“ประวิตร” แจง 3 ป.หม่ำข้าวด้วยกันเป็นปกติ “ชัยวุฒิ” โว 3 บิ๊กรักกันดี มั่นใจรัฐบาลอยู่ยาว คุมเสียงได้ ไม่มีเหตุผลต้องยุบสภาฯ ขณะที่ “ธรรมนัส” โพสต์เฟซบุ๊กกระทบชิ่ง ยกพรหมพินาศ 4 ชี้หนทางวิบัติของผู้นำ พท.ไม่เชื่อฉากละคร 3.ป แน่นปึ้ก “สมคิด” ปูด “บิ๊กตู่” ผวา ส.ส.ไม่ยกมือให้ ส่อชิงยุบสภาก่อน 22 พ.ค. หนีซักฟอก พลิกเกมเล่นอภินิหารกฎหมายลูกเปลี่ยนวิธีคิดแต้ม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ สกัดคู่แข่งแลนด์สไลด์ “สุรทิน” ตีปี๊บพรรคเล็กได้กลิ่นโชยล้มกระดานชิงความได้เปรียบออก พ.ร.ก.เปลี่ยนกติกา “สาธิต” การันตี กมธ.กฎหมายลูกจะลุยเร็ว แต่รอบคอบจากกรณีพี่น้อง 3 ป.ร่วมทานข้าวมื้อกลางวันและหารือร่วมกันอย่างชื่นมื่น ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถูกจับตาว่าแกนนำรัฐบาลสร้างภาพกลบกระแสความขัดแย้งภายใน และมีการมองว่ารัฐบาลอาจจะชิงจังหวะยุบสภาไปก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯในวันที่ 22 พ.ค. ขณะที่ซีกรัฐบาลยังแสดงความเชื่อมั่นจะอยู่ยาวได้ต่อไป “บิ๊กป้อม” ชี้ 3 ป.กินข้าวปกติเมื่อวันที่ 5 มี.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด หลังฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการสร้างภาพ เพราะความจริงยังมีความขัดแย้งกันอยู่ว่า“ไม่มีอะไร กินข้าวกันปกติอยู่แล้ว” เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านมองว่าเป็นแค่เพียงการสร้างภาพว่าความสัมพันธ์ยังดีอยู่เท่านั้น พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถามนี้“ชัยวุฒิ” มั่นใจ รบ.อยู่ยาวไม่มียุบนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านออกมาระบุได้ยินกระแสข่าวจะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 22 พ.ค.หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเพื่อออก พ.ร.ก.กฎหมายลูกให้เป็นคุณกับรัฐบาลว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าว และเชื่อว่านายกฯไม่คิดเรื่องยุบสภา เพราะตั้งใจเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก อีกทั้งเรื่องในสภาฯรวมถึงในพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีความขัดแย้ง ทุกฝ่ายยังคุยกันดี เชื่อว่าจะคุมเสียงในสภาฯได้ จึงไม่มีเหตุผลยุบสภาฯ ล่าสุดภาพ 3 ป.ที่ออกมาทำให้เห็นว่ารักกันทำงานด้วยกันอย่างดี ไม่มีความขัดแย้งตามที่มีความพยายามปล่อยข่าว จึงเชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ยาวเป็นเจ้าภาพเอเปกได้แน่นอน3 เม.ย.ลุ้นรื้อโครงสร้างใหญ่ พปชร.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 พรรคพลังประชารัฐ วันที่ 20 มี.ค. ที่โรงแรมแคนทารี จ.นครราชสีมา ล่าสุดมีการแจ้ง ส.ส.และสมาชิกพรรคเปลี่ยนไปเป็นวันที่ 3 เม.ย.เนื่องจาก ส.ส.บางส่วนติดภารกิจ การประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเข้าร่วมประชุมด้วย นอกเหนือจากรับทราบรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีของพรรคแล้ว จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปัจจุบันนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นั่งรักษาการเลขาธิการพรรค ต้องจับตาจะมีการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคใหม่หมดหรือไม่ ภายหลัง 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกันอย่างชื่นมื่น เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา“ธรรมนัส” ยกพรหมพินาศ 4 แซะผู้นำขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “วันนี้เป็นวันเสาร์ 5 ครับ เป็นวันมงคลเลยถือโอกาสมาเสวนาธรรมกับพระอาจารย์ที่ผมให้ความเคารพนับถือ ท่านได้หยิบยกหนทางสว่างคือพรหมวิหาร 4 เราชาวพุทธคงเข้าใจดีว่าพรหมวิหาร 4 มีอะไรบ้าง และระหว่างสนทนาธรรม ผมเหลือบไปเห็นเสาวิหารด้านข้างที่ผมนั่งอยู่ ได้บันทึกถึงพรหมพินาศ 4 เป็นหนทางไปสู่ความวิบัติ ...