สำนักงานตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) มีเครือข่ายสมาชิก 194 ชาติ ทำหน้าที่ควบคุมฐานข้อมูลจำนวนมาก ข้อมูลทั้งหมดถูกแชร์ไปในหน่วยงานการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและปฏิบัติการล่าผู้ต้องหาหลบหนีคดี ฐานข้อมูลที่มีทั้งลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ และข้อมูลการจดจำใบหน้า อินเตอร์โพลยังสามารถออกหมายแดงและติดตามจับกุมคนร้ายที่มีหมายส่งตัวข้ามแดนมีการสมัครผู้แทนจากประเทศสมาชิกเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารตำรวจสากล คณะกรรมการเหล่านี้มีหน้าที่จัดทำนโยบายและควบคุมการทำงานของเลขาธิการใหญ่ของสำนักงานตำรวจสากล คณะกรรมการบริหารตำรวจสากลมี 13 คน มีตำแหน่งว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง ผู้สมัครมีทั้งผู้แทนจากสิงคโปร์ อินเดีย และจีนนักการเมือง 50 คนสำคัญจาก 20 ชาติ ออกมาคัดค้านนายหู บินเฉิน ตัวแทนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นักการเมืองที่คัดค้านก็จะมาจากรัฐสภาของสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และรัฐสภายุโรป ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มต่อต้านจีน ต่อต้านกันทุกเรื่อง นักการเมืองเหล่านี้ส่งหนังสือไปยังรัฐบาลชาติสมาชิกตำรวจสากล เรียกร้องว่าอย่าเลือกนายหู บินเฉิน จากจีนเป็นกรรมการบริหารเหตุผลที่นักการเมืองครึ่งร้อยอ้างก็คือ หากนายหูได้รับเลือกตั้งจะทำให้จีนใช้สำนักงานตำรวจสากล ‘อย่างไม่เหมาะสม’ หลังจากนั้นก็ขยายความต่อว่า ถ้าจีนเป็นกรรมการบริหาร พวกฮ่องกง อุยกูร์ ทิเบต ไต้หวัน ฯลฯ ที่กำลังลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศ อาจจะโดนจับกุม นักการเมืองกลุ่มนี้บอกว่า ขนาดยังไม่ได้ตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร จีนยังมีอิทธิพลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโมร็อกโกจับกุมนายอีดรีส ฮัสซาน นักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ ซึ่งตอนนี้กำลังจะถูกส่งตัวข้ามแดนกลับไปยังจีน หากตัวแทนของจีนมีตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร การจับกุมผู้คนที่เห็นต่างจากรัฐบาลจีนจะมีมากกว่านี้ ตะวันตกใช้แว่นส่องดูความบกพร่องของจีน แล้วนำไปกระจายขยายผล เพื่อประสานมือกันต่อต้านจีนทุกเรื่อง มีข้อมูลที่ไม่ได้กรองแพลมออกมานะครับ ว่าใครอยากจะได้รับการอุดหนุนจากประเทศตะวันตก ก็ต้องตั้งสมาคม ชมรม หรือมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ต่อต้านจีน ยิ่งมีผลงานต่อต้านคัดค้านจีนในเวทีระหว่างประเทศมากเท่าใด ก็ยิ่งได้เงินสนับสนุนมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ มีอีกข่าวหนึ่งมาถึงแล้วครับ เป็นข่าวการเตือนจากหอการค้าอังกฤษถึงรัฐบาลจีนในเรื่องที่จีนบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล+กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จีนรู้ตัวดีว่าถ้าปล่อยข้อมูลไปภายนอกอย่างไม่ได้กรอง ตะวันตกจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาเล่นงานจีน หอการค้าอังกฤษบอกว่า กฎหมาย 2 ฉบับเป็นอุปสรรคต่อบริษัทอังกฤษที่จะเข้าไปทำธุรกิจและสร้างนวัตกรรมในจีน นโยบายเกี่ยวกับการถ่ายโอนข้อมูลและการระบุตำแหน่ง ทำให้บริษัทอังกฤษหลายแห่งต้องยกเลิกโครงการที่กำลังทำอยู่ในจีน ใครไปตั้งบริษัทในจีน ก่อนจะถ่ายโอน ‘ข้อมูลสำคัญ’ จะต้องให้ฝ่ายจีนตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลเสียก่อน ไม่เช่นนั้นผิดกฎหมาย อังกฤษกังวลใจกับคำจำกัดความของคำว่าข้อมูลสำคัญ ถ้าความหมายของข้อมูลสำคัญขึ้นกับดุลพินิจของจีน ก็จะทำให้มีความยุ่งยากได้ เพราะรู้ว่าตนเองกำลังโดนกินโต๊ะจากสหรัฐฯและตะวันตก หากไม่มีกฎหมายคุ้มครองป้องกันที่เข้มงวด สถานการณ์ก็อาจจะพาจีนย้อนกลับไปสู่สถานการณ์ที่เหมือนเมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้ว ที่อังกฤษต้องการยึดฮ่องกงเพื่อนำฝิ่นเข้าสู่จีน ตอนนั้นเป็นช่วงที่จีนอ่อนแอและมีปัญหากับตะวันตกหลายประเทศ และเป็นช่วงที่จีนเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาโดยตลอด จีนสร้างประเทศใหม่ด้วยการตั้งสาธารณรัฐประชาชนในยุคของเหมา และมารุ่งเรืองของจริงในยุคของสี สมัยก่อนจีนใช้ความสงบและความอ่อนน้อมถ่อมตนในการแก้ปัญหา แต่พิสูจน์แล้วว่าใช้ไม่ได้ วันนี้จีนจึงใช้ความเข้มแข็งเด็ดขาดกับทุกประเด็นปัญหาจีนมีคำโบราณที่ว่า ‘ถ้าไม่พร้อม อย่าตั้งตัวเป็นอ๋อง’ วันนี้จีนประกาศว่าเป็นอ๋อง ก็หมายความว่าจีนพร้อม แต่ถ้าประกาศตัวว่าพร้อม จีนก็ต้องทนเกมการเมืองระหว่างประเทศที่ซ่อนอยู่ในองค์กรระดับโลกต่างๆ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com