“โรคอุบัติเก่า” ในสนามการเมืองว่าด้วยเลือกตั้งซ่อม ในช่วงหาเสียง ทั้งที่ จ.ชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 จนถึงสนามเมืองกรุง เลือกตั้งซ่อมเขต 9 หลักสี่-จตุจักร ผู้สมัครแต่ละค่ายใส่กันยับ เห็นชัดกับกลเกมวิธีการนอกระบบคัมแบ็ก ชนิดย้อนยุคไปไม่รู้สมัยไหนเอาแค่ที่โวยกันออกมา ทั้งทางลับ เก็บบัตรประชาชน เช็กชื่อสาดกระสุน บล็อกหัวคะแนน ต่างฝ่ายต่างแฉประเด็นหว่านโปรยเงินกันสะพัด ชนิดย้อนสู่ยุค “ธนบัตรธิปไตย”ภาพรวมการเมืองเลยเหมือนติดเชื้อโรคร้าย ไม่แพ้ไวรัสโควิด–19 ตัวกลายพันธุ์ โอมิครอน แพร่ระบาดรวดเร็ว เพียงแต่แหล่งกำเนิดจุดเริ่มต้นแตกต่างเพราะเชื้อโรคการเมืองมาจาก “น้ำเน่า”โดยเฉพาะในโค้งสุดท้าย 2 สนามเลือกตั้งซ่อมปักษ์ใต้ ถึงแม้จะมีหลายพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง แต่ที่สุดโฟกัสดันกลายเป็นมหาสงครามการช่วงชิงระหว่าง 2 พรรคร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เจ้าถิ่น แชมป์เก่า กับค่ายพลังประชารัฐ ผู้ท้าชิงที่ห้าวเหิมทั้งที่ จ.ชุมพร “แม่ทัพตาล” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผอ.เลือกตั้งซ่อมเขตนี้ โวยประชาธิปัตย์โดนอำนาจรัฐกลั่นแกล้ง จากคิวมี เสธ.ต.นำกำลังสีเขียวจากนอกพื้นที่มาป้วนเปี้ยน จนถูกบิ๊ก ทบ.สั่งเบรกไปแล้วล่าสุดเจ้าตัวเปิดเกมแฉ ทั้งสีกากี ทั้งเกมไล่บี้จากหน่วยงานราชการ ขยันขันแข็งผิดปกติ ไล่ตรวจสอบทั้งปมที่ดินชาวบ้าน ปัญหาแรงงานต่างด้าวของสถานประกอบการในพื้นที่ล้วนพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายคนประชาธิปัตย์พร้อมๆกับผู้กองคนดัง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” อดีต รมต. เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โฉบไปปักหลักพร้อมคณะ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐผู้กองอัดของแรงใส่หลายรอบ ชนิดที่แม่ทัพเลือกตั้งซ่อม ปชป.อดแปลกใจไม่ได้ ถึงสัมพันธภาพพรรคร่วมรัฐบาล ไล่บี้ไม่ปรานีปราศรัย เหมือน “ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ”กันแล้ว“แม่ทัพสาทิตย์” เลยเดือดดาล ยกคำคอลัมนิสต์อาวุโสเขียนถึงประชาธิปัตย์ มาตบท้ายเป็นบทสรุปประชาธิปัตย์วันนี้ “อยู่แต่ตัว แต่ใจไปแล้ว”ที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน สนามเลือกตั้งเมืองสงขลา เขต 6 ล่าสุด ทัพพี่ใหญ่ ขนาบด้วย “ผู้กองธรรมนัส” เรียกเสียงฮือฮาล่าสุดขึ้นเวทีปราศรัย ผู้กองใส่ตรงๆ ให้ชาวบ้านเลือกสเปก ต้อง “เป๋าตุง” จนถูกคู่แข่งร้อง กกต. โดนเกมบุกทัพผู้กอง “ทีมซ้อน” จากค่าย “พลังประชารัฐ” ทำคนประชาธิปัตย์ควันออกหู โดยเฉพาะ “อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ต้องโชว์ภาวะผู้นำ จัดคณะใหญ่เปิดปราศรัย นอกจากสวนหมัดผู้กอง ยังฉวยจังหวะพลิกเกม ในห้วงผลงานโควตากระทรวงตกรูดขอแจมแบ่งความดีความชอบ ผลงานโบแดงโครงการ “คนละครึ่ง”ต่างฝ่ายต่างสาดอาวุธใส่ พลังประชารัฐ ก็ออกมาอัดรัฐมนตรีประชาธิปัตย์ไม่เร่งแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพง ต้นทุนเกษตรกรสูงลิ่วไม่คุ้มราคาพืชผลการเกษตรกับภาพรวมศึก 2 พรรค พปชร.–ปชป.ปะทุเดือด หลังเลือกตั้ง คงซ่อมใจกันได้ยากอย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจในคิวชิงชัยเลือกตั้งซ่อม 3 พื้นที่รอบนี้ ยังมีเกมซ่อนพรางในแต่ละค่าย ทั้งพลังประชารัฐ “ผู้กอง” ดึงพี่ใหญ่ลงสนาม กลับมาทวงเก้าอี้แม่ทัพเลือกตั้งซ่อมโค้งสุดท้ายปาดหน้าผลงานข่มแม่ทัพอย่างเป็นทางการ “สันติ พร้อมพัฒน์­–สุชาติ ชมกลิ่น” 2 รมต.สายตรงนายกฯขณะที่ประชาธิปัตย์ มีกลเกมแฝงทั้ง จ.ชุมพร เบื้องหลังผู้สมัครมีเกมสลับดอกไปมาระหว่าง 2 บ้านใหญ่ “จุลใส” และตระกูล “อ่อนละมัย”ต่างก็มีข่าวโยงใยสัมพันธ์กับ พปชร. ปีกบ้านป่ารอยต่อฯเช่นเดียวกับที่สงขลา อดีต ส.ส.เจ้าถิ่น “ถาวร เสนเนียม” แปร่งๆแปลกๆ เพราะผู้สมัคร ปชป.ก็ภรรยาของรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ขณะที่ผู้สมัครพลังประชารัฐ ก็หัวคะแนนเก่าของตัวเองเลือกลอยตัวก็เท่ากับไม่ช่วย ปชป. เปิดทาง พปชร. เก็บแต้มศึกเลือกตั้งซ่อม 3 พื้นที่จึงสะท้อนภาพ นอกจากเป็นเรื่องของป้อมค่ายการเมือง ยังพ่วงเกมลับลวงพรางของบิ๊กเนมทั้งในพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์หลังเลือกตั้งถึงจะเห็นชัด ทิศทางกลุ่มก๊กก๊วนการเมือง.ทีมข่าวการเมือง