ทำไมคนรวยยิ่งรวยขึ้น ขณะที่คนจนและชนชั้นกลางยิ่งจนลง เรื่องรวยกระจุกจนกระจายเป็นปัญหาโลกแตกที่เกิดกับทุกประเทศ แต่อาจเลวร้ายหนักถ้าชาติไหนมีมหาเศรษฐีไม่กี่คนที่กุมเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศ แถมยังพยายามใช้คอนเนกชันทางการเมืองเพื่อต่อยอดสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองกับพวกพ้องอยากเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับบนเวทีโลก ไม่ต้องยืนกุมเป้าอยู่ท้ายๆขบวน ลองอ่านหนังสือ “10 RULES OF SUCCESSFUL NATIONS” ของ “รูชีร์ ชาร์มา” โดยปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของประเทศต่างๆ พิจารณาจากตัวแปรหลายด้านด้วยกัน ตั้งแต่ข้อมูลประชากร, เสถียรภาพทางการเมือง, ความไม่เท่าเทียมกัน, อัตราเงินเฟ้อ, ระดับการลงทุน, ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน, หนี้ และความเป็นจริงทางภูมิศาสตร์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุทำให้บางประเทศร่ำรวยขึ้นชนิดติดปีกบิน ขณะที่ประเทศอื่นๆล้มเหลวไม่เป็นท่า“รูชีร์ ชาร์มา” ออกตัวว่านักเศรษฐศาสตร์มักไม่ค่อยเก่งเรื่องการทำนายอนาคตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างไรก็ดี หากมองในระยะสั้น ไม่เกิน 20 ปี ก็พอจะเขียนเป็น “กฎ 10 ประการ ของประเทศที่ประสบความสำเร็จ”กฎข้อที่หนึ่ง “ประชากร” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องสามารถรับมือกับปัญหาการเปลี่ยน แปลงของโครงสร้างประชากร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจกฎข้อที่สอง “การเมือง” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีผู้นำที่สนับสนุนการปฏิรูป เขายกตัวอย่างผู้นำที่ดี เช่น “เติ้งเสี่ยวผิง” มหาบุรุษผู้พลิกแผ่นดินจีนสู่ความเป็นมหาอำนาจ ส่วนผู้นำที่ล้มเหลวในการปราบปรามคอร์รัปชัน ก็เช่น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย และประธานาธิบดีซูฮาร์โตของอินโดนีเซียกฎข้อที่สาม “ความไม่เท่าเทียมกัน” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องสร้างมหาเศรษฐีนิสัยดี ที่ไม่เอาแต่กอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง แต่รู้จักนำเงินกลับไปลงทุนเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกฎข้อที่สี่ “อำนาจรัฐ” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องรู้จักใช้อำนาจรัฐในการแทรกแซงเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไปกฎข้อที่ห้า “ภูมิศาสตร์” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ โดยเขาคาดการณ์ว่า พลังการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจกำลังย้ายกลับมาอยู่ที่ภูมิภาคเอเชียกฎข้อที่หก “การลงทุน” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องลงทุนอย่างชาญฉลาด และรู้จักทุ่มงบประมาณเพื่อหนุนส่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เช่น ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของประเทศ, การศึกษา และการดูแลสุขภาพ แทนที่จะลงทุนไปกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าโภคภัณฑ์กฎข้อที่เจ็ด “อัตราเงินเฟ้อ” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพกฎข้อที่แปด “สกุลเงิน” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีค่าเงินถูก เพื่อดึงดูดการลงทุน, ส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการส่งออก ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้เกิดความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจกฎข้อที่เก้า “หนี้” ประเทศที่ประสบความสำเร็จจะต้องใช้หนี้ภาครัฐและเอกชนอย่างแข็งขัน แต่หลีกเลี่ยงการขยายเพดานหนี้สาธารณะไม่รู้จบ จนก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจกฎข้อที่สิบ “การทำให้ดูประสบความสำเร็จเกินจริง” ตลาดการเงินมีแนวโน้มที่จะคาดหวังกับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มากเกินไป เช่น ฟิลิปปินส์ ในทศวรรษ 1950, ญี่ปุ่น ในทศวรรษ 1990 และจีน ในทศวรรษ 2010 และประเมินการฟื้นตัวของประเทศอื่นๆต่ำเกินไป โดยอิงจากประสบการณ์ในอดีต ดังนั้น ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักจะรุ่งเรืองได้เมื่ออยู่นอกสปอตไลต์ ขณะที่บางประเทศร่วงไม่เป็นท่าเพราะผลจากแรงเชียร์เกินจริง.มิสแซฟไฟร์