รมว.แรงงานแถลงผลประชุมวางแนวทาง แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว เริ่มนำเข้าแรงงานต่างด้าวระบบเอ็มโอยู เดือน ธ.ค. เคาะตัวเลข 4 แสนคน ค่าใช้จ่ายคนละ ไม่เกิน 2.6 หมื่นบาท รวมค่ากักตัว เตรียมสรุปมติที่ประชุมเสนอ ศบค. 12 พ.ย.นี้ ขณะที่อธิบดีกรมการจัดหางานเผยการตรวจสถานประกอบการ พบแรงงานผิดกฎหมายกว่า 12,000 คน พร้อมแจงนายจ้างหรือสถานประกอบการขนาดเล็กไปขึ้นทะเบียนแรงงานเองไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นการเปิดขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าวยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาหลังกระทรวงแรงงาน “ปล่อยผีแรงงานเถื่อน” เร่งตรวจสอบขึ้นทะเบียนแรงงานผิดกฎหมายในสถานประกอบการภายใน 30 วัน ก่อนนำเข้าแรงงานตามระบบเอ็มโอยู เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน และการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว ควบคู่ไปกับการประสานเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงคุมเข้มแนวชายแดนสกัดขบวนลักลอบขนแรงงานเถื่อน และขู่เอาผิดสถานประกอบการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายความคืบหน้าวันที่ 10 พ.ย. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แถลงหลังประชุมร่วมกับผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติเข้ามาทำงานในประเทศตามระบบเอ็มโอยูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ สั่งการให้เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและการลักลอบข้ามชายแดนหลบหนีเข้าเมืองในช่วง 1-30 พ.ย. ที่มีการขึ้นทะเบียนแรงงานผิดกฎหมายในสถานประกอบการ การจับกุมตามชายแดนในช่วงนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างเข้มแข็งของฝ่ายความมั่นคงนายสุชาติกล่าวว่า การนำเข้าแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือเมียนมา กัมพูชา และลาว เข้ามาทำงานในระบบเอ็มโอยู เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนแรงงาน นายจ้างต้องการแรงงานต่างด้าวประมาณ 4 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหาร ก่อสร้าง ท่องเที่ยว จะเริ่มนำเข้าในวันที่ 1 ธ.ค. อย่างช้าไม่เกินกลางเดือน มีค่าใช้จ่ายรวมไม่เกินคนละ 2.6 หมื่น ส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็นค่ากักตัวคนละ 500 บาทต่อวัน คนที่ฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม ต้องกักตัว 7 วัน ส่วนที่ฉีด 1 เข็ม ต้องกักตัว 14 วัน และต้องตรวจโควิด 2 ครั้ง ครั้งละพันกว่าบาท นายจ้างต้องจ่าย พร้อมกันนี้ได้เตรียมวัคซีนไว้ 4-5 แสนโดส เพื่อฉีดให้แรงงานต่างด้าวในวันสุดท้ายของการกักตัว ทุกฝ่ายเห็นชอบแนวทางที่กระทรวงแรงงานเสนอ คาดว่าจากนี้ 30 วันจะนำเข้าได้ โดยจะสรุปมติที่ประชุมเสนอ ศบค.พิจารณาในวันที่ 12 พ.ย.ด้านนายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นเรื่องดีต่อผู้ประกอบการที่รัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหาความขาดแคลนแรงงาน จำนวนที่ต้องใช้อาจจะมากกว่า 4 แสนคน ส่วนใหญ่จะอยู่ใน กทม. สมุทรสาคร รวมทั้งงานที่คนไทยไม่ทำ เช่น งานเก็บลำไยใน จ.ปราจีนบุรี ขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก ต้องดำเนินการเร็วที่สุด ช่วงเวลา 1 ธ.ค. เป็นเวลาที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น สถานประกอบการยินดีจะจ่าย ส่วนวัคซีนรัฐบาลก็เป็นผู้รับผิดชอบให้แล้วขณะที่นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงการตรวจสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ว่าตั้งแต่วันที่ 1-9 พ.