ชุมพรน้ำลดแล้ว ถนนสายเอเชียเปิดการจราจรตามปกติ แต่ผู้สัญจรต้องใช้ความระมัดระวัง เกาะสมุยบิ๊กคลีนนิ่งหลังน้ำลด เมืองคอนเร่งสูบน้ำเตรียมรับฝนตกหนักระลอกใหม่ ส่วนชาวสวนกล้วยไม้โอดโอยน้ำท่วมเสียหายนับล้าน ชาวนาร้อยเอ็ดวอนรัฐช่วยเหลือติดภาระหนี้สิน ขณะที่ อุตุฯเตือนภาคใต้ฝนตกหนัก 9 จังหวัดสถานการณ์น้ำท่วมชุมพรเริ่มคลี่คลาย โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายณรงค์ หลักกำจร ประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ตามที่เกิดอุทกภัยทำให้น้ำท่วมถนนเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 41 ช่วงสี่แยกปฐมพรไปจนถึง อ.หลังสวน จ.ชุมพร ขณะนี้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชุมพรว่า ถนนสายเอเชีย 41 ทุกจุดระดับน้ำลดลงสู่สภาวะปกติแล้ว เปิดการจราจรให้รถทุกชนิดผ่านได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางช่วงบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ขอให้ผู้ใช้เส้นทางเพิ่มความระมัดระวังด้วย ส่วนนางสว่างจิตต์ ศรียาภัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.พ้อแดง อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุเก่าแก่โค่นทับบ้านเสียหายหลายหลัง ไปตรวจสอบพบต้นไทรขนาดใหญ่อยู่กลางชุมชนล้มทับบ้านพังเสียหายจำนวน 5 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลพ้อแดง และเทศบาลตำบลปากน้ำหลังสวนนำเลื่อยยนต์มาตัดกิ่งไม้ และใช้รถเครนยกท่อนไม้และกิ่งไม้ขนาดใหญ่ออกไปจากพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุคาดเกิดจากฝนตกหนักดินอุ้มน้ำ ทำให้ต้นไทรขนาดใหญ่โค่นล้มลงทับบ้านเรือนพังเสียหายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ศานติ ศกุลตนาค รองแม่ทัพภาค 4และคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจเยี่ยม และพบปะให้กำลังใจแก่ส่วนราชการ และพี่น้องจิตอาสาที่มาช่วยในการประกอบอาหารทำข้าวกล่อง ณ โรงครัวพระราชทาน บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดชุมพรนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.สวี อ.ทุ่งตะโก และ อ.หลังสวน ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย หลังฝนลดน้อยลงการสัญจรไปมาบนท้องถนนทั้งถนนสายหลักรอบเกาะสมุย และถนนสายรองกลับเข้าสู่ปกติ ชาวบ้านรวมถึงพ่อค้า แม่ค้าออกมาทำความสะอาดล้างคราบสกปรกที่ลอยมากับน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุยนำรถแบ็กโฮเปิดร่องระบายน้ำขนาดเล็กมีขยะ กิ่งไม้ และเศษวัชพืชกีดขวางทางน้ำ เพื่อระบายน้ำไหลไปยังอ่างเก็บน้ำพรุเฉวงที่เป็นแหล่งรองรับน้ำขนาดใหญ่ ก่อนไหลลงสู่ทะเลนายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ระหว่างวันที่ 10-14 พ.ย. ส่งผลกระทบทำให้มีบางพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก อุทกภัย และ วาตภัย รวม 12 อำเภอ ทั้งสิ้น 38 ตำบล 119 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ จำนวน 1,684 ครัวเรือน 5,063 คน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย ปริมาณฝนสะสมที่ตกติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. 64 ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำของ อ.หัวไทร อ.ชะอวด อ.พระพรหม อ.เมือง และ อ.ร่อนพิบูลย์ คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติขณะที่นายกณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่รวม 45 จุด เพื่อระบายน้ำที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมือง เบื้องต้นติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ และไม้วัดระดับน้ำที่บริเวณคลองสายหลัก ประชาชนสามารถดูระดับน้ำผ่านมือถือได้ หากระดับน้ำถึงขีดเส้นเหลืองหรือแดง แสดงว่าน้ำล้นตลิ่ง จากนั้นอีกประมาณ 8 ชม.น้ำจะท่วมพื้นที่ ชาวบ้านมีเวลาขนของขึ้นที่สูงได้ทัน รวมทั้งแบ่งมวลน้ำไปยังคลองสายหลักทั้ง 5 สาย เพื่อรักษาระดับน้ำไม่ให้เอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำด้วย สถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำท่าจีน 3 อำเภอ คือ อ.บางเลน อ.นครชัยศรี และ อ.สามพราน จ.นครปฐม ระดับน้ำสูงถึงหน้าอก ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำในแม่น้ำท่าจีนไม่สามารถผลักดันน้ำออกสู่ปากอ่าวที่ จ.สมุทรสาคร ส่งผลกระทบชาวสวนกล้วยไม้ได้รับความเสียหาย นางละเอียด จรดล อายุ 66 ปี เจ้าของสวนกล้วยไม้ที่ อ.สามพราน เปิดเผยว่า ทำสวนกล้วยไม้ทั้งหมด 14 ไร่ 3 งาน น้ำท่วมเต็มพื้นที่กล้วยไม้ที่ปลูกไว้เน่าตายเกือบทั้งสวน ค่าเสียหายประเมินแล้วนับล้านบาท น้ำท่วมครั้งนี้นับว่าหนักหนาสาหัสมาก ประกอบกับช่วงโควิด-19 กล้วยไม้ส่งออกและขายในประเทศไม่ได้ตามเป้า อยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเช่นเดียวกับชาวนาที่บ้านดินดำ หมู่ 9 ต.ดินดำ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ประสบภัยน้ำท่วมนาข้าวเสียหายเป็นจำนวนมาก นายธนพงษ์ วินทะไชย ผู้ใหญ่บ้านดินดำ เปิดเผยว่า น้ำท่วมในพื้นที่มาร่วม 28 วัน ขณะนี้น้ำลดลงไปบ้างแล้ว ไร่ นา บ้านเรือน วัด โรงเรียน ถนน และพนังดินได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะชาวนาเดือดร้อนต้นข้าวยืนต้นตายรวม 91 ราย มีภาระหนี้สินรายละไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท วอนภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือด้านสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวย การกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำในทุ่งลุ่มต่ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้ง 11 แห่ง ภายหลัง กอนช.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. พบว่าขณะนี้ทุ่งลุ่มต่ำทุกแห่งมีระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือน ธ.ค.นี้ ปัจจุบันระบายน้ำออกจากทุ่งแล้ว 701 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คงเหลือปริมาณน้ำใน 11 ทุ่ง รวม 1,721 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 101% ของความจุทั้งหมด ลดลงจากวันที่ 13 พ.ย. รวม 71 ล้าน ลบ.ม. การระบายน้ำออกจะยังคงพิจารณา กักเก็บน้ำส่วนหนึ่งไว้สำหรับเตรียมแปลงทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งด้วยกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 9 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคใต้ตอนกลางเคลื่อนลงทะเลอันดามันตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ได้แก่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรี ธรรมราช นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่