“เรืองไกร-ศรีฯ” ร่วมใจร้องยุบ พท. พรรคคู่แข่งสำคัญ แต่ “วิษณุ” มองต่าง ตั้ง “หมอเลี้ยบ” เป็น ผอ.เพื่อไทย ไม่ใช่ กก.บห.พรรคไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม “ชลน่าน” ขู่ฟ้องกลับ “เรืองไกร” ร้องเท็จ ยันดูข้อกฎหมายแล้วไม่ผิด “บิ๊กตู่” อ้อนอยากเห็นวิปทุกพรรคร่วมแรงกัน ขัดขากันเองหวังล้ม รบ.ใจร้ายเกินไป ปัดต่อสายเคลียร์ใจ “ธรรมนัส” “บิ๊กป้อม” ไม่ขัด “ฉิ่ง-แป๊ะ” ซบ พปชร. “นิโรธ” ฟุ้งองค์ประชุมไร้กังวล “วิษณุ” การันตีจะไม่มี รมต.โดดกระทู้อีก ฝ่ายค้านขู่จัดหนัก ปธ.วิป รบ.น้องใหม่ 3 ผบ.เหล่าทัพรับหน้าที่ ส.ว. “บิ๊กนัส-อนุมัติ” ทิ้งเก้าอี้ ส.ว. กลุ่มพลเมืองฯจี้ พท.คืนสิทธิ์นักโทษการเมือง ชงตั้ง กมธ.ศึกษาบังคับใช้ ก.ม.พรรคพลังประชารัฐเล่นเกมเตะสกัดคู่แข่งทางการเมือง ส่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร. ยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้พิจารณายุบพรรคเพื่อไทย จากกรณีแต่งตั้ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น ผอ.พรรค ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มองว่าไม่น่าจะเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม เพราะไม่ใช่ กก.บห.พรรค “เรืองไกร” ร้องยุบพรรคคู่แข่งเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่สำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นหนังสือร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบกรณีการตั้ง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น ผอ.พรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ จะเป็น เหตุให้ยุบพรรคหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (9) ห้ามบุคคลที่เคยได้รับโทษจำคุก และพ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปี หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้น นพ.สุรพงษ์น่าจะมีลักษณะต้องห้ามเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หรือ ผอ.พรรคเพื่อไทย ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28 หรือมาตรา 29 จะถือเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคเพื่อไทย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งชุดเดิม และชุดใหม่ตามมาตรา 92 หรือไม่ และ กกต.ต้องดำเนินคดีอาญา ตามมาตรา 108 หรือไม่“ศรีฯ” ซ้ำดาบสองร้องครอบงำขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า เข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต. กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาจเข้าข่ายครอบงำหรือชี้นำพรรคเพื่อไทย ขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28 และมาตรา 29 รวมถึงประเด็นที่นายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนของกลุ่มราษฎร ในการแก้ไข หรือยกเลิก ป. อาญามาตรา 112, 116 การกระทำดังกล่าวของนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28 และมาตรา 29 หรือไม่ หาก กกต.วินิจฉัยว่าเป็นการครอบงำ หรือชี้นำ อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ “วิษณุ” มองต่างไม่ใช่ กก.บห.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยื่นเรื่องต่อ กกต. ของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร.ไม่ทราบว่าเขาดำเนินการอะไรถึงเรียกว่าครอบงำ นายเรืองไกรอาจมีหลักฐาน ต้องปล่อยให้ว่าไป เมื่อถามว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เคยถูกศาลตัดสินให้จำคุก จะมาเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เขาเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือ เข้าใจว่าไม่ใช่กรรมการบริหาร เพราะตำแหน่งกรรมการยุทธศาสตร์อะไรทำนองนี้ เป็นตำแหน่งที่ต่อเติมเสริมแต่ง ที่อยู่นอกกฎหมาย แต่จะเป็นตำแหน่งอะไรไม่ทราบ“ชลน่าน” ขู่ฟ้องกลับร้องเท็จที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คงต้องหาช่องกฎหมายดำเนินคดีกลับนายเรืองไกร เพราะการร้องเท็จถือว่ามีโทษตามกฎหมาย นพ.