พลันที่ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอใหญ่ของเฟซบุ๊ก ประกาศจะเปลี่ยนชื่อบริษัทที่บริหารจัดการแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก จากบริษัทคอนเน็คท์ คอนเฟอร์เรนซ์ เป็นบริษัท Meta (เมตา)ซึ่งย่อมาจาก “Metaverse” หรือ “จักรวาลนฤมิต” โลกใบใหม่ที่ผู้คนจะขึ้นไปใช้ชีวิต ไปทำงาน ซื้อของ เข้าสังคม พักผ่อน โดยผ่านอวตารที่เป็นตัวเรา ผ่านสกุลเงินใหม่ๆที่จะถูกคิดค้นและรังสรรค์ขึ้นในโลกเสมือนจริงใบใหม่ที่ใหญ่กว่ามายาแห่งเฟซบุ๊กที่คุ้นเคยมานานกว่า 10 ปี หนึ่งในสกุลเงินที่มีการกล่าวขานกันมากขึ้นในจักรวาลนฤมิตก็คือ NFT (Non-fungible Token) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่กำลังเป็นกระแสความสนใจอย่างมากในวงการศิลปะ เกม แฟชั่นว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับ NFT กันสักนิดก่อน...คิดตามง่ายๆ หากเราสร้างผลงานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ คลิปวิดีโอ ของสะสม เสื้อผ้า แสตมป์ การ์ดเกม ฯลฯ ที่ถือเป็นของชิ้นเดียวในโลก เป็นลิขสิทธิ์ของเราเอง เราสามารถแปลงผลงานเหล่านั้นให้อยู่บนออนไลน์ในรูปแบบโทเคน NFT จากนั้นนำ NFT ไปขายต่อและโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องมีคนกลาง เพราะทำผ่านระบบบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยสูง แม้ว่าผลงานจะถูกขายต่อ เปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ามีใครเคยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในผลงานชิ้นนี้มาแล้วบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าของลิขสิทธิ์ยังสามารถนำ NFT ออกประมูลได้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นแรร์ไอเท็มก็จะดึงดูดให้คนอยากได้และต้องสู้ราคากัน เป็นการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลอีกหลายเท่า ใครชนะการประมูลก็จะได้รับโทเคนในการยืนยันความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ชิ้นนั้นคนที่ซื้อ-ขายงาน NFT จึงไม่ได้มีแค่ศิลปินหรือนักสะสม แต่ยังมีนักลงทุนหลายคนที่ตั้งใจเข้ามาซื้อเก็งกำไร แล้วนำไปขายต่อให้ผู้ที่สนใจได้ในราคาสูงขึ้น เนื่องจากงาน NFT หลายชิ้น เป็นคอลเลกชันพิเศษ หรือของหายากที่มีคุณค่าและมูลค่าสูงในกลุ่มนักสะสม ชญานิน วังซ้าย เขียนบทความในวารสาร TAT Review ฉบับล่าสุด ในบทความชื่อว่า “The Next Fashion Trend เมื่อ NFT จับมือวงการแฟชั่น” ไว้อย่างน่าสนใจว่าแม้ว่าศิลปะบนโลกดิจิทัลจะมีมานานแล้ว แต่กระแสที่มาแรงของบล็อกเชน ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่โลก Metaverse หรือจักรวาลนฤมิตของธุรกิจแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เช่น Facebook ในปีที่ผ่านมา ทำให้ปี 2021 ถือเป็นปีที่ NFT หรือ Non-fungible Token ได้แจ้งเกิดอย่างแท้จริงNFT เริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ทั้งในวงการศิลปะ สถาปัตยกรรม การออกแบบ และดนตรี โดยเฉพาะเมื่อผลงาน ‘The First 5000 Days’ ของ Beeple ศิลปินชาวอเมริกัน กลายเป็น NFT ที่ขายได้ในราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในการประมูลของ Christie’s เมื่อเดือนมีนาคม หลังจากนั้น NFT ก็เป็นตัวอักษรย่อที่ทุกคนพูดถึง