เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวในการตรวจเยี่ยมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอุทกภัยเพื่อป้องกันความเสียหายเรือพระที่นั่งที่ใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ว่า สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการและมาตรการรับมือลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยร่วมกับกรมอู่ทหารเรือ กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ และสำนักงานเขตบางกอกน้อย จัดแผนปฏิบัติการรับมืออุทกภัยน้ำขึ้น-น้ำลง ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค.ของทุกปี แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ 1.แผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน ยกระดับท้องเรือซึ่งสามารถยึดได้อีก 40 ซม. โดยใช้สายโพลีเอสเตอร์ผูกโยงรองรับผลกระทบต่อตัวโครงสร้างเรือไม่ให้ลอยไปกับน้ำ และ 2.แผนการเคลื่อนย้ายหากปริมาณน้ำเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ คาดว่าในเดือน ต.ค.นี้ น้ำจะสูงสุดอยู่ที่ 3.1 เมตร ส่วนเดือน พ.ย. จะสูงสุด 3.3 เมตร หากมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเพิ่มเติม น้ำอาจจะเกินกราบเรือ แต่เรือพระราชพิธีทุกลำ มีวาล์วระบายน้ำ จึงไม่น่าห่วงนายอิทธิพลกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้หารือกับกรมอู่ทหารเรือ เกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารจัดแสดงเรือพระราชพิธีถาวร โดยเร่งรัดให้กรมศิลปากรออกแบบรายละเอียดโครงสร้างให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปี 2565 เพื่อของบฯกลางสนับสนุนกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน โดยจะมีการปรับปรุงตัวอาคาร จัดทำระบบป้องกันอัคคีภัย เนื่องจากโดยรอบเป็นพื้นที่ชุมชนและโครงสร้างเดิมไม่มีระบบอัคคีภัยรองรับและการจัดระบบอัตโนมัติการเคลื่อนย้ายเรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งเตรียมความพร้อมจัดเก็บข้อมูลลวดลายเป็นระบบ 3 มิติไว้แล้ว โดยจะเสนอของบประมาณกว่า 350 ล้านบาท ในปี 2566“การปรับปรุงโครงสร้างถาวรนี้นับว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากเรือพระราชพิธีมีอายุหลายร้อยปี ถือเป็นสมบัติของชาติที่ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะกรณีการเกิดอัคคีภัย ซึ่งต้องมีระบบอัตโนมัติรองรับ หากต้องมีการอพยพฉุกเฉิน โดยตั;โครงสร้างจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายเรือ และต้องใช้ระยะเวลาเคลื่อนย้ายโดยเร็วที่สุด” รมว.วัฒนธรรม กล่าว.