สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 ก.พ. โดยอ้างแหล่งข่าว 5 แหล่ง จากกรณีที่ทั่วโลกจับตาการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตรหรือโอเปกพลัส ที่คาดว่าเป็นการพิจารณาปริมาณการผลิตของเดือน มี.ค. โดยระบุว่าโอเปกพลัสมีแนวโน้มยึดตามนโยบายการผลิตน้ำมัน 400,000 บาร์เรลต่อวันเช่นเดิม แม้จะถูกหลายชาติอย่างสหรัฐฯ และอินเดียกดดันให้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อหวังชะลอการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันก็ตามกลุ่มโอเปกพลัสประกอบด้วยองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออกและชาติพันธมิตรผู้ส่งออกน้ำมันอื่นๆ ที่นำโดยรัสเซีย สามารถผลิตน้ำมันได้กว่า 40% ของอุปทานทั่วโลก ที่ผ่านมาปฏิเสธที่จะเพิ่มการผลิตขึ้นอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตของโอเปกพลัสจึงหมายความว่าอุปทานทั่วโลกจะตึงตัว เกิดความขาดแคลน และราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจะยังเพิ่มสูงต่อไป นอกจากนี้ ปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองโดยเฉพาะกรณีรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และยูเครน ยังผลักดันให้ราคาน้ำมันในปีนี้สูงขึ้นราว 15% และพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี ในสัปดาห์ก่อนขณะที่การประชุมของคณะกรรมการด้านเทคนิคของโอเปกพลัส เมื่อ 1 ก.พ.ยังไม่มีการหารือถึงการปรับการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยได้คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2565 ว่าจะอยู่ที่ 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิดในช่วงครึ่งหลังของปี.