“ธรรมนัส” ป่วนหนักหลังถูกกดดัน ท้าทายขับออกจาก พปชร. พร้อมขน 22 ส.ส.ไปตั้งพรรคใหม่ “บิ๊กป้อม” เรียกประชุม กก.บห.-ส.ส.ด่วน มีมติขับออก 21 ส.ส. พ้นพรรค “สุชาติ” ลั่นปมทำโพลจบแล้ว ไม่ต้องเคลียร์อะไร “ชัยวุฒิ” รับทำโพลบ่อย “บิ๊กป้อม” รับรู้ตลอดไม่ว่าอะไร พรรคฝ่ายค้านสรุปยื่นญัตติ อภิปราย ไม่ลงมติ 21 ม.ค. หวังได้ซักฟอกกลาง ก.พ. เน้นๆ วิกฤติปากท้องประชาชน สินค้าแพงทั้งแผ่นดิน เปิดตัวน้องใหม่ “พรรคสร้างอนาคตไทย” “อุตตม” ชูจุดยืนไม่สุดโต่ง-ไม่โกง-ไม่ปล้น ดัน “สมคิด” แคนดิเดตนายกฯ ไม่มีชื่อ “บิ๊กตู่” อยู่ในลิสต์ ป.ป.ช.ฟัน “อธิบดีเอี้ยง” ขน ขรก.ร่วมม็อบ นปช. สภาฯ ล่มรับปีใหม่หลังความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ชุมพร และเขต 6 สงขลา เริ่มมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มแกนนำภายในพรรคพลังประชารัฐ เดินเกมบีบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ให้แสดงความรับผิดชอบที่นำทีมพ่ายแพ้ทั้ง 2 เขต มีการปล่อยข้อมูลให้ทำโพลสำรวจสาเหตุที่ทำให้พรรคตกต่ำ “สุชาติ” ลั่นปมทำโพลจบแล้วเมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีเสนอให้ทำโพลสอบถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคตกต่ำ โดยมีการอ้างถึงชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. จะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นอีกหรือไม่ว่า “ไม่มีอะไร จบแล้ว พูดความจริงตามที่ได้ชี้แจงทางเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแล้ว” เมื่อถามว่าถูกมองว่าอาจตั้งใจปล่อยเพื่อถามกระแสสังคม นายสุชาติตอบว่า “เป็นการแสดงความเห็น แต่มีการแคปข้อความเอาไปเผยแพร่ แต่ไม่มีอะไร จบแล้ว” เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค ได้สอบถามเรื่องนี้หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ความจริงใจของตนได้ตอบไปแล้ว เมื่อถามอีกว่าต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายสุชาติตอบตัดบทว่า “ไม่คุย ไม่มีอะไร”“ชัยวุฒิ” รับทำบ่อยเพื่อปรับตัวนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการพูดคุยระหว่างผู้บริหารและสมาชิกพรรคที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หากไม่ปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงตาม จะกระทบต่อความนิยมพรรคได้ การทำโพลถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ผ่านมาทำโพลมาโดยตลอด แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในพรรคไม่เรียกว่าเป็นปัญหา พรรคการเมืองอาจมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่เชื่อว่าพูดคุยกันได้ อย่าถือว่าเป็นเรื่องความขัดแย้ง หรือปรับเปลี่ยนการทำงานบ้างตามข้อเรียกร้องของประชาชน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. รับทราบทุกเรื่องอยู่แล้ว และไม่ได้ว่าอะไรพร้อมจับมือพรรคสร้างอนาคตไทยเมื่อถามว่านายอุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นคู่แข่ง พปชร. นายชัยวุฒิตอบว่า ทุกพรรคเวลาลงเลือกตั้งถือว่าเป็นคู่แข่งกันหมด เลือกตั้งเสร็จก็ทำงานร่วมกัน เมื่อถามถึงโอกาสทำงานร่วมกันในฐานะรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายชัยวุฒิตอบว่า มีเหตุผลอะไรที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ เพราะมาจากที่เดียวกัน ทั้งนายอุตตม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. เคยอยู่กับเรามาก่อน เชื่อว่าทำงานร่วมได้กับทุกพรรคถ้านโยบายตรงกัน และเป็นประโยชน์กับประชาชน“นิโรธ” พลิ้วแค่แซวเล่นในกลุ่มที่รัฐสภา นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีไลน์หลุดในกลุ่มทีมโฆษก วิปรัฐบาล ว่า ไม่มีอะไร อย่าไปซีเรียส ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ การทำงานร่วมกันอาจเป็นคนละสไตล์บ้าง แต่ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องเล็กๆ แค่คุยแซวเล่นกัน เมื่อถามว่ากลุ่มไลน์ดังกล่าวไม่มี ร.อ.ธรรมนัสอยู่ด้วย นายนิโรธตอบว่า เป็นการแซวเล่นของคนในกลุ่มไลน์ ว่าน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมาดูเหมือนนายสุชาติและ ร.