชื้อ สะสม 4,536,445 ราย หายป่วยสะสม 4,480,895 ราย เสียชีวิตสะสม 30,758 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 556,309,899 ราย เสียชีวิตสะสม 6,364,392 รายนอกจากนี้ โควิดยังคร่าชีวิต “ปราชญ์แผ่นดิน” คนสำคัญ คือนายสมบัติ พลายน้อย หรือ ส.พลายน้อย ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2553 ที่ได้เข้ารักษาตัวที่ รพ.นพรัตนราชธานี โดยเสียชีวิตเมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 6 ก.ค. สิริอายุได้ 93 ปี และทายาทแจ้งว่า มีกำหนดการเผาศพตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 7 ก.ค. ที่วัดอนงคารามวรวิหาร เขตคลองสานกรุงเทพฯ นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ส.พลายน้อย เป็นทั้งนักเขียน เป็นปราชญ์เป็นผู้รอบรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดี เป็นนักอ่าน นักค้นคว้า นักเขียนที่มีความลึกซึ้ง สร้างสรรค์งานเขียนในหลากหลายด้าน ทั้งประวัติศาสตร์วรรณคดี โบราณคดี อักษรศาสตร์ ชีวประวัติบุคคลสำคัญ วัฒนธรรมวิถีชีวิต สารคดีทั่วไป มาเป็นเวลากว่าหกทศวรรษ เป็นศิลปินนักเขียนที่เป็นแบบอย่างในการอุทิศตนอนุรักษ์ สืบสาน ส่งเสริม สร้างสรรค์ เผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ด้วยผลงานวรรณศิลป์อันทรงคุณค่ามีคุณูปการอย่างยิ่งต่อสังคมไทย ส่วนคนวงการบันเทิงยังติดเชื้อโควิด-19 ต่อเนื่องโดยล่าสุดนักแสดงสาวคนดัง “เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร” โพสต์แจ้งว่าติดเชื้อโควิด พร้อมกับโชว์ผล ATK ขึ้นสองขีด รวมทั้งนักร้องหนุ่ม “คชา-นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์” ก็แจ้งว่าติดโควิด หลังตรวจ ATK ที่บ้านแล้วพบเชื้อ จึงขอรักษาแบบดูแลตัวเองอยู่ที่บ้านวันเดียวกัน ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาจากข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในระบบสาธารณสุขกว่า 5.6 ล้านคน พบว่าคนที่ติดเชื้อโควิดซ้ำ 2 ถึง 4 ครั้ง จะมีความเสี่ยงต่อการล้มป่วยเข้า รพ.ภายในเวลา 6 เดือน หลังจากการติดครั้งล่าสุด มากกว่าคนที่ติดโควิดครั้งเดียวถึง 3 เท่า ทั้งมีโอกาสที่จะเสียชีวิตมากกว่าคนติดโควิดครั้งเดียวถึง 2 เท่า ไปจนถึงมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับปอด หัวใจ ระบบทางเดินอาหาร ไต รวมถึงอาการทางสมอง หรือ เบาหวานตามมานายแดเนียล กริฟฟิน นักวิชาการมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า ความเชื่อที่ได้รับ ความนิยมอย่างมากในชาวอเมริกันตอนนี้คือ เคยติดเชื้อ มาแล้ว ติดอีกก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ ช่วงการแพร่ระบาดตอนแรก คนที่ติดเชื้อแล้วจะมีเกราะป้องกันอยู่ประมาณ 3 เดือน แต่ปัจจุบันกรอบเวลาดังกล่าวลดลง มีคนติดเชื้อซ้ำเพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่าเป็นผลพวงจากไวรัสกลายพันธุ์มีคุณสมบัติที่ต่างไปจากเดิม