โลกกำลังลุกเป็นไฟ เพราะความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนปะทุหนักขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงขู่ของนานาชาติที่จะรุมคว่ำบาตรลงโทษรัสเซีย ทำให้ทั้งโลกต่างจับจ้องไปที่ “ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน” วัย 69 ปี ผู้เรืองอำนาจปกครองรัสเซียตั้งแต่ปี 2000 และยังทำทุกวิถีทาง รวมถึงแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองได้เป็นผู้นำประเทศไปอย่างน้อยจนถึงปี 2036 เรียกว่าหวงแหนอำนาจจนเข้าโลงก็เพราะรัสเซียเป็นคอมมิวนิสต์เต็มขั้น ที่โลกภายนอกยากจะเข้าถึงได้ แดนหมีขาวจึงตกอยู่ใต้ท็อปบูตของประธานาธิบดีปูตินมากว่า 2 ทศวรรษ “ลุงปูติน” ประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ความยากจนในประเทศลดลงกว่า 50% ก็ด้วยฝีมือการบริหารเศรษฐกิจมหภาค และการปฏิรูปนโยบายการคลัง ดึงดูดเงินทุนต่างประเทศให้ไหลบ่าเข้ารัสเซียถ้าบริหารประเทศเก่งขนาดนี้ โดยไม่โกงกินคอร์รัปชันเลย รัสเซียคงกลายเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกไปนานแล้ว ก็อย่างที่บอกรัสเซียเป็นแดนคอมมิวนิสต์ จึงไม่มีใครรู้ชัดว่า ผู้นำหมีขาวจะร่ำรวยผิดปกติขนาดไหน มีเพียงเบาะแสจากอดีตผู้ใกล้ชิดว่า “ลุงปูติน” มีทรัพย์สินมั่งคั่งซ่อนเร้นทั้งบนดินใต้ดินเหลือคณานับ ชนิดที่ฟอร์บส์ยังไม่กล้าประเมินความรวยแท้จริง ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนอวดรวย มีแพลมๆให้เห็นบ้าง แค่ใส่นาฬิกาหรู ขี่เรือยอชต์ และเป็นเจ้าของพร็อพเพอร์ตี้แพงระยับหลายแห่ง ขนาดเสื้อผ้าแบรนด์เนมยังตัดป้ายทิ้งทุกตัว กลัวสื่อจับได้ว่าอู้ฟู่ท่ามกลางข่าวลือสะพัดถึงความมั่งคั่งอันลี้ลับของ “ประธานาธิบดีปูติน” ที่คาดว่ารวยไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลายคนสงสัยว่าอดีตสายลับเคจีบีผู้เหี้ยมเกรียมสร้างฐานะรวยล้นฟ้ามาจากไหน เพราะลำพังเงินเดือนประจำตำแหน่งปีละ 109,392 ดอลลาร์สหรัฐฯ (คิดเป็นเงินไทย 3.55 ล้านบาท) ยังไม่พอค่าแชมเปญกับคาเวียร์ด้วยซ้ำนักการเงินชื่อดังของอเมริกา “บิล โบรวเดอร์” ซึ่งคร่ำหวอดการลงทุนในรัสเซียหลายทศวรรษ ประเมินว่า “ประธานาธิบดีปูติน” มีสินทรัพย์ ในครอบครองไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่อดีตที่ปรึกษาของรัฐบาลรัสเซีย “สตานิสลาฟ เบลคอฟสกี” คาดการณ์ว่า “ลุงปูติน” น่าจะมีทรัพย์สินซุกไว้ราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ “นิตยสารฟอร์บส์” ตีแผ่ช่องทางความรวยผิดปกติของผู้นำรัสเซีย โดยตั้งสมมติฐานความเป็นไปได้ไว้ 3 แนวทาง ทฤษฎีแรกเชื่อว่าเกี่ยวโยงกับการตัดสินจำคุกมหาเศรษฐีด้านพลังงานของรัสเซีย “มิคาอิล โดคอร์ คอฟสกี” เมื่อปี 2003 ด้วยข้อหาฉ้อโกงและหลีกเลี่ยงภาษี กลายเป็นข้ออ้างที่ผู้นำรัสเซียจะฟรีซทรัพย์สินทั้งหมดของศัตรูการเมืองตัวสำคัญ พร้อมล้มข้อตกลงลับ 50 : 50 แบ่งความมั่งคั่งให้ผู้นำประเทศ 50% และ ให้ชนชั้นผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ (Russian oligarchs) เก็บความมั่งคั่งไว้ 50% ใครเล่นนอกกติกาคิดเป็นอริกับปูติน ก็จะต้องพบจุดจบถูกยึดทรัพย์ 100% เข้าไปนอนในซังเต หรือไม่ก็ลี้ภัยไปต่างประเทศอีกทฤษฎีเชื่อว่า “ประธานาธิบดีปูติน” สร้างความมั่งคั่งตลอด 2 ทศวรรษ จากการใช้อิทธิพลอำนาจทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติและพวกพ้องตัวเอง โดยกวาดล้างชนชั้นผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจยุคเก่าที่เคยกินรวบและไม่ยอมสวามิภักดิ์ แล้วจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ให้คนใกล้ชิดขึ้นเป็นชนชั้นนำของประเทศแทน เพื่อกุมอำนาจทางเศรษฐกิจ แบบเบ็ดเสร็จส่วนทฤษฎีสุดท้าย ฟอร์บส์โลกสวยว่า อันที่จริง “ประธานาธิบดีปูติน” ก็ไม่ได้รวยล้นฟ้าขนาดนั้น แต่อยากสร้างภาพให้ชาวโลกตื่นเต้นว่าผู้นำรัสเซียมั่งคั่งที่สุดในโลก แค่ดีดนิ้วนิดเดียวเหล่าเจ้าสัวใหญ่และมหาเศรษฐีทั่วแดนหมีขาวก็ต้องขนเงินมากองเต็มหน้าบ้าน ไม่จำเป็นต้องคอร์รัปชันให้เสียชื่อเสียงพระราชวังเครมลินถือเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของผู้นำรัสเซีย แต่ “ลุงปูติน” ชอบใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในเซฟเฮาส์นอกเมืองโนโว-โอการ์ โยโว ในขณะที่ทางการเครมลินพยายามสร้างภาพความเป็นผู้นำสมถะ แต่คนรัสเซียรู้ดีว่า “ประธานาธิบดีปูติน” แอบสร้างปราสาทลับไว้หลายแห่ง โดยหนึ่งในนั้นเป็นปราสาทหลังใหญ่ มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กว้างใหญ่ไพศาลขนาดจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ 3 ลำ ตกแต่งวิจิตรราวกับวัง เขายังเป็นเจ้าของเครื่องบิน 58 ลำ, เรือยอชต์หรู 4 ลำ และชอบสะสมนาฬิกาแพงๆ ในยุคของปูตินมีการสร้างบ้านพักประธานาธิบดีใหม่ถึง 9 หลัง จากเดิมที่มีนับ 10 หลังว่ากันว่าแม้จะมีทรัพย์สินมหาศาลซุกซ่อนอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ แถมยังมีนอมินีถือหุ้นในบริษัทน้ำมันและบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง แต่จากเอกสารลับปานามา และแพนโดราเปเปอร์ส ที่เปิดโปงการซุกทรัพย์สินในต่างแดนของประมุขและผู้นำระดับโลก กลับไม่พบเส้นทางการเงินผิดปกติใดๆโยงใยไปถึงปูตินโดยตรง...วิชาตัวเบาสุดยอดจริงๆ.มิสแซฟไฟร์