อ.ธรรมนัสมีปัญหากันมาตลอด นายนิโรธตอบว่า ไม่มี นายสุชาติและ ร.อ.ธรรมนัสมีหัวใจเป็นนักกีฬา คือเป็นนักเลงไม่ใช่อันธพาล เป็นคนเข้าใจง่าย พูดไม่กี่คำก็เข้าใจกันแล้ว ทั้งคู่ตรงไปตรงมา ทุกคนยังรักกัน ช่วยกันทำงาน ที่ดูเหมือนนายสุชาติกับ ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้คุยกันเท่าไร เพราะไม่ได้เจอกัน ที่มองว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นจากการพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมนั้น เมื่อการแข่งขันจบแล้วก็จบ หัวหน้าพรรคมีสปิริต มีวุฒิภาวะสูงมาก “ธรรมนัส” ขยับหลังถูกกดดันหนักผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังความพ่ายแพ้ การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ทั้งที่ จ.ชุมพร และจ.สงขลา โดยเฉพาะกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค กล่าวปราศรัยเรื่อง “คนมีตังค์” จนถูกมองว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้แพ้การเลือกตั้ง และมีแชตไลน์หลุด ของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหาร พรรค เสนอให้ทำโพลสำรวจสาเหตุที่พรรคตกต่ำเพราะ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่นั้น มีการตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงเช้า วันที่ 19 ม.ค. ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้เดินทางไปร่วม ประชุม ส.ส.ที่รัฐสภาเหมือนที่ผ่านมา และตลอดทั้งวัน ไม่ได้เดินทางเข้ารัฐสภาเลย จนเวลา 15.37 น. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส ส่งข้อความเข้ามาในไลน์กลุ่มห้องประสานงานพรรค พปชร. ว่า “เรียนเชิญ ส.ส.พรรค พปชร.ทุกท่านมา ประชุมที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ วันนี้เวลา 17.00 น.”แจ้งประสงค์ขอตีตัวจาก พปชร.จากนั้นเวลา 16.04 น. นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ได้ส่งข้อความแจ้งว่า “เรียนท่าน ส.ส. พรรค พปชร.ทุกท่าน ขอให้ทุกท่านอยู่ร่วมประชุม จนปิดการประชุม แล้วจะแจ้งว่าจะมีการประชุมพรรค หรือไม่อีกที” พร้อมกันนี้ยังส่งข้อความย้ำอีกว่า “ส.ส. ท่านใดที่เดินทางออกจากสภา ขอให้กลับเข้าสภา เดี๋ยวจะมีการลงมติ” กระทั่งเวลา 17.03 น. นายไผ่ ลิกค์ รองเลขาธิการพรรค คนสนิท ร.อ.ธรรมนัส ได้ส่ง ข้อความถึงสมาชิกว่า “ขอบคุณทุกคนนะครับ” ก่อนจะดีดตัวเองออกจากกลุ่มไลน์ดังกล่าว รวมถึงนาย พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร ด้วย ขณะที่นายไผ่โพสต์ เฟซบุ๊กระบุว่า “ผมทำทุกอย่างเพื่อประชาชน” มีรายงาน ว่า หลังปิดประชุมสภาในช่วงเวลา 17.42 น. บรรดา ส.ส.พปชร.ต่างรีบเดินทางออกจากรัฐสภาไปยังมูลนิธิ ป่ารอยต่อฯ หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค เรียกประชุมด่วน เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส และ ส.ส.ในกลุ่มประมาณ 22 คน แสดงความประสงค์จะออกจากพรรค โดยต้องการให้ประชุม ส.ส. เพื่อลงมติ ขับออก จะได้ไปหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วันต่อรองปรับ ครม.แลกองค์ประชุมสำหรับ ส.ส.ที่อยู่ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสรวม 22 คน อาทิ 1.นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น 3.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 4.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก 5.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร 6.นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร 7.นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช 8.นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง 9.นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา 10.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ 11.นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น 12.นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา 13.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 14.นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร 15.