“สำราญ นวลมา” ผบช.น. นำทีมสืบสวนนครบาลสนธิกำลัง ป.ป.ส.ปิดล้อมตรวจค้น 14 จุดใน กทม. จ.เชียงราย จ.ตาก จ.มหาสารคาม จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชลบุรี จ.นนทบุรี ได้ผู้ต้องหา 4 คน เครือข่ายค้ายา “คิงส์ นนทบุรี” ยึดทรัพย์สินกว่า 130 ล้านบาท ทั้งรถฟอร์ด มัสแตง-เรือสปีดโบ๊ต-นาฬิกาหรู-ทองแท่ง-ปืนกว่า 40 กระบอก หลังตามขยายผลเก็บข้อมูลข้ามปี พบเงินที่ได้จากการค้ายากว่า 500 ล้านบาทถูกแบ่งนำไปทำธุรกิจขายน้ำมันส่งพม่า แฉ 1ในผู้ต้องหาเคยทำหน้าที่ผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ว.“บุญธรรม โอริส” รวมทั้งผ่านหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากร รุ่น 17 ด้าน พล.อ.บุญธรรม โอริส แจงเป็นลูกน้องเก่าเคยมาช่วยงานด้านกฎหมายจริง แนะถ้าไม่ผิดให้สู้ไปตามกระบวนการ ยันชีวิตนี้ไม่ยุ่งธุรกิจสีเทา-สีดำแน่นอนตำรวจนครบาล-ป.ป.ส. สนธิกำลังตามจับแก๊งฟอกเงินยาเสพติด เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 มี.ค. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรีรองผบก.สส.บช.น. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ปิดล้อมตรวจค้น 14 จุด 7 จังหวัด ประกอบด้วย กทม. จ.เชียงราย จ.ตาก จ.มหาสารคาม จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชลบุรี จ.นนทบุรี เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 คน ประกอบด้วยนายวรวัฒน์ วังศพ่าห์ อายุ 49 ปี ถูกจับกุมที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเปี่ยมศักดิ์ บุญญชโลธร อายุ 44 ปี ถูกจับกุมที่ จ.เชียงราย นายสุนันท์ สุตินกาศ อายุ 44 ปี ถูกจับกุมที่ จ.เชียงราย และนางศิริวรรณ บุญญชโลธร อายุ 41 ปี น้องสาวของนายเปี่ยมศักดิ์ ถูกจับกุมที่ จ.ตากพล.ต.ท.สำราญเปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ใน กทม. ของนายพิทวัส แสงโสภา ฉายาคิงส์ นนทบุรี และนายชยุต ศุขทัศน์ เมื่อวันที่ 25 พ.ค.64 ตรวจค้นบ้านพักพบโทรศัพท์มือถือ ภายในมีข้อความสนทนาติดต่อซื้อขายยาเสพติดและการชำระค่ายาเสพติด โอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารในต่างประเทศ ตรวจสอบเชิงลึกนายวรวัฒน์ วังศพ่าห์ นำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปฟอกเงินทำธุรกิจขายน้ำมันส่งออกไปประเทศพม่ามูลค่ากว่า 500 ล้านบาท นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหายังทำหน้าที่รับโอนเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาฟอกเงินเป็นสินทรัพย์อื่นๆ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิด รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อมีให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ และข้อหาสมคบเพื่อการฟอกเงิน“กรณีนี้ บก.สส.บช.น. ตามเกาะติดตลอดจนขณะนี้ออกหมายจับรวม 7 คน จับกุมได้ 4 คน อายัดตัวในเรือนจำ 2 คน และอยู่ระหว่างหลบหนี 1 คน ส่วนทรัพย์สินที่ ป.ป.ส. ยึดประมาณ 130 ล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของปืนที่พบ จะนำส่ง พฐ.ตรวจสอบว่าเคยถูกใช้ในการกระทำความผิดอื่นหรือไม่’ พล.ต.ท.สำราญกล่าวสำหรับจุดที่น่าสนใจ คือการตรวจค้นบ้านเลขที่ 12/60 ซอยจุฬาเกษม 16/3 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี บ้านของนายวรวัฒน์เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นมีรั้วรอบขอบชิด ตรวจสอบพบรถเก๋งซูบารุ สีดำ ทะเบียน ฉว 67 กรุงเทพมหานคร รถฟอร์ด มัสแตง เชลบี จีที 500 สีขาว ทะเบียน ญต 67 กรุงเทพมหานคร ปืนสั้นและปืนยาวกว่า 40 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนมาก นาฬิกาหรูหลายยี่ห้อ อาทิ โรเล็กซ์ ปาเต๊ะ ฟิลลิปและอื่นๆมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท ทองคำแท่ง เงินสด มูลค่ากว่าสิบล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดเรือสปีดโบ๊ต 14 ลำได้ที่อู่เรือใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 130 ล้านบาทมีรายงานว่ารถฟอร์ด มัสแตง คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ระบุเป็นรถเกรย์มาร์เก็ต ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากรอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เตรียมแถลงข่าวผลการปฏิบัติในวันที่ 4 มี.ค. ขณะเดียวกันชุดสืบสวนพบบริเวณกระจกหน้ารถยนต์ทั้งสองคันที่ตรวจยึดได้ พบสติกเกอร์เข้า-ออก รัฐสภาติดไว้ ระบุสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขที่ 092 และบัตรคล้องคอระบุสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาของนายวรวัฒน์ วังศพ่าห์ ผู้ชำนาญการประจำตัว พล.อ.บุญธรรม โอริส ส.ว. กรณีนี้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. สั่งการให้เร่งตรวจสอบแล้ว นอกจากนี้ยังพบข้อมูลนายวรวัฒน์เป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ชำนาญการศุลกากร รุ่น 17 ด้วยวันเดียวกัน พล.อ.บุญธรรม โอริส สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีตำรวจบุกเข้าตรวจค้นบ้าน และจับกุม นายวรวัฒน์ วังศพ่าห์ ผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ว. หลังพัวพันกับการฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดว่า นายวรวัฒน์เคยเป็นผู้ชำนาญการประจำตัวของตนจริง มาช่วยงานด้านกฎหมาย แต่เพิ่งลาออกไปเมื่อปลายเดือน ก.พ. ให้เหตุผลขอไปประกอบธุรกิจปลูกทุเรียน เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาช่วยงาน ก่อนหน้านี้นายวรวัฒน์เคยมาช่วยงานแล้วลาออกไปครั้งหนึ่ง ต่อมาตนเรียกมาช่วยงานอีกครั้งเป็นเวลา 1-2 เดือน แล้วมาขอลาออกอีกครั้งดังกล่าว พอทราบข่าวก็ตกใจ เมื่อช่วงเช้าเจ้าตัวไลน์มาบอกว่าถูกกลั่นแกล้ง จึงแนะนำให้ต่อสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ขอใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยใครในสิ่งผิดกฎหมายชีวิตไม่ยุ่งกับเรื่องสีดำหรือสีเทาอยู่แล้ว