ผบ.ตร.บินด่วนร่วมประชุมไล่ล่า 2 มือปืน ฆ่ามาเฟียต่างชาติ “จิมมี่ ซิงห์ ซานดู” พบถือหนังสือเดินทางอินเดียและแคนาดาเดินทางเข้าออกไปรวม 11 ครั้ง โดย ผบ.ตร.ระบุทางการแคนาดายืนยันหนังสือเดินทางของผู้ตายเป็นของจริงและข้อมูลเป็นเท็จ ยอมรับไม่รู้ว่าผู้ตายเคยก่อเหตุอะไร เพราะประเทศต้นสังกัดไม่ได้แจ้งมา ส่วนการแกะรอยล่า 2 มือปืน พบมีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ 1 สัปดาห์ก่อนลงมือสังหาร เชื่อยังกบดานอยู่ในภูเก็ต รองโฆษก ตร. เผยตำรวจยังไม่ตัดประเด็นสังหารใดๆทิ้ง พร้อมระบุ ผบ.ตร. สั่งให้เร่งจับกุมคนร้ายกำชับให้ใช้ความระมัดระวัง เพราะคนร้ายมีอาวุธผบ.ตร.บินด่วนร่วมประชุมทีมนักสืบพระกาฬแกะรอยล่า 2 มือปืนต่างชาติบุกยิงเด็ดชีพนายจิมมี่ ซิงห์ ซานดู อายุ 32 ปี ร่างพรุนดับดิ้นคาที่บริเวณลานจอดหน้าวิลลาเอ เดอะบีชฟรอนต์ โฮเทล ภูเก็ต หมู่ 5 ถนนวิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เป็นวิลลาหรูติดหาดราไวย์ แล้ววิ่งหลบหนีไปตามแนวชายหาด เหตุเกิดสี่ทุ่มครึ่งวันที่ 4 ก.พ. สอบสวนพบว่าผู้ตายถือหนังสือเดินทางประเทศแคนาดาในชื่อนายซิงห์ แมนดีฟ ชาวแคนาดา เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนบุคคลเข้าภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ตรวจสอบประวัติผู้ตายเป็นสมาชิกแก๊งยูเอ็น มีประวัติก่อคดีโชกโชนพัวพันคดีฆ่าโหดหัวหน้าแก๊งแมงป่องแดง และสมาชิกแก๊งคู่อริ และยังถูกจับในข้อหาตั้งโรงงานผลิตยาเคตามีนในประเทศอินเดีย คาดว่าชนวนสังหารเป็นการสั่งตายข้ามประเทศ จากความขัดแย้งระหว่างแก๊งมาเฟียต่างชาติดังกล่าวความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พร้อมชุดสืบสวนสอบสวนคดีสังหารโหดนายจิมมี่ ซิงห์ ซานดู ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าและวางแผนไล่ล่าจับกุมมือสังหารต่างชาติ รวมทั้งขยายผลหาผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงชุดสืบสวนรายงานผลชันสูตรศพพบหัวกระสุน 6 หัว ตรวจค้นห้องพักผู้ตายพบโทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด หนังสือเดินทาง 2 เล่ม เงิน 7 แสนบาท และกัญชา 2 ถุง ส่วนชนวนเหตุพบความขัดแย้งทางธุรกิจผิดกฎหมาย ผู้เสียชีวิตมีประวัติถูกเนรเทศจากประเทศแคนาดา เนื่องจากต้องโทษอาญา ตรวจสอบข้อมูลโซเชียลพบว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติพัวพันกับแก๊งมาเฟียผิดกฎหมาย เกี่ยวกับมือปืนรับจ้าง และขบวนการยาเสพติด ส่วนมือปืนมี 2 คนยังไม่ทราบสัญชาติแน่ชัด แต่งกายปกปิดใบหน้า ใช้ปืน 9 มม. และ.380 เส้นทางหลบหนีเลียบชายหาด ผบ.ตร.สั่งให้ บช.สตม.สำรวจรายชื่อเป้าหมายสัญชาติแคนาดา รัสเซีย และอินเดีย เดินทางเข้าและออกนอกประเทศในช่วงนี้อย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสคนร้าย และป้องกันคนร้ายหนีออกประเทศนอกจากนี้ ยังมีรายงานผลการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยของผู้ตายรวม 11 ครั้ง ก่อนหน้านี้ใช้หนังสือเดินทางสาธารณรัฐอินเดีย เลขที่ N9497000 ชื่อนายจิมมี่ ซิงห์ ซานดู เดินทางเข้าออกประเทศไทยช่วงปี 2559-2561 ครั้งแรกเดินทางเข้าวันที่ 15 ส.ค.2559 ขาออก 21 ส.ค.2559 กระทั่งครั้งล่าสุดก่อนเสียชีวิตใช้หนังสือเดินทางประเทศแคนาดา เลขที่ AN705178 ชื่อนายซิงห์ แมนดีฟ เดินทางคนเดียวโดยเครื่องบินส่วนตัว จากต้นทางประเทศมาเลเซีย เข้ามาเมื่อวันที่ 27 ม.ค. การที่ผู้ตายใช้หนังสือเดินทางสองสัญชาติ ทำให้เชื่อว่ามีการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง เนื่องจากเป็นบุคคลที่ถูกทางการแคนาดาเนรเทศ โดยในช่วงที่ใช้หนังสือเดินทางประเทศอินเดีย ทางการไทยยังไม่มีการเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ และยังไม่มีการประสานเป็นบัญชีเฝ้าระวัง หลังการประชุม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และคณะร่วมหารือประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สถานทูตแคนาดา ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูล สื่อในแคนาดาระบุว่าผู้ตายเป็นบุคคลถูกหน่วยยาเสพติด ตรวจยึดโรงงาน 14 แห่งประเทศอินเดีย ยึดเคตามีน 308 กก. และสารตั้งต้น 2,000 กก. กัญชาโคเคน มูลค่ารวม 350,000,000 รูปี โดยมีชาวต่างชาติอื่นร่วมด้วย