ในบางช่วงของประวัติศาสตร์ มนุษย์ได้ใช้ข้อความลายลักษณ์อักษรเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ การกระทำนี้ได้ให้เบาะแสแก่นักวิชาการยุคปัจจุบันว่าผู้คนใน สังคมโบราณดำเนินชีวิตอย่างไร แต่ก็ต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถ ถอดรหัสได้ ทว่าหลายชิ้นงานถูกสภาพอากาศกัดกร่อน แตกหัก ส่วนขาดหาย ทำให้นักวิชาการยุคใหม่ต้องใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อกำหนดเนื้อหาของข้อความต้นฉบับ ซึ่งมักใช้เวลานานจนน่าเบื่อหน่ายอย่างไรก็ตาม นักวิชาการก็ไม่ได้ย่อท้อ จนเมื่อเร็วๆนี้ ทีมนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ “เอไอ” (AI) แห่งบริษัท DeepMind ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท Alphabet ได้ทำงานร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวนิส ในอิตาลี, มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ และมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจแห่งเอเธนส์ ในกรีซ ได้พัฒนาแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกว่า Ithaca เพื่อช่วยให้นักประวัติศาสตร์เติมช่องว่างของข้อความที่หายไปจากจารึกบนแผ่นหิน บนสิ่งประดิษฐ์ทำจากโลหะ หรือบนเครื่องปั้นดินเผานักวิจัยเผยว่าได้ฝึกฝนแอปพลิเคชันนี้โดยใช้ข้อความภาษากรีก 78,608 คำจารึกตั้งแต่ 700-500 ปีก่อนคริสตกาล แต่ละคำจารึกได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางและสร้างใหม่เมื่อจำเป็น จากนั้นทีมจัดการแอปฯโดยใช้ข้อความเดียวกันก่อนสร้างใหม่ แล้วก็ฝึกแอปฯนี้ด้วยข้อความที่ได้รับการศึกษามาอย่างดีอีก 8,000 ข้อความ เพื่อทดสอบกับงานที่ทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ นักวิจัยพบว่าระบบมีความแม่นยำ 62% ซึ่งดีกว่าประสิทธิภาพของนักประวัติศาสตร์ แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็มาจากความร่วมมือระหว่างระบบปัญญาประดิษฐ์กับนักประวัติศาสตร์ เพราะผลลัพธ์สามารถบรรลุความแม่นยำถึง 72%.