สุรพงษ์ได้รับการแต่งตั้งก่อนการประชุมใหญ่พรรคแล้ว ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายพรรคได้ดูข้อบังคับพรรค และบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว เราจ้างผู้มีความรู้มาทำหน้าที่นี้ หากมองในมุมดีการตรวจสอบพรรคการเมืองทำได้ แต่ต้องมีเจตนาสุจริต ไม่อยากสรุปว่านายเรืองไกร มีปัญหาอะไรกับเรา ที่ผ่านมาเคยทำงานร่วมกัน แม้ขณะนี้จะไปอยู่กับพรรคอื่นและได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ อยากร้องขอนายเรืองไกรว่า เรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เรายินดีไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาให้ร้าย หรือทำให้เราเสียหาย ก็ขอใช้สิทธิตามกฎหมายเช่นกัน ยืนยันว่าการตั้ง นพ.สุรพงษ์ ไม่ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมาย “ตู่” อยากเห็นวิปทุกพรรคร่วมใจที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.เป็นประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ว่า รัฐบาลมีหน้าที่แต่งตั้ง บทบาทหน้าที่เป็นกลไกของสภาผู้แทนราษฎร ให้สภาเขาทำหน้าที่ได้ แต่คงไม่ใช่ประธานวิปรัฐบาลคนเดียว วิปทุกพรรคต้องร่วมมือกัน ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของความยากลำบาก โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่จำเป็นและสำคัญ เรื่องที่ต้องปฏิรูป มากกว่าเอามาเป็นความขัดแย้งกัน มันไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่มีใครได้ประโยชน์ อันไหนไม่ดีก็ทักท้วงมา เมื่อถามว่าสบายใจขึ้นบ้างหรือไม่ที่ได้นายนิโรธ มาเป็นประธานวิปรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่าลืมว่าตนควบคุมอะไรในสภาไม่ได้ ไม่ได้เป็นคนคุม “ทั้งวิปฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้านต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนจำเป็นต้องออก อันไหนกฎหมายที่จะเพิ่มขีดความสามารถเศรษฐกิจ และสังคม สิ่งแวดล้อม หรือการศึกษา รวมทั้งการปฏิรูป มันต้องออก ไม่ใช่ไม่ออกเพื่อให้รัฐบาลล้ม ผมว่าใจร้ายเกินไป ใจร้ายกับประเทศเกินไปผมว่านะ”ปัดต่อสายเคลียร์ใจ “ธรรมนัส”เมื่อถามย้ำว่าตรวจสอบความเคลื่อนไหวแล้วใช่หรือไม่ ว่าไม่มีความพยายามสร้างความปั่นป่วนในสภาจนกระทบต่อกฎหมายสำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ทราบเหมือนกัน เป็นเรื่องของพรรค และหัวหน้าพรรค สำหรับตนอะไรก็ได้ ทำงานให้ประชาชน ทุกคนอยู่แล้ว เมื่อถามว่ามีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. โดยตรงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ยังไม่ได้คุย เคยคุยไปครั้งนึงตอนแรกๆก็ดี ก็คุยกัน เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้พรรค พปชร.เป็นปึกแผ่นมากขึ้นใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า “ถ้าไม่มีใครคอยยุแยงตะแคงรั่ว ก็จะดีอยู่มั้ง” เมื่อถามว่านายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ทำนายว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รัฐบาลจะแตกกันในปีหน้า และใกล้ที่จะเลือกตั้งแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เหรอ ก็นี่ไงเปลี่ยนตัวประธานวิปไง”“ป้อม” ไม่ขัด “ฉิ่ง-แป๊ะ” ซบ พปชร.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า มาสิ ถ้ามาก็รับ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกันแล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยัง เมื่อถามย้ำว่าจะให้ช่วยงานส่วนใด พล.อ.ประวิตรย้อนกลับว่า “เรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องของคุณ” เมื่อถามว่าเหตุที่นายอนุมัติ อาหมัด ที่ลาออกจาก ส.ว. ถูกมองจะเข้ามาช่วยงาน พปชร. พล.อ.ประวิตรตอบว่า มาถามอะไรตน ให้ไปถามนายอนุมัติ ยังไม่รู้ว่าจะมาช่วยงานเรื่องใด เมื่อถามถึงแนวโน้มที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. จะสมัครเป็นสมาชิก พปชร. พล.อ.ประวิตรตอบว่า มาก็มา แล้วตนจะต้องมาบอกสื่อทำไม“บุญสิงห์” ขอตรวจสอบชื่อก่อนนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. จะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ว่า ถ้ามีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบ ถ้ามีการสมัครจริงจะเข้าสู่ระบบ และฝ่ายทะเบียนจะมารายงานตน เมื่อถามย้ำว่าจะมีบิ๊กเนมมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.