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส 16.น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมที่มูลนิธิบ้านป่ารอยต่อฯ ร.อ.ธรรมนัสได้แจ้งต่อ พล.อ.ประวิตรว่า มี ส.ส.ที่พร้อมจะออกไปด้วยกัน 22 คน ดังนั้น ถ้าจะไม่ให้กลุ่มนี้ออกต้องมีการปรับ ครม. และต้องมี 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่มีการปรับ ครม.ทันที ส.ส.ทั้ง 22 คน ก็จะไม่เป็นองค์ประชุมในสภาฯให้แก่รัฐบาล อย่างไรก็ตาม จะมีการแถลงข่าวในเวลา 12.00 น.ในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อแสดงความชัดเจนต่อไป ส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีการต่อรองคือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมติขับ “ธรรมนัส”-21 ส.ส.พ้นพรรคกระทั่งเวลา 20.30 น. หลังการประชุมเครียดนานกว่า 3 ชั่วโมง ร.อ.ธรรมนัสมีสีหน้าตึงเครียดมาก จากนั้นมีการเรียกประชุมเฉพาะกรรมการบริหารพรรคต่อทันที เพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ก่อนจะแจ้งให้กับ ส.ส.ที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ทราบว่าที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. 78 เสียง มีมติขับร.อ.ธรรมนัสและพวกรวมทั้งหมด 21 คน พ้นพรรคพปชร. ในข้อหาสร้างความขัดแย้งภายในพรรค โดยต้องหาพรรคใหม่ภายใน 30 วัน ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ไม่ได้ร่วมลงชื่อออกจากพรรคด้วย และนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ได้ขอถอนตัวจากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่ามีแนวโน้มว่า ร.อ.ธรรมนัสจะย้ายไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่มีพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา “บิ๊กน้อย” ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. เป็นหัวหน้าพรรค โดยวันที่ 20 ม.ค. เวลา 10.30 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค จะเปิดแถลงข่าวที่รัฐสภาเปิด 22 รายชื่อ ส.ส.ที่ถูกอัปเปหิสำหรับรายชื่อ ส.ส. 22 คน ที่ถูกขับออก ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน นางจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา และนายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี “ชลน่าน” ลุยทันทีหลังรับตำแหน่งช่วงเช้าที่รัฐสภา มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน มีตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย พลังปวงชนชาวไทย เพื่อชาติ และประชาชาติ ร่วมพิธี ก่อนเริ่มพิธีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบต้นลิ้นมังกรให้เพื่อความเป็นสิริมงคล นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์ว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงยิ่งภารกิจผู้นำฝ่ายค้านมีหน้าที่สำคัญสุด คือตรวจ สอบถ่วงดุล และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่เป็นปัญหากับประชาชนคือ ความทุกข์ยากข้าวของแพง สภาฯต้องแสวงหาข้อเท็จจริง เสนอแนะปัญหาให้รัฐบาลนำไปแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของแพงทั้งแผ่นดินจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 และหากรัฐบาลชุดนี้ยังทำหน้าที่อยู่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนุญมาตรา 151 เกิดขึ้นแน่นอนขู่รัฐบาลรักษาองค์ประชุมดีๆนพ.ชลน่านยังกล่าวถึงความกังวลเรื่ององค์ประชุมสภาฯอาจล่มอีกว่า ฝ่ายค้านคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ฝ่ายค้านยึดหลักการว่าจะตรวจสอบเสียงข้างมากอย่างเข้มข้นเราไม่ได้ตีรวน แต่เวลาพิจารณากฎหมายสำคัญเสียงข้างมากต้องมีความพร้อมครบองค์ประชุมตลอดเวลา ยกเว้นบางเรื่องที่ฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นประโยชน์จริงๆ ส่วนปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ภาพการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมของพรรคร่วมรัฐบาล บ่งชี้ว่ามีความขัดแย้งกัน เชื่อว่ามีผลโดยตรงต่อการทำหน้าที่ในสภาฯ ระบบรัฐสภาเป็นระบบเสียงข้างมาก ฝ่ายค้านไม่มีโอกาสชนะ หากพรรครัฐบาลคิดว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ คิดจะคืนอำนาจให้ประชาชนแบบนี้ไม่เสียหายจ่อยื่นญัตติซักฟอกไม่ลงมติต่อมาเวลา 13.