นั้นคือ 1.หลงอำนาจ 2.ฉ้อราษฎร์บังหลวง 3.หลอกลวงลูกน้อง 4.ยกย่องคนเลว เสาร์ 5” “สมคิด” ไม่เชื่อ 3 ป.ยังปึ้กนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี 3 ป.กินข้าวร่วมกันแสดงความแนบแน่น โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทำอาหารให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทานว่า เห็นใจ พล.อ.ประวิตร สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ยังต้องไปทำอาหารให้น้องทานอีก น้องช่างใจดำ แทนที่จะเป็นคนทำอาหารให้พี่ทานกลับใช้พี่เสียอย่างนั้น หรือพี่อยากทำเพื่อเอาใจก็แล้วแต่ แต่มองว่าเป็นการสร้างภาพให้สังคมเห็นว่ายังรักกันอย่างดูดดื่ม ทั้งที่ในความจริงอาจจะเป็นตรงกันข้ามก็ได้ เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งในสภาฯและในพรรคพลังประชารัฐ มีการกระทบ กระทั่งกันอย่างรุนแรง ระหว่างคนสาย พล.อ.ประวิตรและสาย พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเหตุผลเดียวคือการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อ ฉะนั้นที่ไปพบกินข้าวกันเพียงแค่ภาพทางสังคมที่อยากสื่อให้เห็นว่า 3 ป.ยังแน่นปึ้ก รัฐบาลยังมั่นคง แต่ไม่เชื่อภาพที่ออกมา ทำนายว่าในอนาคตอันใกล้ความขัดแย้งของ 3 ป.จะมีออกมาให้เห็นอีกและส่งผลกระทบต่อสภาฯและรัฐบาลจนอยู่ครบเทอมไม่ได้ ปูดยุบสภาก่อน 22 พ.ค.หนีซักฟอกนายสมคิดกล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้าว่า หลังจากเปิดประชุมสภาวันที่ 22 พ.ค.คาดว่า กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะยื่นเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาวาระ 2-3 ได้ ประมาณปลายเดือน พ.ค.ถึงต้นเดือนมิ.ย. จากนั้นเดือน มิ.ย.พรรคเพื่อไทยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังกฎหมายลูก 2 ฉบับเสร็จวาระ 2-3 แล้ว แต่ขณะนี้เริ่มได้ยินกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะชิงยุบสภาก่อนเปิดประชุมสภาฯวันที่ 22 พ.ค.หนีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดูแล้วเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น แต่เหตุผลไม่สมควร สภาฯไม่ได้เกิดปัญหา ถ้าไปยุบสภาก่อนเท่ากับหนีการซักฟอกไม่สง่างาม ขณะนี้การพิจารณาร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญฯเหลืออีกแค่ 2 เดือน ควรรอกฎหมายลูกให้เสร็จสิ้นก่อน ถ้าไปชิงยุบสภาก่อน ยิ่งตอบโจทย์ว่ารัฐบาลกลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลัวจะไม่มีคนยกมือให้ในเวทีซักฟอกดักคออย่าล้มกติกาคิดปาร์ตี้ลิสต์เมื่อถามว่ารัฐบาลจะชิงยุบสภาชิงความได้เปรียบออก พ.ร.ก.กำหนดวิธีการคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากเดิมที่จะใช้ 100 หารคะแนนรวมส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งประเทศ กำหนดเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน เปลี่ยนมาใช้ 500 หารแทน เพื่อให้รัฐบาลได้เปรียบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ตามหลักการแก้รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีเจตนารมณ์ให้ใช้ 100 หารคะแนนรวม ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งประเทศอยู่แล้ว หากปรับไปใช้ 500 หารแทนขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญบัตร 2ใบ ถ้าทำจริงยิ่งเสียหลักกฎหมาย บ้านเมืองไม่มีขื่อแป จะทำอย่างไรก็ได้คิดได้ แต่กล้าทำหรือไม่ ถ้าทำจริงแสดงว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่มีประโยชน์ พอแก้ไปก็ไปออกข้อกำหนดเองตามใจชอบ ยืนยันเจตนารมณ์บัตร 2 ใบ ต้องใช้ 100 หารคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ไม่ว่าจะใช้สูตรใดคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยไม่กลัวพร้อมสู้ทุกกติกา จะกีดกันอย่างไรคนให้คำตอบคือประชาชนผวามีอภินิหาร ก.