นิทานเรื่องกระต่ายหางขาด ผมอ่านจากหนังสือเล่มเก่าปกขาดวิ่น เหลือเนื้อหาพอเอาปะติดปะต่อได้ บางตอนผมก็เติมเอาเอง ดังต่อไปนี้กาลครั้งหนึ่ง สมัยเมื่อพระอิศวรสร้างจักรวาลเสร็จใหม่ๆ มนุษย์ ยักษ์ เทวดา นางฟ้า และสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ ต่างก็อยู่รวมกัน แบบไม่รู้ใครเป็นใคร ชุลมุนวุ่นวายมากพระอิศวรจึงสั่ง ขอแยกประชากรจักรวาลเป็นสี่พวก นัดเวลาประชุมสภาสี่ครั้งพวกเทวดานางฟ้า อยู่ใกล้พระอิศวรมากกว่า จึงได้เวลาประชุมก่อน ได้พื้นที่ไปสร้างวิมานแบ่งกันอยู่อย่างสุโขสโมสรบนเจ็ดสวรรค์ชั้นฟ้าประชุมสภาที่สอง พวกยักษ์ตัวใหญ่เสียงดัง ได้อยู่ปราสาท พวกมนุษย์ตัวเล็กเสียงเบา ยังโชคดี ได้อยู่บ้านเรือนเล็กใหญ่ตามอัธยาศัยการประชุมสภาครั้งที่สาม เป็นเวลาของสัตว์ใหญ่ ในนิทานจำแนกเป็นสัตว์มีเขา กำลังจะมาถึงกระต่าย เป็นสัตว์เล็ก ถูกนับเป็นพวกที่สี่ มันเริ่มรู้ว่า พวกเทวดานางฟ้า พวกยักษ์พวกมนุษย์ ได้ประชุมก่อน อยากได้อะไร ก็ขอได้ก่อน เมื่อถึงเวลาประชุมสัตว์มีเขาก็คงขออะไรๆที่ดีกว่าตัดหน้าสัตว์เล็กอย่างพวกมันกระต่ายตัดสินใจวางแผน ไปหารังผึ้งมาทุบคั้นจนได้ขี้ผึ้ง ปั้นเป็นสองเขาติดไว้บนหัว แล้วก็ใช้สองเขาปลอมเป็นตั๋วเข้าประชุมสภาที่สาม ตั้งใจเข้าไปดูลาดเลาการประชุมเป็นไปอย่างที่กระต่ายคาด สัตว์มีเขาทุกตัวต่างก็เสนอขออะไรต่อมิอะไร ถกเถียงกันเอาเป็นเอาตาย การประชุมเริ่มตั้งแต่เช้า ถึงเที่ยง จนบ่าย อากาศจากร้อนอ่อนๆ จนร้อนจัดความร้อนทำให้เขาขี้ผึ้งละลายหลุดจากหัว สัตว์มีเขาเห็นดังนั้น ก็หัวเราะลั่น ทูลพระอิศวรให้ทราบพระอิศวรกริ้วจัด สั่งให้จับกระต่าย กระต่ายตกใจกระโจนหนี สัตว์มีเขาก็ไล่ตามตามเรื่องนิทาน กระต่ายตอนนั้น เป็นสัตว์มีหางยาวเป็นพวงใหญ่สวยงาม มันใช้ความไวกระโดดหนีไปมา แต่หางของมันก็ถูกสัตว์มีเขาไล่คว้าไล่จับหนุบหนับๆ ตัวละทีสองที จนหางมันเหลือกระจุกเดียวกระนั้นกระต่ายก็ยังใช้ความว่องไววิ่งหนีไปจนถึงกลางคืนขาสี่ขาที่สั้นเท่ากัน เมื่อต้องวิ่งเต็มที่ ขาหลังจึงยาวยื่นออกมาในที่สุดกระต่ายก็ถูกจับตัวได้ มันกลัวพระอิศวรมาก ตาดำสองข้างกลายเป็นตาสีแดงเหลือกโปนแต่พระอิศวรทรงเมตตาลงโทษสถานเบา รวบสองหูกระต่าย ขว้างขึ้นฟ้าไปติดอยู่ในดวงจันทร์นี่คือที่มาของรูปพรรณใหม่ของลูกหลานกระต่าย หางกุดสั้น ตาแดงโปน ขาหลังยาว และหูยาว รวมนิสัยขี้ตื่นตกใจ กลัวสัตว์อื่นๆทุกตัว ที่จะเข้าไปใกล้และเหตุที่กระต่ายเป็นตัวการก่อปัญหา พระอิศวรทรงสั่งยุบสภาที่สี่การประชุมเพื่อประโยชน์ของสัตว์เล็กๆจึงไม่มี สัตว์เล็กทั้งหลาย จึงต้องเผชิญชะตากรรมเป็นเหยื่อของสัตว์ใหญ่ เหลือรอดอยู่ได้ก็อยู่กันไปส่วนกระต่ายตัวพ่อ ที่เห็นๆกันในคืนวันเพ็ญ น่าเสียดายนับแต่นีล อาร์มสตรอง นักบินอวกาศสหรัฐฯไปเหยียบดวงจันทร์ และนักบินอวกาศอีกหลายชาติ จนถึงชาติสุดท้าย...จีน พยายามไปตามหาเท่าไหร่ ก็ยังหาไม่เจอลูกหลานกระต่ายในโลก ยังฝากความหวัง วันใดกระต่ายตัวพ่อกลับมา อาจไปขอพระอิศวรให้อภัย เปิดประชุมสภาที่สี่ เพราะที่อยู่ๆกันแบบฐานันดรที่ 4 ทุกวันนี้ ลำบากลำบนเหลือเกินมนุษย์ในสภาที่สอง ก็จ้องรอวันพระอิศวรเปิดประชุมสภาอีกสักครั้ง...เจอทั้งโควิด-19 เจอสงครามรัสเซียยูเครนซ้ำ จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แค่ไหนอย่างไรก็ยังไม่รู้.กิเลน ประลองเชิง