หลายคนหรือไม่ นายบุญสิงห์ได้แต่หัวเราะ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว “นิโรธ” ฟุ้งองค์ประชุมไร้กังวลช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล พร้อมตัวแทนวิปพรรคร่วมรัฐบาล เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นนายนิโรธให้สัมภาษณ์ว่า มาพูดคุยถึงกฎหมายที่จะเข้าสภาฯ มี 2-3 ฉบับ ที่นายวิษณุให้ดูแล คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ร่าง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกส์ และยังพูดคุยกันหลายเรื่อง เมื่อถามว่าหารือเรื่องสภาฯล่มหรือไม่ นายนิโรธตอบว่า ไม่มีกังวลเรื่ององค์ประชุมแล้ว แต่ละพรรคมีทีมวิปอยู่แล้ว และพรรค พปชร.กำลังปรับโครงสร้าง เชื่อว่าจะดีขึ้น ยืนยันเราไม่มีกลุ่มก๊วน แค่แบ่งเป็นภาค มีหัวหน้าภาค เมื่อถามว่ายังมีคนปรามาสฝีมืออยู่ จะพิสูจน์ให้เห็นเลยหรือไม่ นายนิโรธตอบว่า เป็นเรื่องของสถานการณ์หน้างาน ไม่มีกฎเหล็กอะไร ส.ส.ทุกคนมีวุฒิภาวะ มีจิตสำนึก ส่วนที่เคยพูดว่าได้มาเป็นประธานวิปรัฐบาลเพราะความหล่อนั้น เป็นเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร เป็นการคุยเล่นสนุกๆการันตี รมต.จะไม่โดดกระทู้อีกนายนิโรธกล่าวอีกว่า ส่วนการประชุมวันนี้มีวิปรัฐบาลจากทุกพรรคเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ได้ประสานนายวิษณุ เครืองาม ขอให้ดูแลเรื่องนี้ ได้รับการชี้แจงว่าการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 4 พ.ย. เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดนั้น ตรงกับการประชุม ครม. เมื่อถามย้ำว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านขู่ว่าหากรัฐมนตรีไม่ไปตอบกระทู้ถามสด โดยไม่มีมติ ครม.จะขอให้ฝ่ายตุลาการมาร่วมตรวจสอบ ถ่วงดุล นายนิโรธตอบว่า นายวิษณุรับปากว่าต่อไปจะไม่เกิดเหตุรัฐมนตรีไม่ไปตอบกระทู้อีก นายวิษณุได้กำชับต่อรัฐมนตรี ทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี ไปตอบกระทู้ และร่วมพิจารณากฎหมายขู่จัดหนัก ปธ.วิป รบ.น้องใหม่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ความคืบหน้าในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 พรรคก้าวไกลอยากให้รีบอภิปรายเร็วๆ แต่หลายพรรคอยากให้รอดูปัญหาอีกระยะหนึ่ง ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ในจังหวะดีที่สุด แต่ไม่น่าเลยไปถึงปลายสมัยประชุม คงรอดูสักระยะ ยืนยันฝ่ายค้านยังพร้อมตรวจสอบรัฐบาลเสมอ มีหลายเรื่องที่จับตาอยู่ ทั้งราคาสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ขณะนี้ใกล้หมดอายุรัฐบาล มักออกนโยบายหรือมาตรการที่มุ่งความได้เปรียบทางการเมือง ละเลยการแก้ปัญหาประชาชน ใช้งบไม่มีกฎเกณฑ์ มุ่งหวังคะแนนเสียงและผลเลือกตั้ง ส่วนปัญหาองค์ประชุมยังเป็นเรื่องน่าห่วง ขอเตือนรัฐบาลควรรับผิดชอบให้มาก จะมาหวังฝ่ายค้านไม่ได้ หากรัฐมนตรีหนีหรือหลีกเลี่ยงมาตอบกระทู้ ฝ่ายค้านจะนับองค์ประชุมทุกครั้ง นี่คือมาตรการทางสภาที่ฝ่ายค้านจะนำมาใช้ เชื่อว่าประธานวิปรัฐบาลคนใหม่เจองานหนักแน่ บนสถาน การณ์ที่ไม่ลงรอยกัน ใครมาเป็นต้องทำงานหนักขึ้น 3 ผบ.เหล่าทัพรับหน้าที่ ส.ว.ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระประชุม นายพรเพชรแจ้งให้ทราบถึงพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ส.ว.โดยตำแหน่งคนใหม่ ในส่วน ผบ.เหล่าทัพ จำนวน 3 คน ได้แก่ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ขณะที่ล่าสุดมี ส.ว.ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง 2 คน คือ พล.อ.อ.มนัส รูปขจร ระบุมีปัญหาด้านสุขภาพ และนายอนุมัติ อาหมัด ที่คาดว่าจะไปทำหน้าที่วางแผนคุมการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ให้พรรค พปชร. ทำให้มี ส.ว.เหลืออยู่ 248 คน สำหรับผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีสำรองที่จะขึ้นมาแทน ได้แก่ นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ อดีตองปลัดกระทรวงต่างประเทศ และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม หาก พล.อ.ชัยชาญสละสิทธิ์เป็น ส.ว. จะเลื่อนรายชื่อบุคคลสำรองลำดับถัดไปขึ้นมาแทนส.ว.เฉ่งฝังชิปการเมืองผิดทางต่อมาที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการส่งเสริมความรู้ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน มีนายเสรี สุวรรณ ภานนท์ ส.