ม.ลูกในชั้น กมธ.ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ในการพิจารณาร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ ในชั้น กมธ. จะไปปรับวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ใช้ 500 หารแทน 100 นายสมคิดตอบว่า คงทำไม่ได้ เพราะตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเรื่องบัตร 2 ใบ ต้องใช้ 100 หาร ทราบว่าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเล็กพยายามจับมือชิงความได้เปรียบเรื่องนี้ แต่สายไปแล้วมีหลักการกำหนดไว้ชัดเจน เมื่อถามว่ากลัวจะเกิดอภินิหารกฎหมายแก้กฎหมายลูกหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ไม่กลัว กฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้ ยกเว้นคนจะทำให้พิสดารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็เป็นไปได้ จึงอยากให้จับตากันอย่างใกล้ชิด จะทำให้โอกาสเกิดแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยยากขึ้นหรือไม่ประชาชนจะให้คำตอบเอง ยิ่งไปเขียนกฎหมายเข้าข้างตัวเองมากเท่าไร ประชาชนจะให้คำตอบจะปล่อยให้สืบทอดอำนาจหรือไม่ พรรคเล็กได้กลิ่นชิงยุบสภาหนีนายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเล็กได้กลิ่นการชิงยุบสภาก่อนวันที่ 22 พ.ค. เพื่อชิงความได้เปรียบในการออก พ.ร.ก.การเลือกตั้ง ส.ส. ไปกำหนดวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในทางเป็นคุณกับฝ่ายรัฐบาลจะได้มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะยังมี ส.ว.เป็นตัวช่วยโหวตนายกฯอยู่ หากปล่อยให้เปิดสภาในวันที่ 22 พ.ค.และพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใดจะไม่สามารถยุบสภาได้ เป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมจะถูกยกมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ อำนาจจะหลุดมือทันที เปิดทางให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นมาเป็นนายกฯ ในฐานะผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคการเมือง ดังนั้นเพื่อชิงความได้เปรียบ อาจต้องใช้วิธีล้มกระดาน ชิงยุบสภาก่อนเปิดสภาแล้วกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่“สาธิต” ยัน กมธ.ทำงานเร็ว–รอบคอบนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ กล่าวว่า น่าจะมีหลายประเด็นที่ยื่นแปรญัตติเข้ามา เช่น การคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ การทำไพรมารีโหวตการแบ่งเขตเลือกตั้งตามร่างกฎหมายที่ตราขึ้นมา กมธ.จะพยายามทำให้เสร็จเร็วและรอบคอบที่สุด พิจารณาให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปมีความชัดเจนเรื่องการคำนวณคะแนนเลือกตั้ง เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่อาจถูกกล่าวหาว่าทำงานให้ผู้มีอำนาจได้ประโยชน์ นายสาธิตอบว่า กังวลอยู่แต่ กมธ.ต้องใช้โอกาสนี้ชี้แจงประชาชนถึงกลไกลการทำงาน พร้อมรับฟังเสียงส่วนใหญ่ฟังทุกฝ่าย ใครจะวิจารณ์อย่างไรเป็นสิทธิ แต่สุดท้ายอยู่ที่เสียงส่วนใหญ่ที่มีทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและ ส.ว.