ย. คณะทำงานได้เข้าตรวจสถานประกอบการ โรงงาน สถานที่ก่อสร้าง พบการใช้แรงงานผิดกฎหมาย 12,245 คน เป็นเมียนมา 8,506 คน กัมพูชา 2,912 คน ลาว 827 คน ได้ทำการถ่ายรูป ทำประวัติไว้แล้ว และนัดหมายให้นายจ้างนำเอกสารหลักฐานยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวรวมทั้งชำระค่ายื่นคำขอภายใน 7 วัน กรณีมีเอกสารครบ มีประกันสุขภาพ ประกันสังคม จะออกใบอนุญาตให้ หากไม่มีจะออกใบรับคำขอ จะมีหมายเลขการอนุญาตทำงานได้ถึง 13 ก.พ.2566 กำกับให้เป็นหลักฐาน จากนั้นต้องตรวจสุขภาพ 6 โรคและจัดเก็บอัตลักษณ์ภายใน 31 มี.ค.2565 ตรวจลงตราภายใน 1 ส.ค.2565 กรมการปกครองจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติภายใน 13 ก.พ.2566 หลังจากครบกำหนด 30 พ.ย.ไปแล้ว หากตรวจพบนายจ้างใช้แรงงานผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีผู้สื่อข่าวถามว่า นายจ้าง หรือสถานประกอบการขนาดเล็กจะนำแรงงานผิดกฎหมายไปขึ้นทะเบียนเองได้หรือไม่ นายไพโรจน์กล่าวว่า ทำไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นการเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจพบเอง เพราะเป้าหมายตามมาตรการขณะนี้คือสถานประกอบการใหญ่ๆเป็นหลัก เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเก็บข้อมูลไว้ก่อนแล้ว และต้องเป็นแรงงานที่ทำงานอยู่ก่อนวันมีมติ ครม.วันที่ 28 ก.ย.2564ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กล่าวถึงกรณีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายต่อเนื่องว่า การควบคุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองอยู่ในแผนการเปิดประเทศอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเราจำเป็นต้องให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ที่มีทั้งทหาร ตำรวจและจังหวัดที่ติดกับพื้นที่ชายแดน ต้องช่วยกันดูแลและสกัดไว้ เมื่อถามว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้มงวดอยู่ตลอด เหตุใดจึงยังมีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาตลอด พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ตัวเลขที่ทุกคนเห็นคือกรณีของผู้ที่พยายามเล็ดลอดเข้ามา เราพยายามแก้ปัญหานี้มาเป็นปี ถือเป็นภาระมากสำหรับหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนที่มีภารกิจของตัวเองอยู่แล้ว คิดว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามพื้นที่ชายแดนมีขนาดกว้างและยาวมาก เราต้องใช้วิธีหลายๆชั้น อาจมีหลุดรอดในชั้นแรกบ้าง แต่ถูกสกัดในพื้นที่ชั้นใน ตัวเลขผู้ลักลอบเข้าเมืองจึงมีจำนวนออกมาอย่างที่เราทุกคนได้เห็นเช้ามืดวันเดียวกัน นายสมชาย ไตรทิพย์ชาติสกุล นายอำเภอแม่สอด จ.ตาก นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ร่วมกับทหาร ฉก.ร.14 ตชด.346 ตำรวจ สภ.แม่สอด ลาดตระเวนแนวชายแดนไทย-เมียนมา ป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศ กระทั่งถึงท้ายหมู่บ้านหมู่ 2 บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด พบนายจ่ออู อายุ 28 ปี กับเด็กชายวัย 13 ปี เป็นชาวโรฮีนจา สัญชาติเมียนมา แบกกระเป๋าเข้าไปในไร่ข้าวโพด เข้าตรวจค้นพบขนมปัง และยากันยุงเต็มกระเป๋า เค้นถามจนยอมรับว่าจะนำไปให้แรงงานชาวโรฮีนจาซ่อนตัวอยู่ในป่าอีก 8 คน สอบสวนทราบว่าแรงงานดังกล่าว เพิ่งลักลอบเข้ามาฝั่งไทย มีนายจ่ออูกับเด็กวัย 13 ปี พามาซ่อนในไร่ข้าวโพด รอรถพาเข้ากรุงเทพฯ แล้วจะมีรถส่งต่อไปทำงานพื้นที่ภาคใต้ ขณะเดียวกัน ทหาร บก.ควบคุมที่ 2 ฉก.ม.4 กกล.ผาเมือง ตรวจสอบพื้นที่ชายแดนบ้านป่ากล้วย ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จับกุมแรงงานเมียนมาเดินลัดเลาะแนวป่าได้ 61 คน คุมตัวดำเนินคดี