ว. เป็นประธาน กมธ. นายเสรีกล่าวว่า การเมืองปัจจุบันขัดแย้งรุนแรงหลายเรื่อง แม้เป็นสิทธิเสรีภาพ แต่มีการสร้างการเรียนรู้ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ในทางที่ผิด โดยเฉพาะที่บอกการเมืองเป็นของคนรุ่นใหม่ ทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นความรับผิดชอบทุกคน ทุกอาชีพ ทุกระดับ การเมืองเป็นของเสียงส่วนใหญ่ให้ตัดสินใจร่วมกัน การไม่เรียนรู้ เข้าใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทำให้การแสดงออกขาดจิตสำนึก เล่นการเมืองเลอะเทอะ เอาเด็กเยาวชนเป็นเครื่องมือ ปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ในทางที่ผิดว่า การเมืองเป็นของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดความเห็นแตกแยกกับคนทุกรุ่น ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เป็นช่องทางให้บางคน หรือนักการเมืองบางส่วนแฝงเบื้องหลังเด็ก สร้างความขัดแย้งและจาบจ้วงสถาบัน ถูกดำเนินคดีกลับกล่าวอ้างว่าใช้กฎหมายลงโทษเด็ก มี ส.ว.ส่วนใหญ่แสดงความเห็นสนับสนุนกันอย่างกว้างขวางจี้ พท.คืนสิทธิ์นักโทษการเมืองช่วงสายที่พรรคเพื่อไทย กลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง นำโดยนายรัศน์ ชาลีจันทร์ อดีตข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ ฮิวแมนไรท์วอทช์ เข้ายื่นหนังสือถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมออกแถลงการณ์ผลักดันให้ผู้ต้องขังทางการเมืองได้รับสิทธิประกันตัว เนื่องจากถูกดำเนินคดีและจับกุมคุมขังจากการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116 รวมถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายอื่น มีคดีกว่า 159 คดีที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 โดยผู้ต้องขังทั้งหมดยังไม่ได้รับการไต่สวน แต่กลับถูกคุมขังก่อนพิจารณาคดีโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จึงเรียกร้องพรรคการเมืองผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนจะจับตาเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้าชงตั้ง กมธ.ศึกษาบังคับใช้ ก.ม.นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคพร้อมรับข้อเสนอไปหาแนวทางแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย โดยจะดำเนินการ 3 ข้อ คือ ตั้งคณะทำงานเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง มี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ เป็นประธาน ทำงานคู่ขนานกันไป กับการเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ศึกษา ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกิน และขัดหลักนิติธรรม ต่อผู้ต้องขังทางการเมือง ต่อสภาฯ โดยดึงตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาเป็น กมธ.ในสัดส่วนร้อยละ 20 ของโควตา และสภาฯ ต้องมีข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกับพันธะสัญญาที่เรามีกับนานาประเทศตามหลักสากล จากนั้นทางกลุ่มพลเมืองฯเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายชัยธวัช ตุลาทน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ให้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน “อุ๊งอิ๊ง” ควงสามีเข้าพรรคผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เดินทางมาที่ทำการพรรคเพื่อไทย คาดว่ามาหารือกับคณะที่ปรึกษาฯ โดย น.ส.แพทองธารปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ก่อนจะเดินขึ้นตึก น.ส.แพทองธารได้กล่าวทักทายกับมวลชนกลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง ที่มารอยื่นหนังสือผลักดันให้ผู้ต้องขังทางการเมืองได้สิทธิประกันตัวด้วยร่วมพัฒนาชาติไทยค้านแก้ 112ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ รับหนังสือจากกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยแห่งประเทศไทย คัดค้านการแก้ไข ป.อาญามาตรา 112, 116 นพ.ระวีกล่าวว่า ในอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นกลุ่มไม่เอาสถาบัน แต่ปัจจุบันนี้เมื่อได้มาใช้ชีวิตในสังคมปกติ มองเห็นว่าสิ่งที่คิดและทำในอดีตไม่สอดคล้องสภาพสังคมไทย เห็นความจำเป็นต้องมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลัก สร้างความมั่นคงประเทศในทุกๆด้าน นายกฤษฎีกา มณีมัย ผู้ประสานงานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้ กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักที่มายื่นหนังสือ เพื่อประกาศจุดยืนปกป้องสถาบันที่ถูกกลุ่มนักการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มนักศึกษาที่มีความเห็นต่าง จาบจ้วงคิดล้มล้างสถาบัน ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวเป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย“วิษณุ” แจงช่องสอย “นิพนธ์”นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย แต่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ ระบุยื่นผิดช่องทางว่า ตามมาตรา 170 เป็นกรณีของรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง มาตรา 82 ส.