“...ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องค่อยๆเตรียมตัวกล้าที่จะเผชิญหน้ากับโควิด-19 โดยมีความพร้อมเรื่องยารักษาและวัคซีนป้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปอีกไม่นาน เราก็จะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมัน เหมือนกับโรคภัยอื่นๆที่กลายเป็นโรคประจำถิ่น......วันนี้ผมอยากประกาศหนึ่งก้าวเล็กๆ แต่เป็นก้าวที่สำคัญที่เรากำลังจะเดินหน้าบนเส้นทางที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาทำมาหาเลี้ยงตัวเองกันได้อีกครั้ง...โดยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศ โดยมาจากประเทศที่เรากำหนดว่าเป็นประเทศความเสี่ยงต่ำอย่างน้อย 10 ประเทศ และภายในวันที่ 1 ธันวาคม จะเพิ่มจำนวนประเทศให้มากขึ้น และพร้อมกันนี้จะพิจารณาอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและอนุญาตให้สถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานบันเทิงเปิดให้บริการได้ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เหมาะสม...” บางช่วงบางตอนของแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อค่ำคืนวันที่ 11 ต.ค.2564 นั่นหมายถึงประเทศ ไทยพร้อมจะเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วขณะเดียวกัน ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ก็มีมติผ่อนคลายมาตรการต่างๆอนุญาตให้สถานที่ กิจการ กิจกรรมต่างๆ เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สวนสาธารณะ ตลาดสด ร้านเสริมสวย ร้านสปา การบริการขนส่งสาธารณะ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ เป็นต้น สามารถทำกิจกรรมได้มากขึ้น แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข ที่เรียกว่า มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือ Covid Free Setting และ มาตรการการป้องกันตนเองแบบครอบจักรวาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนรวมทั้งคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน“มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร หรือ Covid Free Setting จะต้องใช้อย่างเข้มงวด มีวินัยในการใช้มาตรการจนกว่าสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น รวมทั้งมีการฉีดวัคซีนครอบคลุมพื้นที่ที่จะเปิดอย่างน้อยร้อยละ 70 ขึ้นไป เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องกลับมาปิดกิจการอีก ซึ่งเราคาดหวังว่า เมื่อเปิดประเทศ เปิดกิจการแล้ว เราจะไม่กลับมาปิดอีก” นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าว นายสาธิต ปิตุเตชะ มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรหรือ Covid Free Setting คือการยกระดับความปลอดภัย 3 ด้าน ได้แก่ 1.สิ่งแวดล้อมปลอดภัย หรือ Covid Free Environment 2.ผู้ให้บริการหรือ พนักงานปลอดภัย หรือ Covid Free Personnel 3.ผู้ใช้บริการปลอดภัย หรือ Covid Free Customer ซึ่งกิจการต่างๆ ได้แก่ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สวนสาธารณะ ร้านเสริมสวย ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ สถานที่ออกกำลังกายในร่ม ซึ่งหมายถึงองค์กรโดยภาพรวมแล้วต้องจัดสิ่งแวดล้อม สถานที่ให้ปลอดภัย เช่น ทำความสะอาด โต๊ะ ที่นั่งก่อนและหลังการใช้ จัดอุปกรณ์รับประทาน อาหารเฉพาะบุคคล งดบริการบุฟเฟต์ มีบริการเจลแอลกอฮอล์ทุกโต๊ะ จัดระยะห่างระหว่างโต๊ะอย่างน้อย 1 เมตร ทำความสะอาด จุดสัมผัสร่วม ห้องน้ำ ทุก 1-2 ชั่วโมง สถานที่ต่างๆมีการกำหนดระยะห่างและจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เหมาะสม สำหรับห้างสรรพสินค้า สถานที่ออกกำลังกายในร่ม พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ ต่างๆต้องทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม ลิฟต์ บันไดเลื่อน ห้องน้ำ จัดฉากกั้นระหว่างพนักงานกับลูกค้า จัดระบบระบายอากาศของสถานที่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะสถานที่ปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ต้องเปิดประตู หน้าต่าง เพื่อระบายอากาศก่อนเปิดระบบปรับอากาศ และต้องทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศทุก 3 เดือน เป็นต้นด้านผู้ให้บริการปลอดภัย ได้แก่ พนักงาน ต้องได้รับวัคซีนครบโดส มีการ คัดกรองความเสี่ยงของพนักงานทุกวัน และตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ทุก 7 วัน ขณะที่ ผู้ใช้บริการปลอดภัยคือ ต้องคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าร้าน ได้รับวัคซีนครบโดส เป็นต้น ซึ่งประชาชนทุกคน ต้องปฏิบัติตาม มาตรการ DMHTA โดย D คือ เว้นระยะห่าง M สวมหน้ากากอนามัย H ล้างมือ T ตรวจวัดอุณหภูมิและ สแกนไทยชนะ A คือ ชุดตรวจ ATK อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสามารถประเมินตนเองผ่านแพลต ฟอร์ม Thai Stop COVID 2 Plus พร้อมทั้งแสดงหนังสือรับรองผลการประเมินตนเองให้ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบได้ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัยนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสุ่มประเมินการปฏิบัติตามมาตรการ Covid Free Setting ในสถานประกอบการห้างสรรพสินค้า ศูนย์ การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 12 แห่ง ระหว่างวันที่ 29-30 ก.ย.2564 พบว่าในส่วนของผู้รับบริการสามารถปฏิบัติตามมาตรการได้มากที่สุด 100 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือ ด้านผู้ให้บริการ ร้อยละ 97.3 และด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 88.25 ซึ่งยังคงต้องมีการควบคุม กำกับอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบได้ เพื่อให้ประกอบกิจการได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน นำไปสู่การขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม และการมีวิถีชีวิตของประชาชนที่ปลอดภัยต่อไปทีมข่าวสาธารณสุข เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งภาคธุรกิจ เอกชน และภาครัฐ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการเปิดประเทศ และประชาชน จะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติตามแนวทางวิถีชีวิตใหม่ที่จะอยู่ร่วมกับโรค ระบาดได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็สามารถดำเนินการกิจการได้ เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้เดินหน้า เพราะทุกคนทราบดีว่า โรคโควิด-19 จะอยู่กับพวกเราไปอีกนาน และในที่สุดก็จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ดังนั้น การปรับตัวเพื่อ รับมือกับโรค ด้วยการฉีดวัคซีนเมื่อถึงวันนัดหมาย พร้อมกับการป้องกัน ตนเองแบบครอบจักรวาล โดยคิดเสมอว่าคนรอบตัวจะนำเชื้อมาให้เรา ขณะที่เราเองก็อาจเป็นคนแพร่เชื้อให้คนอื่นได้เช่นกัน จึงต้องป้องกันตนเองขั้นสูงสุดแต่สิ่งที่เราอยากฝากทุกคนในสังคมไทยคือ แม้จะมีมาตรการที่ดีเลิศเพียงใด หากไร้ซึ่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนและทุกคน มาตรการก็เป็นได้แค่เพียงคำพูดที่สวยหรูเท่านั้นคงไม่มีใครอยากให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในฝันร้ายของการระบาดหนักอีกแล้ว. ทีมข่าวสาธารณสุข