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะต่อรัฐบาล ในประเด็นภาวะเศรษฐกิจปากท้องประชาชน สินค้าอุปโภคบริโภคแพงทั้งแผ่นดิน ภาวะวิกฤติโรคระบาดทั้งคนและสัตว์ ภาวะวิกฤติการเมือง การปฏิรูปการเมือง การกระจายอำนาจไม่เป็นธรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ประเด็นเหมืองทองอัครา ฝ่ายค้านลงชื่อครบ 1 ใน 10 แล้ว เตรียมยื่นต่อประธานสภาฯ ต้องการให้มีการอภิปรายช่วงหลังตรุษจีน และเทศกาลวาเลนไทน์ไปแล้ว คือกลางเดือน ก.พ.ไปนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะตั้งคำถามและเสนอแนะไปยังรัฐบาลให้เปลี่ยนการทำงานจากเชิงรับเป็นเชิงรุก ที่ผ่านมาทำงานไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะทำงานเช้าชามเย็นชาม ได้ฤกษ์เปิด “สร้างอนาคตไทย”วันเดียวกันเวลา 13.00 น. ที่ห้องเวิลด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรค พปชร. แถลงเปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย มีนักการเมือง นักวิชาการ นักธุรกิจ เข้าร่วม อาทิ นายสุพล ฟองงาม นายสันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ อดีต ผอ.สทบ.ที่เป็นเลขานุการส่วนตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร หรือนายสะอาด นักร้องชื่อดัง ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า รวมถึงนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย มีการเปิดวีดิทัศน์ฉายสภาพปัญหาประเทศไทยไล่ตั้งแต่โควิด-19 น้ำมันแพง ความขัดแย้งทางการเมืองบนท้องถนน สภาล่มซ้ำซาก ปิดท้ายโดยชี้ให้เห็นถึงความสิ้นหวังสูญเสียโอกาสของคนไทยลั่นไม่สุดโต่ง–ไม่โกง–ไม่ปล้นจากนั้นนายอุตตมขึ้นเวทีกล่าวว่า วันนี้มาประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันแก้ปัญหาและสร้างอนาคตไทย เราไม่ได้เป็นแค่พรรคการเมือง แต่เป็นพื้นที่เปิดรวบรวมกลุ่มคนหลากหลายสาขาอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา หลังออกจากรัฐบาล ตนและนายสนธิรัตน์มีโอกาสพบเจอผู้คนมากมาย ได้รับฟังเสียงสะท้อนความต้องการที่อยากเห็นสมการการเมืองที่เปลี่ยนแปลง ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง จากที่ได้หารือกับบุคลากรทั้งในส่วนภาครัฐ อดีตรัฐมนตรี รวมถึงผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆจากภาคเอกชน เชื่อมั่นจะสามารถผนึกกำลังคนไทยร่วมกันแก้ปัญหา เราไม่ซ้ายสุดขั้ว ไม่ขวาสุดโต่ง ไม่โกง ไม่ปล้นชาติอาสาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนไทยชู “สมคิด” ขึ้นแคนดิเดตนายกฯผู้สื่อข่าวถามว่ามีความแตกต่างกับพรรคพลังประชารัฐอย่างไร นายอุตตมตอบว่าแตกต่างกันวันนี้ประเทศต้องการรวมพลังคนทำงาน มีจุดยืนเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ ฟื้นเศรษฐกิจ ไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง เมื่อถามถึงทิศทางที่จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกครั้งหลังเลือกตั้ง นายอุตตมตอบว่า วันนี้เราตั้งพรรคทำให้ประชาชน ไม่ได้ทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง พวกตนเดินออกมาแล้วจะไม่หันหลังกลับ วันนี้เรายังไม่เสนอแคนดิเดตนายกฯว่าเป็นใคร แต่ต้องสมานความร้าวฉานได้ มีความสามารถด้านเศรษฐกิจ เป็นที่ยอมรับจากต่างประเทศ เมื่อถามย้ำว่าไม่ใช่พรรคอะไหล่หรือพรรคนอมินีของ พล.อ.ประยุทธ์ นายอุตตมตอบว่า ขอพูดชัดๆ สั้นๆ ไม่เกี่ยวข้องกัน เมื่อถามว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯพรรคหรือไม่ นายอุตตมตอบว่า เชื่อว่าท่านเหมาะสม แต่ต้องมารวมพลังช่วยกันพิจารณา ต้องดูว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค ใครที่เหมาะสม โดยหัวหน้าพรรคจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ เมื่อถามว่าทำไมไม่ชูนายสมคิดเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อเข้าไปฟื้นฟูเศรษฐกิจ นายอุตตมตอบว่าคิดว่านายสมคิดเหมาะสม และที่ผ่านมาไม่เคยทอดทิ้งพวกเรา ไม่มีชื่อ “บิ๊กตู่” ในลิสต์นายกฯนายสนธิรัตน์กล่าวเสริมว่า ทั้งหมดที่เห็นเป็นเพียงกลุ่มคนชุดแรกที่ร่วมก่อตั้งพรรค ยังมีคนอีกมากที่อยู่ข้างหลัง พรรคนี้เกิดมาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่พรรคเพื่อการเลือกตั้ง ไม่ใช่พรรคของคนใดคนหนึ่ง อยู่บนจุดเปลี่ยนผ่านของปัญหา สร้างนักการเมืองที่พร้อมบริหารประเทศ ไม่ใช่แค่มีตำแหน่ง จะสร้าง ส.