รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เด็กปฐมวัยช่วงอายุน้อยกว่า 5 ปี เป็นวัยที่พัฒนาการทางสมองยังไม่สามารถเชื่อมโยงเหตุและผลได้สมบูรณ์ ไม่สามารถเรียนรู้ความเสี่ยงรอบตัว ไม่รู้อันตราย เป็นวัยที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้ดูแลต้องดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้ การดูแลเด็กเล็กไม่ให้คลาดสายตาถูกบัญญัติใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 25 (2) ที่ระบุไม่ให้ผู้ปกครองละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใดๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพหรือไม่จัดให้มีการเลี้ยงดูที่เหมาะสมรศ.นพ.อดิศักดิ์กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รพ.รามาธิบดี รวบรวมพบสถิติการตายจากการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี 2545 จากจำนวน 1,600 ต่อปีลดลงเหลือ 700 คนต่อปีในปัจจุบัน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ลดจาก 700 กว่าคนต่อปีเหลือ 200 กว่าคนต่อปี แต่การจมน้ำยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี อีกทั้งระยะหลังจำนวนการตายจากการจมน้ำของเด็กเล็กชะลอตัวลดลงอย่างช้าๆ สาเหตุมักจะพบเกิดจากการที่พ่อแม่ผู้ปกครองเผลอ คลาดสายตา หากวิเคราะห์เชิงลึกยังซ่อนเร้นสิ่งที่สงสัยว่าเป็นการจงใจละเลยไม่ได้ป้องกันตั้งแต่แรกหรือไม่ คือรู้แต่ยังปล่อยปละละเลย อย่างไรก็ตามเป้าหมายเราต้องการให้อัตราเสียชีวิตจาก 7 กว่าคนต่อแสนให้เหลือ 2 คนต่อแสนในทุกกลุ่มอายุของเด็ก โดยเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีให้มีจำนวนการตายจากการจมน้ำไม่เกิน 60-70 คนต่อปี ซึ่งต้องลดลงอีก 3 เท่าตัวรศ.นพ.อดิศักดิ์กล่าวด้วยว่า เด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ ส่วนใหญ่พบในครอบครัวที่ผู้ดูแลไม่มีศักยภาพเพียงพอจะเรียนรู้วิธีป้องกัน เป็นกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น รวมถึงพ่อแม่ที่ทำงานแล้วปล่อยให้ปู่ย่าตายายอายุมากดูแล.