เป็นเรื่อง ทอล์กออฟเดอะทาวน์ สำหรับปฏิบัติการของ รัฐบาลทหารเมียนมา ในการโจมตีทางอากาศกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ฝั่ง อ.พบพระ จ.ตาก โดย เครื่องบินรบของเมียนมาได้ล้ำน่านฟ้า เข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทยมีการระบุจาก ชาวบ้าน อ.พบพระ ว่ารถยนต์ที่ใช้เดินทางไปทำการเกษตรบริเวณใกล้ชายแดน ถูกอาวุธสงครามได้รับความเสียหาย โชว์หลักฐานเป็นรถกระบะถูกสะเก็ดระเบิดเป็นรูพรุน ไม่ต้องไปถามเรื่องของความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่เสียหาย แค่มีชีวิตรอดก็บุญแล้วนอกจากนี้ ชาวบ้าน อ.พบพระ ยังระบุด้วยว่า เครื่องบินรบของเมียนมา ล้ำน่านฟ้ามาหลายครั้งแล้วนับตั้งแต่มีการสู้รบกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย บางครั้งเครื่องบินรบเมียนมา บินมากลับวงเลี้ยวไกลถึงตัวเมืองพบพระ ดังนั้น การชี้แจงถึงการปฏิบัติการตอบโต้และรักษาอธิปไตยของไทย ทำไมถึงล่าช้าทั้งจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ รมว.กลาโหม หรือ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ไม่ว่าจะเป็นกรณี เมียนมาคือเพื่อน หรือ กลับวงเลี้ยวไกล หรือ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จึงกลายเป็นกรณีวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างหนักกรณีที่เครื่องบิน Mig 29 ของ เมียนมา บินล้ำน่านฟ้าไทยเพื่อปฏิบัติการโจมตีกองกำลังชนกลุ่มน้อย โดย สถานีเรดาร์ ดอยอินทนนท์ และ สถานีเรดาร์ จ.กาญจนบุรี สามารถจับความเคลื่อนไหว ได้ และรายงานไปยัง ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศดอนเมือง จากนั้นมีการสั่งการให้เครื่องบิน F-16 จาก กองบิน 4 อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ขึ้นทำการบินสกัดและลาดตระเวนทางอากาศ โดยที่ ผบ.ทอ. ระบุว่า โดยปกติการป้องกันภัยทางอากาศมี 3 ระดับ คือ พิสูจน์ฝ่าย สกัดกั้น และทำลาย แต่ครั้งนี้ เมียนมาคือเพื่อน ถ้าเพื่อนพลั้งเผลอเดินตัดสนามหน้าบ้านแล้วเราจะไปยิงเขาตายเลยหรือก็เกินไป เพราะฉะนั้นการปฏิบัติการที่เหมาะสม จึงขอให้อยู่บนพื้นฐานเพื่อนปฏิบัติต่อเพื่อนกลายเป็นประเด็นร้อนทางโซเชียลมีเดียไม่จบ อาทิ จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำเพื่อไทย ทวีตข้อความเพื่อนคุณยิงประชาชนพม่า แล้วก็เลี้ยวล้ำเข้ามาในแดนเรา แล้วก็แล้วกันไป เวลาชาวพม่าเพื่อนเราหนีตายเข้ามา คุณรีบผลักดันให้กลับบ้าน กลับไปเพื่อให้เพื่อนคุณยิง แบบนี้ชาวพม่าเพื่อนเราก็ตายกับตาย ชาวพม่าไม่ใช่เพื่อนคุณบ้างเลยหรือ#ทหารมีไว้ทำไมหลากหลายการแสดงความคิดเห็นรวมทั้งการเดินทางของแม่ทัพภาคที่ 3 ไปพบกับ ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ก่อนเกิดกรณี บินล้ำน่านฟ้าของเครื่องบินรบเมียนมาเพียงวันเดียว รวมทั้งเรื่องที่ รมว.ต่างประเทศของไทย ก็เคยเดินทางไปพบกับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมามาแล้วคงไม่ใช่เป็นการอำกันเล่นๆแต่สังคมกำลังโฟกัสไปถึงการให้ความสำคัญด้านความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอธิปไตยและสิทธิมนุษยชน สุดท้ายก็คือภาวะผู้นำในยามที่ประเทศอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th