ความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับอยู่คู่มนุษย์มาแต่ช้านาน ยิ่งกลัวก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นว่าแท้จริงมันเป็นเช่นไรที่ไต้หวันมีการจัดนิทรรศการว่าด้วย “เรื่องผีๆ” ที่ใช้ชื่อว่า “ภูติผีและนรก : โลกใต้พิภพในศิลปะเอเชีย” ที่พิพิธภัณฑ์ไถหนาน อาร์ท มิวเซียม ได้รับความสนใจอย่างเนืองแน่นจนต้องหยุดจำหน่ายตั๋วชั่วคราวถึง 2 ครั้งในวันเปิดโชว์ แถมยังมีคิวรอเข้าชมอยู่ด้านนอกอีกยาวเหยียดเป็นกิโลผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เผยกับสื่อว่า นึกไม่ถึงว่าจะได้รับความสนใจล้นหลามขนาดนี้ และยังเผยด้วยว่า “โควิด-19 ทำให้สังคมชาวไต้หวันพูดคุยเรื่องการตายมากขึ้น แม้จะเป็นเรื่องต้องห้ามในวัฒนธรรมจีนก็ตาม”ไฮไลต์เด็ดของงานนี้หนีไม่พ้น “เจียงซือ” หรือผีดิบโบราณของจีนที่กระโดดดึ๋งๆ เหยียดแขนไปข้างหน้า ที่เราอาจคุ้นตาจากภาพยนตร์ฮ่องกงในอดีตอย่าง “ผีกัดอย่ากัดตอบ” รวมไปถึง “ผีกระสือ” จากไทยแลนด์ที่ถอดหัวบินโฉบเฉี่ยวไปมาพร้อมด้วยตับไตไส้พุง แล้วยังมีแสงไฟวิบวับๆ ดึงดูดความสนใจโชว์ยังทำให้เห็นว่า “ผีเอเชียส่วนใหญ่เป็นหญิง ส่วนผีตะวันตกมักดูเคร่งขรึม อย่างเช่นแวมไพร์”กระนั้นกลุ่มศาสนามองว่า ไม่เหมาะสมและยังเรียกร้องให้หยุดโชว์ แต่ก็มีผู้ชมบางกลุ่มมองว่า นิทรรศการนี้ทำให้ได้ไตร่ตรองและเตือนตัวเองว่า ต่อจากนี้จะพยายาม “ไม่ทำชั่ว” เพราะว่ากลัว “ตกนรก”.อึ่งอ่างกลางฝน