อาวุธของชาติตะวันตกที่ออกแบบมาเพื่อการรบกับประเทศที่มีขีดความสามารถทางทหาร ถูกงัดออกมาโชว์ศักยภาพอย่างต่อเนื่องในสงครามยูเครน-รัสเซียโดยเฉพาะ “จรวดต่อต้าน” รุ่นต่างๆสำหรับทหารราบ ไม่ว่าจาวาลินมิสไซล์เจาะป้อมรถถัง หรือสติงเกอร์ มิสไซล์สอยเฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบินรบอันเลื่องชื่อช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนได้ให้การต้อนรับสมาชิกใหม่จากอังกฤษ จรวด “สตาร์สตรีคส์” (Starstreaks) ที่ยังไม่เคยออกโรงในสนามรบใดมาก่อน และจากนั้นไม่นานก็มีรายงานว่า มีเหยื่อสังเวยรายแรกแล้ว คือเฮลิคอปเตอร์จู่โจมรุ่นเอ็มไอ-28 ของกองทัพรัสเซีย ถูกยิงหางขาดกระจุยแม้สตาร์สตรีคส์จะไม่ใช่ของใหม่ในแวดวงความมั่นคง กองทัพอังกฤษนำเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2540 แต่ถือเป็นจรวดต่อต้าน “อเนกประสงค์” พิสัยใกล้ ยิงจากแท่นยิงหรือยิงแบบประทับบ่า ที่มีคอนเซปต์วิธีการทำงานต่างจากจรวดที่ใช้กันทั่วๆไป ไม่ใช้ระบบค้นหาเป้าหมายด้วยความร้อน แต่ใช้ระบบนำวิถีด้วยเลเซอร์ถึงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน เนื่องจากต้อง “เปิดตัว” ล็อกเป้าหมายค้างไว้ แต่จะมีความแม่นยำกว่าการ “ยิงแล้วลืม” ให้จรวดวิ่งหาเป้าหมายด้วยตัวเองด้วยระบบตามความร้อนที่สำคัญจรวดสตาร์สตรีคส์สามารถยิงได้ทั้งเป้าหมายบนอากาศและภาคพื้นดิน ด้วยหัวรบคุณลักษณะพิเศษ เป็นจรวดเจาะเกราะทำจากทังสเตนยาว 15 นิ้ว จำนวน 3 ลูก ที่ติดอยู่บนตัวจรวดอีกที เมื่อถึงเป้าหมายจรวดเล็กทั้ง 3 ลูกนี้จะพุ่งทะลวงเข้าไปในเป้าหมายก่อนจุดชนวนระเบิดซ้ำผู้เชี่ยวชาญขยายความว่า จรวดมีความเร็วพอที่จะชนเครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์จนขาดกระจุย หรือถ้าใช้ยิงรถถัง-ยานเกราะ จรวดที่ฝังเข้าไปในตัวรถก็จะระเบิดสังหารพลขับที่อยู่ภายใน บริษัทฟอร์ซชิลด์ผู้ผลิตอ้างด้วยว่าเลเซอร์ที่ใช้นำร่องมีคลื่นพลังงานต่ำ จนระบบเตือนภัยของข้าศึกไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังถูกล็อกเป้า ทั้งยังไม่มีระบบใดในตอนนี้สามารถกวนสัญญาณการนำร่องสู่เป้าหมายได้ผลงานในสงครามครั้งนี้อาจเป็นตัวชี้วัดว่าสตาร์สตรีคส์จากค่ายอังกฤษจะขายดีหรือไม่ และไม่ต้องห่วงว่าประเทศไทยจะตกขบวน เพราะเราสั่งมาใช้งานนานแล้ว.ตุ๊ ปากเกร็ด