สับขาหลอกไปมา หาแต้มกับเด็กๆ พรรคเพื่อไทยออกตัวขึงขัง ประกาศลุยแก้ไข ม.112 ไม่ทันไร “นายห้างดูไบ” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาติดเบรกจนหัวทิ่มหัวตำ “ตัวกฎหมายไม่ได้เป็นปัญหา แต่ปัญหาเกิดจากคนใช้กฎหมาย”ก่อนขอให้ฝ่ายหนุน ฝ่ายต้าน หยุดดราม่า หายใจยาวๆแล้วกลับมาทบทวน แต่เรื่องนี้สังคมยุคใหม่ วัยรุ่นไม่ไลค์ ชั่วโมงนี้ไม่ซ้ายก็ต้องขวา ไม่มีที่ยืนตรงกลางให้แทงกั๊ก ชักช้าตามจังหวะอารมณ์พลุ่งพล่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ “ทักษิณ” โดนกระหน่ำ “สู้ไปกราบไป” ไม่ถูกใจวัยรุ่นความจริงเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยก็ถูกตั้งคำถามเรื่อยมาอยู่แล้ว แต่จู่ๆ “ชัยเกษม นิติสิริ” มือกฎหมายระดับหัวแถว ก็ออกมาจุดพลุ รัวกลองเสียใหญ่โต แม้จะมีเสียงขานรับแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยคำถามแม้แต่คนพรรคเดียวกันยังตั้งหลัก รับลูกไม่ทัน หลายครั้งหลายหนที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยอยากได้แต้ม อยากเล่นกระแสโซเชียลที่คลาคล่ำไปด้วยคนรุ่นใหม่ และมันหนีไม่พ้นต้องเกี่ยวพันปมแหลมๆคมๆ แต่พอถูกถามเอายังไงก็ใบ้รับประทานทุกที วันนี้ชัดเจนแล้ว จุดยืนคำตอบสุดท้ายเรื่องนี้ให้ฟังจาก “ทักษิณ”“ชัยเกษม” คือรายการผิดคิว เข้าใจตรงกันนะ นายใหญ่ดูไบไม่ต้องการหาแต้มคนรุ่นใหม่จากจุดยืนเรื่องนี้ให้สุ่มเสี่ยงรำคาญใจ แต่ต้องการขายแนวนโยบาย บุคลากร ตามจังหวะที่ออกมาแง้มเปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เป็นจิ๊กซอว์ ทีมงานส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทยชิมลางก่อนคิดอ่านวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ใครจะว่ายังไง “สู้ไปกราบไป” ไม่เถียง “ทักษิณ” ไม่หมกมุ่นวุ่นวาย ลุยขายนโยบาย ขายของใหม่หาแต้มจากตลาดใหม่ๆ เพราะต้นทุนหน้าตัก ตลาดเก่ารากหญ้า เหนือ อีสาน ก็หนาแน่นอยู่แล้ว แบบนี้ก็ชัดเจนดีแนวร่วม แดง ส้ม แบ่งกันชัดๆไปเลย สัญญาณแดนไกลขยับถี่พรรคเพื่อไทยเริ่มเข้าที่เข้าทาง หัวหน้าพรรคคนใหม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จมูกไวไม่ต้องพูดเยอะ ขอเป็นตัวกลางเอาเรื่องนี้มาถกกันในสภา ไม่ขยี้ ไม่ขยาย ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่าที่น่าหนักใจกว่าชั่วโมงนี้คือพรรคพลังประชารัฐ ต้องจำใจเปลี่ยนม้ากลางศึกอย่างช่วยไม่ได้ หลัง “เสี่ยปาน” วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จากคดีสนามฟุตซอล ขาด “คีย์แมน” คนคุมเกมสภา ในภาวะเสถียรภาพง่อนแง่น เปราะบาง“ทีมบริหาร” ที่นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กำลังแยกเขี้ยวรอบวกกับ “ทีมกบฏ” ที่นำโดย “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐถึงวันนี้ยังไม่รู้ใครหมู่ใครจ่า พลเอกปะทะร้อยเอก แต่ร้อยเอกก็มีพลเอกหนุนหลัง ยังถูลู่ถูกังอยู่กันไปบนความหวาดระแวงบรรยากาศภายในพรรคพลังประชารัฐร้าวฉาน อึดอัด ตึงเครียดสุดๆ อยากจะจบก็จบไม่ได้ เคลียร์ไม่ลงสักที ช่วงหลังขุนพล แนวรบก็เปิดหน้าชกแบบไม่เหลือความเกรงใจกันแล้ว พรรคการเมืองแปรสภาพเป็นสนามรบเข้าไปทุกที เมื่อประธานวิปรัฐบาลที่มีชั้นเชิงประนอมอำนาจอย่าง “วิรัช” ต้องออกไปนั่งดูข้างสนาม อาจมีรายการแหกคิว “ทีมกบฏ” เล่นเกม “ซ่อนแต้ม” ในสภาเรื่อยๆ แม้ไม่ใช่วาระสำคัญ แต่ก็เป็นการหยั่งเชิงข่ม บรรดาผู้แทนก็ได้จังหวะขย่มต้นกล้วยกันพุงกางคนที่ปวดหัว รำคาญ หนีไม่พ้น “บิ๊กตู่” ปัญหาบ้านเมืองตึงมืออยู่แล้ว ยังต้องมาเผชิญปัญหาการเมืองซ้ำเติมคนรอบข้างใกล้ชิดยังแอบหวั่นๆ วันไหนธาตุไฟแตกทนไม่ไหวขึ้นมา กดปุ่มยุบสภาไปตายเอาดาบหน้าแบบไม่รู้สี่รู้แปด ก็เอวังเดือดร้อนถ้วนหน้า รถคว่ำกลางทาง ลิเกเลิกกลางคัน คนดูโห่ฮา หันไปหาคณะใหม่เพื่อไทยกำลังแต่งตัวสดใส ได้ตัวชูโรงหน้าใหม่ แลนด์สไลด์ไม่ใช่เรื่องมโน อยู่ที่ว่าจะประนอมอำนาจเพื่อประคองเกมสู้ หรือบู๊ให้ตายยกรังเทียบฟอร์มชั่วโมงนี้แล้ว อัตราต่อรอง “เพื่อไทย” ไหลไปไกลเลย.ทีมข่าวการเมือง