รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ประธานคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด สปสช. ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ.2564 โดยเป็นการทบทวนระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2544 และรวบรวมประกาศคณะกรรมการฯที่เคยมีมาตั้งแต่ปี 2546 รวม 31 ฉบับ มาจัดกลุ่มรวมในฉบับเดียวกันประเภทใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายในบริการใดบ้าง รวมทั้งบริการใดบ้างที่ไม่ครอบคลุม เพื่อแก้ไขปัญหากรณีประชาชนถูกหน่วยบริการเรียกเก็บค่าบริการ (Extra Billing)รศ.พญ.ประสบศรีกล่าวต่อว่า ร่างประกาศฉบับนี้ กำหนดให้บุคคลมีสิทธิจะได้รับ 13 รายการ ดังนี้ 1.บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 2.การตรวจวินิจฉัยโรค 3.การตรวจและรับฝากครรภ์ 4.การบำบัดและการบริการทางการแพทย์ 5.ยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 6.การทำคลอด 7.การกินอยู่ในหน่วยบริการ 8.การบริบาลทารกแรกเกิด 9.บริการรถพยาบาล หรือพาหนะรับส่งผู้ป่วย 10.บริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ 11.การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ 12.บริการสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ 13.บริการสาธารณสุขอื่นที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดเพิ่มเติมส่วนกรณีการป้องกันไม่ให้เกิด Extra Billing ประกาศฉบับนี้ได้มีการเพิ่มความชัดเจนในข้อที่ระบุไว้ว่า บุคคลผู้มีสิทธิที่เข้ารับบริการตามประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขที่กำหนดในประกาศนี้ จะได้รับความคุ้มครองโดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการ ยกเว้น 1.เป็นการร่วมจ่ายค่าบริการตามประกาศฯ ว่าด้วยการร่วมจ่าย 2.เป็นการบริการที่เป็นข้อยกเว้น ไม่คุ้มครองตามที่กำหนด 3.เป็นการเข้ารับบริการที่ไม่ใช่หน่วยบริการประจำของตน หรือหน่วยบริการปฐมภูมิในเครือข่ายหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการส่งต่อ หรือไม่ใช่กรณีที่มีเหตุสมควร กรณีอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน.