ไม่พลิกล็อก พรรคประชาธิปัตย์ มีมติเอกฉันท์เลือก ดร.“เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯลาดกระบัง เป็น ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค ดร.สุชัชวีร์ จะเปิดตัวแถลงข่าวในเย็นวันเดียวกัน โดย คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เป็นที่รู้กันว่า ดร.สุชัชวีร์ โดดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์ นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จึงมุ่งเน้นไปที่ การสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองใหม่ ขจัดปัญหาเดิมๆที่คนกรุงเทพฯประสบพบเจอเกือบทุกวัน โดยเฉพาะ “ผังเมือง กทม.” ที่เป็นปัญหาใหญ่ นำไปสู่ปัญหารถติด น้ำท่วมดร.สุชัชวีร์ ถือเป็น เลือดใหม่ประชาธิปัตย์ ที่เข้ามาทำให้พรรคประชาธิปัตย์ดูมีสีสันขึ้นในขณะที่คนเก่าทยอยลาออก จะทำงานได้ดีตามที่คุยขนาดไหน ต้องรอดูกันต่อไปแต่กว่าคนกรุงเทพฯจะได้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของตัวเอง ก็ถูกยื้อยาวไปถึงกลางปีหน้า 2565 อย่างเร็วที่สุด ก็ยังดีที่ไม่ยื้อไปเลือกตั้งตอนที่รัฐบาลนี้อยู่ครบเทอม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแถลงว่า “ไม่เคยยื้ออะไรทั้งสิ้น จนกว่าจะพร้อม” ก่อนหน้านี้ก็บอกว่า จนกว่าบ้านเมืองจะสงบ นักข่าวก็ถามว่า แล้วบ้านเมืองจะสงบในช่วงเวลาใดหรือ นายกฯตอบว่า “ก็นั่นแหละ ประมาณไม่เกินกลางปีหน้า ไม่เกินนั้นแหละ ผมว่าพร้อม ผมไม่ได้ต้องการจะดึงอะไรทั้งสิ้น อะไรที่ปล่อยได้ ผมก็ปล่อยหมด” ฟังแล้วก็งงๆ นี่เราอยู่ใน ระบอบประชาธิปไตย หรือ ระบอบอะไร เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ต้องรอนายกฯไฟเขียวการเปิดตัวลงชิง ผู้ว่าฯ กทม. ของ ดร.สุชัชวีร์ ส่งผลให้ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.ที่คนกรุงเทพฯเทใจให้อย่างต่อเนื่องใน “โพลนิด้า” จากการสำรวจ 8 ครั้งว่า จะเลือก ดร.ชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม.อันดับ 1 ถึง 1 ใน 3 ของผู้ตอบ แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมไฟเขียวให้เลือกตั้งเสียที ครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์คงทนไม่ไหวแล้ว จึงตัดสินใจเปิดตัว “ดร.สุชัชวีร์” ลงสมัครเป็น ผู้ว่าฯ กทม. ก่อนที่จะเปลี่ยนใจหรือถอดใจไปเสียก่อนการขยับตัวของ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างพร้อมประกาศตัวชัดเจนว่า จะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในนาม “อิสระ” ไม่สังกัดพรรค โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเกิดลงในนามพรรคการเมือง คนอาจจะเบื่อการเมืองก็ได้ ตนคิดว่าการเมืองระดับท้องถิ่น ไม่ใช่เชิงนโยบายระดับแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเชิงปฏิบัติมากกว่า บางทีท้องถิ่นอาจจะไม่ต้องเป็นแบบพรรคก็ได้ ดูตัวอย่างจาก การเลือกตั้ง อบจ. อบต. ผู้สมัครอิสระเข้ามามากดร.ชัชชาติ ชูนโยบายหาเสียงล่วงหน้าว่า “จะทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ใน 4 ด้าน คือ 1.People เรื่องคน จะเน้น ระบบเส้นเลือดฝอย และ คุณภาพชีวิต เช่น การระบายน้ำ เรามีอุโมงค์ยักษ์ราคาหลายหมื่นล้าน แต่ท่อระบายน้ำหน้าบ้านเรายังอุดตัน เครื่องสูบน้ำไม่ทำงาน น้ำไปไม่ถึงอุโมงค์ เรามีโรงเผาขยะเป็นหมื่นล้าน แต่ถังขยะมีไม่พอ ไม่มีระบบแยกขยะจากต้นทาง เรามีมหาวิทยาลัยระดับโลกหลายแห่ง แต่เราขาดโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์ดูแลเด็กอ่อนที่มีคุณภาพ ที่อยู่ใกล้บ้าน เรามีรถไฟฟ้าระดับโลกยาวเกือบ 500 กม. 300 สถานี แต่ทางเดินเท้ายังเดินไม่ได้ ไม่มีแสงไฟ ต้องรอรถตู้ รถเมล์ สองแถว มอเตอร์ไซค์วิน เพื่อพาเรากลับถึงบ้าน แค่เกริ่นก็เจาะลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจอันชอกช้ำของคนกรุงเทพฯแล้ว นี่คือคุณภาพชีวิตอันเลวร้ายของคนกรุงเทพฯวันนี้2.Digital เรื่องเทคโนโลยี ต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดขั้นตอน 3.Green เรื่องสิ่งแวดล้อม เน้นเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ขยะ ควันพิษ (ที่เต็ม กทม.) 4.Economy เรื่องเศรษฐกิจ เพราะ เมืองอยู่ได้ด้วยเศรษฐกิจ พยายามสร้างโอกาสคน ลดขั้นตอน หนุนให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมา ถ้าเศรษฐกิจของคนไม่ดี เมืองก็อยู่ไม่ได้ฟังแล้วก็อยากให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ไปเลย ถ้าเมืองไทยมีนายกฯที่คิดได้อย่างนี้ การแก้ปัญหาทุกอย่างก็ง่ายดังพลิกฝ่ามือ ไม่ต้องระทมทุกข์กันอย่างทุกวันนี้.“ลม เปลี่ยนทิศ”