นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ครั้งที่ 50 ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ว่า ตนได้เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการเพื่อการยุติปัญหาโรคเอดส์ ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยย้ำ 3 เรื่อง คือ 1.แก้ไขปัญหาในกลุ่มเยาวชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรับมือโรคเอดส์และจะเป็นผู้นำในอนาคต โดยในช่วงการอภิปรายในวันที่ 24 มิ.ย. จะหารือเกี่ยวกับการศึกษาและการเสริมพลังให้แก่กลุ่มนี้ 2.การจัดระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ครอบคลุมการบริการป้องกันรักษาโรคเอดส์เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเข้าถึงบริการได้โดยไม่มีภาระทางการเงิน นำไปสู่การเข้าถึงเป้าหมาย 95-95-95 คือ คนที่ติดเชื้อต้องรู้สถานะการติดเชื้อ 95% คนรู้สถานะการติดเชื้อต้องได้รับการรักษา 95% และคนได้รับการรักษาต้องได้รับยาสม่ำเสมอ 95% และ 3.การลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบทั้งในสถานพยาบาล สถานศึกษา ที่ทำงาน และในชุมชน รวมทั้งมีกฎหมายและนโยบายที่ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ไทยต้องการผลักดันในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งประธาน UNAIDS คือ 1.การศึกษาดูงานการดำเนินงานด้านเอชไอวี/เอดส์ในประเทศไทย 2.มุ่งไปยังกลุ่มเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเอชไอวีอย่างครอบคลุม เช่น การลดการตีตรา การเลือกปฏิบัติ ข้อปฏิบัติในการป้องกัน การดูแลรักษา และอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคเอดส์ เพศศึกษาทั้งในและนอกโรงเรียน และ 3.ขับเคลื่อนประเด็น การลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ และการขับเคลื่อนโดยชุมชน.