จดหมายฉบับนี้ เขียนด้วยลายมือบนกระดาษพิมพ์ขนาดเอ 4 เป็นตัวหนังสือขนาดที่พูดกันว่า “โตเท่าหม้อแกง” แต่ความจริงสูงเกือบ 1 นิ้ว หน้าละ 11 บรรทัด สองหน้าก็ 22 บรรทัดอ่านง่ายสบายตา ทำให้ผมนึกถึงการสื่อสาร พ.ศ.2483 สมัย “ลุงเชย” ของพล นิกร กิมหงวน ในหนังสือหัสนิยายชุดสามเกลอเล่มล่า ที่สำนักพิมพ์แสงดาว ส่งมาให้อ่านเจริญธรรม คุณกิเลน ไทยรัฐอ่านงานเขียนของคุณบ่อยคราวสรุปประเด็นกระชับ กระจ่าง กระตุ้นให้คนอ่านหนังสือเล่มนั้นยิ่งนักอาตมาได้ฟังรายการโทรทัศน์ระบุว่า สามจังหวัดที่ไม่มีป่าไม้ ก็คือนนทบุรี ปทุมธานี อ่างทองจึงขอส่งเสียงถึงท่านผู้ว่าสามจังหวัด ช่วยระดมสรรพกำลัง ทำให้เกิดป่าในสามจังหวัดให้จงได้โดยเฉพาะผู้ว่าฯอ่างทอง บ้านเกิดอาตมา ท่านจะเกษียณปีนี้ พ้นโควิดมาได้ ฝากผลงานสร้างป่าก่อนจากไป ก็น่าจะดี ขอให้ผู้มีอันจะกิน แบ่งที่ดินส่วนตัวสร้างป่าประจำตระกูล หรือทำงานศพสร้างป่า นำกระดูกปลูกต้นไม้โดยเฉพาะต้นโพธิ์ต้นไทร เพื่อผู้จากไปจะอยู่เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรต่อไป ตลอดไปจากท่านจันทร์ สมณะจันทเสฏโฐจดหมายที่เขียนแบบ ท่านจันทร์จบ สองหน้ากระดาษพิมพ์ ได้เนื้อหาในคอลัมน์ผม แค่นี้ ผมย้อนไปอ่านอีกที ทุกตัวหนังสือทุกตัว ถูกต้องไม่มีขีดฆ่า ท่านเขียนด้วยจิตที่สงบงาม สมฉายา สมณะ ผู้สงบจริงๆผมเคยคิดถึงท่านจันทร์ ตอนที่ สอง พส.พระมหาไพรวัลย์ พระมหาสมปอง วัดสร้อยทอง มีข่าวดัง พระมหาไพรวัลย์ สึกเป็นทิดเต็มตัวไปแล้ว พระมหาสมปอง จองคิวรอสึกต้นปีหน้าเรื่องพระจะสึก ชาววัดเขาเห็นเป็นเรื่องธรรมดาโลก...เป็นธรรมชาติที่ห้ามกันไม่ได้เหมือนขี้จะแตก ลูกจะออก หรือ คนจะตาย...สอง พส.สึกไปแล้ว จะไปแตกหน่อ ขยายกอ งอกงามทางโลกแค่ไหน เป็นประเด็นน่าสนใจกว่าเหตุที่คิดถึงท่านจันทร์ ผมพอจำได้ ช่วงนั้น นานเต็มทีแล้ว ผมได้ข่าว ท่านเป็นพระนักสอน...ที่โด่งดังมาก ดังข้ามฝั่งโขงไปถึงลาว มีลูกศิษย์ลูกหา ทั้งหนุ่มเหน้าสาวน้อย ที่ศรัทธาแวดล้อมไม่น้อยเคยบอกความเป็นห่วง ฝากไปทำนอง ระวังๆสีกาเอาไว้บ้าง ห่างเท่าไรยิ่งดี เกรงจะเสียพระนักเทศน์ดีๆไปอีกรูป ท่านจันทร์ฝากความกลับ...อย่าห่วงเลย โยมกิเลน ถ้าอาตมาไม่ไหว ก็จะไปเองตั้งแต่วันนั้น มาถึงวันนี้ ผมว่าเกิน 20 ปี ท่านจันทร์ก็ยังมั่นคงยืนยงอยู่กับความเป็นพระ...ได้ข่าวที่ช่องสื่อสารเผยแพร่คำสอนต่อเนื่อง ไม่มีวี่แววอ่อนไหวไปทางโลกมาเข้าหูผมขอกราบอนุโมทนา!...ขอให้บุญรักษาท่านไว้ในผ้าเหลือง เป็นหลักชัยให้ผู้ศรัทธาต่อไปอีกนานเท่านานประเด็นที่ท่านสื่อสารถึงสามผู้ว่าฯ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่แยบคาย...นึกถึงเถ้ากระดูกในโกศบนหิ้งทุกบ้าน พวกลูกๆกราบแล้ว ไม่น่าจะซาบซึ้ง ไม่เท่าตอนคิดถึงพ่อแม่แล้วไปนั่งในร่มเงาต้นไม้ของพ่อแม่ต้นโพธิ์แทนพ่อ ต้นไทรแทนแม่ หากพวกลูกๆจะปลูกต้นไม้เป็นสัญลักษณ์แทนพ่อแม่ไว้ทุกคนอย่าว่าแต่เราจะมีป่าเพิ่มในนนทบุรี ปทุมธานี และอ่างทอง...เราจะมีป่าไม้เพิ่มขึ้นทุกจังหวัดที่มีพื้นที่ว่างให้ปลูกได้ แล้วต้นไม้ก็ไม่ใช่ต้นโพธิ์ต้นไทร ขอเป็นเพียงต้นไม้ ต้นอะไรที่ให้ร่มเงา ก็ช่วยๆกันปลูกไปเถิดความรู้เรื่องต้นไม้เดิมๆ ผมเชื่อว่ายังไม่ล้าสมัย ต้นไม้ทุกต้นซึมซับน้ำไว้ได้มากสี่เท่าของน้ำหนักตัว...ถ้าเรามีป่าไม้เขียวไปในทุกพื้นที่ว่าง ป่าแต่ละป่าก็เปรียบเหมือนเขื่อนมหึมา รักษาแหล่งน้ำใหญ่ผมเชื่อเหมือนที่เคยเชื่อ บ้านเมืองที่น้ำเคยท่วม...ป่าคงห้ามไม่ให้น้ำท่วมเสียเลยคงไม่ได้ แต่ป่าจะช่วยให้น้ำท่วมน้อยลง โดยเฉพาะอ่างทอง บ้านเกิดของท่านจันทร์เอง.กิเลน ประลองเชิง