ส.พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมาตรา 170 ให้นำมาตรา 82 มาใช้ประกอบโดยอนุโลม โดยยอมให้ ส.ส.1 ใน 10 ยื่น หรือให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่น ตนไม่แน่ใจแนวทางการตีความให้สภาฯเป็นผู้ชี้แจงจะดีกว่า “ราเมศ” ยันก้าวไกลยื่นถูกช่องนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวว่า หลักการตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงหรือไม่ รัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ระบุชัด ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาฯให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ไม่จำเป็นว่ารัฐมนตรีจะเป็น ส.ส.หรือไม่ก็ตาม ขั้นตอนต่อไปก็จะเข้าสู่กระบวนการของการยกร่างคำร้องเพื่อให้ประธานสภาฯลงนามในคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป เมื่อส.ส.ใช้สิทธิถูกต้องก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดพท.ห่วงปมบูลลี่คนอีสานลามที่พรรคเพื่อไทย ส.ส.อีสานกว่า 20 คน นำโดยนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ประชุมหารือกรณีมีความเห็นในคลับเฮาส์ดูถูกเหยียดหยามชาวอีสาน ต่อมานายประเสริฐแถลงว่า การแสดงความเห็นตามโซเชียลลักษณะนี้เริ่มมีมากขึ้น ปล่อยไว้อาจสร้างความเกลียดชังแตกแยกในอนาคต เป็นเรื่องน่าห่วง ส.ส.อีสานไม่สบายใจ ขณะที่นายสุทินกล่าวว่า เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจเกิดการแตกแยกในชาติได้ แต่ที่ผ่านมากลับเมินเฉย กระทรวงดีอีเอสต้องป้องปราม ไม่ใช่จ้องตรวจสอบแต่เฟกนิวส์จนไม่ทำอย่างอื่น กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเด็กว่า ข้อมูลใดถูกหรือผิด กระทรวงวัฒนธรรมต้องรณรงค์ให้เกิดความสามัคคีคนในชาติ หากไม่แก้อะไร จะเกิดการปะทะทางความคิดทั้งในเด็กและผู้ใหญ่อาลัย “ดร.โกร่ง” ห่วง ศก.ไทยอีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวแสดงความอาลัยนายวีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่เสียชีวิตว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวรามางกูร ในฐานะที่เคยทำงานร่วมกัน เคยพูดคุยรับประทานอาหารร่วมกันเป็นประจำ ถือเป็นมิตรที่ดี นายวีรพงษ์ช่วยเหลือรัฐบาลหลายคณะแม้จะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งก็ตาม ที่สำคัญท่านเป็นโหร และเวลาดูดวงเมื่อพบอะไรก็มักจะโทรศัพท์มาบอกเล่าให้ฟังเสมอ จำได้ว่าพบปะสังสรรค์ในช่วงสุดท้ายยุค คสช. ซึ่งนายวีรพงษ์ก็พูดคุยเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจทั่วๆไปส.ส.สหรัฐฯเยี่ยมคารวะ “บิ๊กตู่”ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาย Amerish “Ami” Bera ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ด้านเอเชีย แปซิฟิก เอเชียกลาง และการไม่แพร่ขยายอาวุธ คณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ หัวหน้าคณะ นำคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนทำงานร่วมกับสหรัฐฯอย่างเต็มที่ ขณะที่คณะ ส.ส.สหรัฐฯพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทยและส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย อาทิ ความร่วมมือแก้ปัญหาโควิด การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ยังเป็นส่วนสำคัญยกระดับสิทธิมนุษยชนไทยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยตามกลไก Universal Periodic Review (UPR) รอบที่ 3 ในวันที่ 10 พ.ย.ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติทุก 4 ปีครึ่งว่า ผู้แทนของประเทศ ไทยจะประกาศ “คำมั่นโดยสมัครใจ” เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของรัฐบาล อาทิ ปรับปรุงกฎหมาย รวมถึงอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน การปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ เสริมสร้างระบบสาธารณสุข และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และผลักดันความร่วมมือรับมือกับโรคระบาด