หน่วยยาเสพติดสากลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของโรงงานผลิตเคตามีนในรัฐกัว โดยเคตามีนลักลอบส่งเข้าไปในแคนาดาและรวมทั้งกรุงเทพฯ ผู้ตายเคยก่อคดีร่วมกันฆ่าหัวหน้าแก๊งปี 2554 และปี 2555 ยังร่วมปล้นเครื่องประดับในดูไบ จนมาปี 2557 ฆ่าหัวหน้าแก๊งแมงป่องแดง ในพื้นที่นอกสนามบินแวนคูเวอร์ ก่อนได้รับการประกันตัวและหลบหนี ผู้ตายเป็นอดีตมาเฟียที่ถูกเนรเทศด้วยคดีอาชญากรรมร้ายแรงมา 5 ปี ก่อนถูกสังหารโหด ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวจากนั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงว่า ผู้ตายใช้หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) หลายเล่ม เป็นไปได้ว่าผู้ตายถือหลายสัญชาติไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร แต่การเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ตม. ท่าอากาศยานภูเก็ตสแกนเก็บภาพใบหน้าและเก็บประวัติตามปกติ ถ้าก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยเข้ามายังประเทศไทยกี่ครั้ง ข้อมูลต้องมีการบันทึก ภาพหน้าพาสปอร์ตหรือภาพถ่ายผู้ตายจะต้องขึ้นโชว์ ยิ่งถ้า เป็นคนละชื่อกันหน้าพาสปอร์ตจะขึ้นโชว์ทั้ง 2 เล่ม การเก็บข้อมูลชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเมืองไทยด้วยไบโอเมตริกซ์ จะทราบเมื่อคนคนนั้นเดินทางกลับ เข้ามาครั้งที่ 2 แต่ไม่ได้ใช้ชื่อหนังสือเดินทางเหมือนครั้งแรก ประวัติจะแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีผู้ตายใช้หนังสือ เดินทางตามที่พบในห้องพักนั้น จากการสอบถามไปยังประเทศแคนาดา หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวเป็นหนังสือที่ออกจากทางการของประเทศแคนาดาจริง แต่นำมาเปลี่ยนข้อมูลเท็จในพาสปอร์ต ทำให้เรา ไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงไม่จริง แม้แต่ทั่วโลกก็ไม่รู้เพราะ เป็นหนังสือเดินทางที่ออกจากทางการของประเทศนั้นๆ ทั้งนี้ เราไม่รู้เลยว่าผู้เสียชีวิตเคยไปก่อเหตุอะไรมาหรือเคยไปทำอะไรมา ตราบใดที่ประเทศนั้นไม่ได้แจ้ง เรามา ไม่เคยมีการส่งหมายจับมาให้เรา เราจึงไม่รู้ว่า ผู้เสียชีวิตไปทำอะไรมาต่อมาเวลา 17.20 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ภาค 8 และทีมหนุมานกองปราบปราม ร่วมตรวจจุดเกิดเหตุลานจอดรถหน้าวิลล่าเอ ที่คนร้ายลั่นไกฆ่านายจิมมี่ ผู้ตาย และห้องพักของผู้ตาย รวมทั้งเดินตรวจเส้นทางหลบหนีเลียบแนวชายหาด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงเรื่องที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าคดีฆ่าหนุ่มแคนาดาว่า ผบ.ตร.กำชับให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ และติดตามจับกุม ผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งให้ใช้ความระมัดระวังยึดตามหลักยุทธวิธีในการเข้าจับกุมผู้ต้องหา เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุอุกฉกรรจ์และอาจมีอาวุธปืนในครอบครอง ให้มุ่งเน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นหลักส่วนความคืบหน้าทางคดี รองโฆษก ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ยังไม่ตัดประเด็นมูลเหตุจูงใจใดๆทิ้ง ทั้งนี้ ยังคงอยู่ระหว่างการประสานงาน กับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศแคนาดาอย่างใกล้ชิด เพื่อ ให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน และรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อพิสูจน์ทราบผู้ก่อเหตุ รวมถึงเส้นทางที่ใช้หลบหนี เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้เร่งรัดติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และเนื่องจากมีการนำเสนอข่าวนี้อย่างแพร่ หลายในสื่อสังคมออนไลน์ อาจทำให้สังคมเกิดความสับสวนและเสียรูปคดี ขอความร่วมมือติดตามข่าวสารจากทางราชการเท่านั้นรายงานแจ้งว่าชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของ 2 มือปืนในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ก่อน ลงมือสังหารผู้ตายราว 1 สัปดาห์ และมักไปออกกำลังกาย ที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ทำตัวเหมือนชาวต่างชาติทั่วๆไป มีความเป็นไปได้ว่ามือปืนอาจอาศัยอยู่ในประเทศไทย จนผู้ตายเดินทางมายัง จ.ภูเก็ต สบโอกาสลงมือ และยังเชื่อว่าขณะนี้ยังกบดานอยู่ในพื้นที่ภูเก็ต