ทั้งศิลปิน นักออกแบบ และแบรนด์ธุรกิจ ต่างพยายามหาวิธีใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้ วงการแฟชั่นก็เช่นกัน โดยดีไซเนอร์ของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำได้ออกมาร่วมมือกับศิลปิน NFT หรือเกมครีเอเตอร์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานสุดปังไม่ให้ตกกระแสชญานิน ยกตัวอย่างค่ายแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลกที่เข้าสู่วงการซื้อขายด้วย NFT ว่ามีทั้ง บาเลนเซียกา (Balenciaga) ร่วมกับ Epic Games ผู้ผลิตเกม Fortnite สร้างวิดีโอเกม Afterworld สำหรับงานแสดงซีซัน AW21 รวมทั้งออกแบบคอลเลกชันเสื้อผ้าให้กับคาแรกเตอร์ใน Fortnite โดยการคอลแล็บครั้งนี้เป็นในรูปแบบ Digital-to-Physical ที่ผู้เล่นสามารถซื้อชุดบาเลนเซียกาดิจิทัลให้กับตัวเล่นในเกม และก็สามารถซื้อชุดจริงในร้านบาเลนเซียกาจริงๆให้กับตัวเองได้ด้วย หรือ เบอร์เบอรี่ (Burberry) ร่วมกับ Mythical Games ผู้ผลิตเกม Blankos Block Party ออกแบบ NFT เป็นตัวการ์ตูนดิจิทัล Sharky B ในเกม Blankos ที่มีลวดลายเป็น TB Monogram สัญลักษณ์ของยี่ห้อเบอร์เบอรี่ รวมทั้งออกแบบ Accessory เพื่อขายในเกม อาทิ รองเท้า ที่คล้องแขน Jetpack โดยเบอร์เบอรี่ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับครีเอเตอร์บนเกมออนไลน์ยังไม่หมด ยักษ์ใหญ่กีฬาชื่อดัง อะดิดาส (Adidas) ก็ร่วมกับศิลปิน NFT เช่น G-Money Punks Comic และ Bored Ape Yacht Club ครีเอเตอร์อวาตาร์ลิงชื่อดัง ออกแบบคอลเลกชัน ‘Into the Metaverse’ ขายผลงาน NFT ที่มาพร้อมกับเครื่องแต่งกายดิจิทัลที่สามารถใช้ในแพลตฟอร์ม เช่น Sandbox และชุดเสื้อผ้าจริงที่เหมือนกัน ผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ด้วยเหรียญคริปโต โดยเริ่มวางขายเมื่อเดือนธันวาคม 2564 ในราคา 0.2 อีเทอเรียม นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์แฟชั่นอีกมากมายที่เริ่มใช้ NFT สร้างสรรค์ผลงานสู่สาธารณะ เช่น Louis Vuitton x Beeple ออกเกมฉลองครบรอบ 200 ปีการก่อตั้งแบรนด์ หรือ Gucci ในคอลเลกชัน Gucci Aria ฯลฯชญานิน ให้ข้อสังเกตในตอนท้ายของบทความว่า เมื่อผู้คนใช้ชีวิตแทบทั้งหมดอยู่บนโลกออนไลน์ เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเริ่มมองหาสิ่งที่มาเสริมสร้างตัวตนในโลกใบนี้ NFT ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายดิจิทัล สกิน หรืออวาตาร์ จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะในปี 2021 ตลาด NFT มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 41,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ... การวิจัยจาก Pew Research ในปี 2021 พบว่า 81%ของผู้บริโภคทั่วโลกเห็นว่ารูปลักษณ์ของแบรนด์บนโลกดิจิทัลมีความสำคัญพอๆ กับรูปลักษณ์ของหน้าร้านที่จับต้องได้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดวิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมักจะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีเรื่องราวที่สามารถสื่อสารกับเขาได้ ดังนั้นการร่วมมือกับศิลปินผู้ผลิต NFT จึงเป็นวิธี การในการถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าของแบรนด์อีกทางหนึ่ง.