จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตเด็กๆในประเทศไทยอย่างรุนแรง หลายคนตกอยู่ในความวิตก โดดเดี่ยว และกังวลต่ออนาคตของตนเองและคนใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ทุกคนดูแลส่งเสริมสุขภาพใจตนเองและคนที่ห่วงใยได้ดียิ่งขึ้น องค์การยูนิเซฟ และ กรมสุขภาพจิต ได้ร่วมมือกันพัฒนาคู่มือดูแลสุขภาพใจ ฉบับวัยรุ่น และฉบับผู้ปกครอง โดยมีข้อมูลด้านสุขภาพจิต รวมถึงเกร็ดความรู้และขั้นตอนต่างๆในการทำความรู้จักสภาวะอารมณ์และจิตใจตนเอง ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้สภาพจิตใจ สร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเยียวยาสุขภาพใจ รวมไปถึงวิธีการง่ายๆในการดูแลสุขภาพใจตนเองและคนที่เรารัก ตลอดจนช่องทางขอความช่วยเหลือ เมื่อจำเป็น คู่มือนี้ยังย้ำเตือนเสมอว่าปัญหาสภาวะทางใจเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน นางคยองซัน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า หวังให้เยาวชนและผู้ปกครองจะสามารถดูแลสุขภาพจิตใจของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ด้วยคู่มือดูแลสุขภาพใจของเรา และวันหนึ่งจะทำให้พวกเขาพร้อมเปิดใจพูดคุยเรื่องสภาวะจิตใจได้ เพราะยิ่งเราพูดเรื่องสุขภาพใจมากเท่าไหร่ การตีตราต่อปัญหาสุขภาพจิตก็จะลดน้อยลง ทั้งนี้ข้อมูลใหม่จากยูนิเซฟใน the State of the World’s Children report ชี้ให้เห็นว่าเด็กอย่างน้อย 1 ใน 7 คนทั่วโลกได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ พร้อมกับเตือนว่าเด็กๆ อาจต้องแบกรับผลกระทบด้านสุขภาพจิตอย่างยาวนานอีกหลายปี นับตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดมีการประมาณ การไว้ว่า เด็กวัย 10-19 ปี 1 ใน 7 คนทั่วโลกได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาสุขภาพจิต นอกจากนี้แล้วแบบสำรวจออนไลน์ของกรมสุขภาพจิตที่ทำการสำรวจเด็กวัยรุ่นประมาณ 192,000 คน ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2563 ถึง 31 ต.ค.2564 พบว่าในประเทศไทยเองมีเด็กวัยรุ่นถึง 22 เปอร์เซ็นต์ ที่กำลังเผชิญกับความเครียดสูง 31 เปอร์ เซ็นต์ มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า และอีก 22 เปอร์เซ็นต์ มีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย สำหรับคู่มือดูแลสุขภาพออก แบบมาเป็นสอง ฉบับ สำหรับวัยรุ่นและผู้ปกครอง พร้อมให้ดาวน์โหลดทั้งในภาษา ไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์ของยูนิเซฟประเทศ ไทย ยูนิเซฟสนับสนุนให้เด็กๆ ผู้ปกครอง และนักการศึกษาดาวน์โหลดคู่มือดูแลสุขภาพใจนี้และแชร์กันในกลุ่มเพื่อนและเครือข่าย ทั้งนี้มีศิลปินและผู้มีชื่อเสียง อาทิ เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร, ซินดี้ สิรินยา วินศิริ, ตงตง กฤษกร กนกธร, มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์คนล่าสุด แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส ร่วมแชร์ความรู้สึกของตัวเองเป็นเวลา 7 วันบนอินสตา แกรมด้วยฟิลเตอร์อีโมจิภาษาใจ ในกิจกรรม 7-day challenge พูดจาภาษาใจ เพื่อเปิดบทสนทนาเรื่องสุขภาพใจและส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและช่องทางที่จะช่วยดูแลสุขภาพใจของตนเองได้.