ส.ที่มีอุดมการณ์ทำงานเพื่อบ้านเมือง วันนี้ความขัดแย้งร้าวลึกเป็น 2 ปีก สิ่งที่พรรคจะไม่ทำคือซ้ำเติมความแตกแยกให้รุนแรง ร้าวลึก จะนำพาประเทศไปข้างหน้า พล.อ.ประยุทธ์เคยเป็นผู้บังคับ บัญชาเรา แต่ท่านไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างพรรคนี้ ชัดเจนเราไม่ได้ทำพรรคเพื่อสืบทอดอำนาจให้คนกลุ่มใด ฉะนั้นไม่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีรายชื่อพรรค เพราะต้องเสนอคนในพรรคของเรา ยืนยันไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ไม่ได้ตั้งมารองรับผู้ใดผู้หนึ่ง ไม่ใช่เป็นพรรคอะไหล่ให้ใคร แต่ตรงกันข้าม เราเป็นพรรคที่จะเลือกทำงานกับใครต้องมีอุดมการณ์สอดรับกันป.ป.ช.ตั้ง CDC เฝ้าระวังทุจริตที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการแถลงข่าว “CDC ป้องปรามทุจริต มิติใหม่” นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า ศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ (CDC) เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 CDC จะเป็นศูนย์รวมเครือข่ายการแจ้งเบาะแสการทุจริตทั้งหมด เฝ้ามอนิเตอร์ข้อมูลข่าวสาร ก่อนสั่งการ ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ทั่วประเทศ ส่วนการป้องปราม เมื่อมีเหตุควรสงสัยว่าอาจมีการกระทำผิดเกิดขึ้น แต่ไม่สำเร็จผล เช่น มีการร้องเรียนโครงการก่อสร้างไม่ถูกต้องเข้ามา ป.ป.ช. จะลงพื้นที่ตรวจสอบให้ข้อแนะนำ หน่วยงานราชการขอให้ปรับปรุงแก้ไข หากแก้ไขตาม ข้อแนะนำก็จะไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหา เพราะปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง เป็นมิติใหม่ของ ป.ป.ช.ในนโยบายการป้องปรามฟัน “อธิบดีเอี้ยง” ร่วมม็อบ นปช.ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการประชุม ป.ป.ช.เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และวินัยกับนายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เมื่อครั้งเป็นอธิบดีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับพวก ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่งสำนวน ไปยังอัยการสูงสุด พิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีถูกกล่าวหาว่า อนุมัติค่าใช้จ่ายโครงการฝึกอบรมจริยธรรม เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จำนวน 2,500 คน เมื่อวันที่ 7-16 มิ.ย.2555 ที่วัดธรรมกาย จ.ปทุมธานี และไปศึกษาดูงาน ที่สวนสัตว์ดุสิต ในช่วงเวลาเดียวกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และพบว่ามีการ นำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช.สภาฯล่มซ้ำซากรับปีใหม่ 65เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานที่ประชุม ถือเป็นการประชุม สภาฯนัดแรกหลังหยุดประชุมไปสองสัปดาห์ช่วงปีใหม่ แม้จะมี ส.ส.รัฐบาลหลายคนเป็นกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ต้องกักตัว แต่ ส.ส.เซ็นชื่อเข้าร่วมประชุม 317 คน จากจำนวน 473 คน ถือว่าครบองค์ประชุม โดยมี ส.ส.ฝ่ายค้านให้ความร่วมมืออยู่เป็นองค์ประชุม ทำให้การประชุมช่วงเช้าจนถึงบ่ายเป็นไปด้วยความราบรื่น จนเวลา 16.00 น. เริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เริ่มมีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม บางตา ทำให้นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เสนอนับองค์ประชุม ทำให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม กดออด เรียกให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตน ผลปรากฏว่ามีผู้แสดงตนเพียง 227 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 237 คน ทำให้สภาฯล่ม ต้องปิดประชุมทันที