เป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่ เชฟคู่แฝดสัญชาติเยอรมันแห่งตระกูลซูห์ริง “เชฟโธมัส” และ “เชฟแมทธิอัส” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน “Art of Living” ในฐานะพันธมิตร “Blancpain” (บลองแปง) เพื่อร่วมสืบทอดธรรมเนียมยาวนานกับเหล่าเชฟระดับมิชลินสตาร์ทั่วโลก ถ่ายทอดความสุนทรีย์แห่งการใช้ชีวิต ที่เดินไปข้างหน้าพร้อมกับจังหวะการทำงานของนาฬิกาชั้นยอด ภายใต้แนวคิดที่ต้องการผสมผสานตำรับดั้งเดิมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2020 นาฬิกาบลองแปงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนให้ครัวของสองเชฟตระกูลซูห์ริงเดินไปข้างหน้า พร้อมกับจังหวะการทำงานของนาฬิการะบบ “chrono graph flyback” ในรุ่น “Fifty Fathoms” และ “Fifty Fathoms Bathy scaphe” โดยเชฟคู่แฝดใส่นาฬิกาเรือนโปรดเข้าครัวเป็นประจำ เพื่อสะท้อนถึงความพิเศษของเรือนเวลาบลองแปง ที่เป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ประดับข้อมือ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพอันดีระหว่างทั้งสองฝ่าย เชฟคู่แฝดคนดังแห่งร้าน “Sühring” หนึ่งในสุดยอดร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งในกรุงเทพฯ ที่ครองสองดาวมิชลินจากมิชลินไกด์ถึง 4 ปีซ้อน ได้บรรจงรังสรรค์เมนูอาหารสุดพิเศษ ด้วยแรงบันดาลใจจากหัตถศิลป์อันพิถีพิถันของเรือนเวลาบลองแปง ผสมผสานกับเอกลักษณ์การปรุงอาหารสไตล์โมเดิร์นเยอรมัน ที่คลุกเคล้าเข้ากับการปรุงอาหารแบบยุโรปตอนกลาง ถ่ายทอดเป็นเทสติ้งเมนู 6 คอร์ส ที่เต็มอิ่มไปด้วยรสชาติเหนือระดับ มุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบชั้นยอด และเทคนิคการปรุงอาหารชั้นครู ทุกเมนูสะท้อนแนวคิด “Innovation is our tradition” ซึ่งทั้งเชฟและนาฬิกาบลองแปง ต่างยึดเป็นรากฐานมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ เมนูภูมิใจเสนอคือ AKI “Ossetra Imperial” Caviar เจ้าแห่งปูอย่าง “king crab” ถูกนำมาเสิร์ฟกับไข่ปลาคาเวียร์ เพิ่มรสชาติด้วยสาหร่ายทะเลและควินัว ไม่น่าพลาดรวมถึง “Atlantic Turbot &Blue Lobster” เนื้อกุ้งมังกรสีฟ้าลวกกำลังพอเหมาะ เสิร์ฟพร้อมปลาเทอร์บอตจากมหาสมุทรแอตแลนติก เข้าได้ดีกับหอยตลับรมควันและซอสไวน์ขาวที่มีความหอมของเนยและน้ำมันใบกระวาน ส่วนเมนูของหวานก็ต้อง “ไอศกรีมเฮเซลนัทเสิร์ฟคู่เฮเซลนัทพราลีน” มีส่วนผสมของดาร์กช็อกโกแลตถึง 70% เพิ่มเท็กซ์เจอร์และความสดชื่นด้วยเนื้อแอปริคอตและซอสเบอร์บอนวานิลลา กว่า 30 ปีที่ “Blancpain” มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเหล่าสุดยอดเชฟมือรางวัล ด้วยความเชื่อมั่นว่าศาสตร์การรังสรรค์เรือนเวลาขั้นสูงและศิลปะแห่งการสร้างสรรค์อาหารขั้นสูงต่างต้องใช้ทักษะที่แม่นยำ, ความรัก และความหลงใหลในสิ่งที่ทำ รวมถึงชั้นเชิงการผสมผสานจารีตดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมท้าทายแปลกใหม่ โดยตั้งแต่ปี 1986 ถึงปัจจุบัน เหล่าเชฟมือทองของบลองแปงเป็นผู้ถือครองดาวมิชลินรวมกว่า 100 ดวง ทั้งนี้ คอร์สเมนูพิเศษ “Blancpain x Sühring” จะมีบริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ในราคา 7,500 บาท++ ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 มี.ค.2565 ทางร้านตั้งใจสร้างสรรค์คอร์สเมนูสุดพิเศษเพื่อร่วมฉลองเดือนแห่งความรัก พร้อมมอบของขวัญแทนคำขอบคุณจากบลองแปงคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.restaurantsuhringmenu.com/blancpain/