ต้องถือว่าพูดได้น่าประทับใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พูดถึงการลงพื้นที่ต่างจังหวัด ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร. ถูกมวลชนต่อต้านในบางจังหวัด ต้องยอมรับความเห็นต่างและนำมาแก้ไขเลขาธิการพรรค พปชร.พูดถึง การลงพื้นที่ขอนแก่นของ พล.อ.ประวิตรและถูกบางกลุ่มต่อต้าน ว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้คิดอะไร และได้สั่งให้ตนไปศึกษาว่าเป็นเรื่องอะไร ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่าไปมองว่าคนที่เห็นต่างเป็นศัตรู ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ต้องนำความคิดเห็นของผู้เห็นต่างมาศึกษาและแก้ไขแต่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มสู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนเป็นคนละเรื่องกันที่ ร.อ.ธรรมนัสเสนอแนะ ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐมักจะคิดเร็วทำเร็ว ทันทีที่มีรวมตัวที่ข้างถนนเพื่อเริ่มการชุมนุม แทนที่จะรับฟังความเห็นต่าง แต่พร้อมสลายการชุมนุมด้วยแก๊สนํ้าตา หรือด้วยกระสุนยาง และจับกุมดำเนินคดีนับพันคดีซํ้ายังโดนข้อหารุนแรงตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฐานมั่วสุมชุมนุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี คนที่โดนมาตรา 112 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 15 ปี ที่ขอนแก่นวันที่ พล.อ.ประวิตรไปเยือน และมีการชุมนุมต่อต้านจากบางกลุ่ม เกิดการปะทะกับตำรวจ ผู้ชุมนุมบางคนลงไปแอ้งแม้งบนพื้นถนน ไม่รู้ไปโดนอะไรคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ สนใจการจับกุมดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมในประเทศไทย และคาดว่าจะเชิญไปซักถามในเดือนพฤศจิกายนนี้ ตามหลักการควบคุมฝูงชนของสหประชาชาติ เจ้าหน้าที่ต้องยึดหลักการ ถือว่าการชุมนุมไม่ใช่ “อาชญากรรม” จึงห้ามปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมเสมือนกับการจับกุมผู้กระทำผิดทางอาญาการควบคุมฝูงชนต้องกระทำ ด้วยความเคารพ และปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ ถ้ายึดตามหลักสากล เช่น “ประมวลระเบียบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย” ห้ามสลายการชุมนุมที่เป็นไปโดยสงบ และห้ามจับกุมคุมขังได้ตามอำเภอใจการที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ จะรับฟังความเห็นต่างหรือไม่ ต้องเริ่มต้นด้วยการยอมรับ “เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ” ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศหรือไม่ และต้องยอมรับว่าเสรีภาพนับเป็นของประชาชน ไม่ใช่เสรีภาพที่รัฐหยิบยื่นให้ แต่เป็นประชาชนที่ถูก “ยึด” ไป.